โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนไฟเขียว เลิกแบนอาหารทะเลญี่ปุ่น หลังหยุดซื้อนาน 2 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 04.57 น.

จีนไฟเขียวเลิกแบนอาหารทะเลญี่ปุ่นแล้ว หลังหยุดซื้อนาน 2 ปี จากเหตุปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้ว ในโรงงานจังหวัดฟูกูโอกะ

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า จีนเลิกแบนการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นแล้ว เป็นการดำเนินตามข้อตกลงที่มีการเจรจาไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 ซึ่งช่วยลดความบาดหมางที่มีระหว่างกันได้

ตามประกาศของกรมศุลกากรจีนเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2025 ระบุว่ารัฐบาลจีนจะอนุญาตให้กลับมานำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากญี่ปุ่นได้อีกครั้ง ซึ่งรวมถึงจังหวัดฟูกูชิมะ ที่ถูกระงับไว้นับตั้งแต่ที่แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์บางส่วนของโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์หลอมละลายในปี 2011

จากนั้นการแบนอาหารทะเลจากญี่ปุ่นถูกขยายพื้นที่เพิ่มเติมในเดือนสิงหาคม 2023 หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ แม้จะได้รับการอนุมัติจากทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) แต่จีนก็ยังมองว่าการปล่อยน้ำเสียดังกล่าวอาจทำให้ทะเลปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี และทำให้อาหารทะเลของญี่ปุ่นไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค

ทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศยังคงทดสอบน้ำบริเวณโรงงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานล่าสุดที่ระบุมาย้ำว่า การปล่อยน้ำเสียตามแผนที่วางไว้จะส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อย

จีนถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่สุดของอาหารทะเลญี่ปุ่น และการแบนอาหารทะเลจากญี่ปุ่นก็สร้างความตึงเครียดอย่างมากต่อทั้งสองฝ่าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จีนไฟเขียว เลิกแบนอาหารทะเลญี่ปุ่น หลังหยุดซื้อนาน 2 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...