โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก ‘กฎแรงดึงดูด’ แค่คิดชีวิตก็เปลี่ยน

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 พ.ค. 2568 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2568 เวลา 02.34 น. • The Bangkok Insight

รู้จัก "กฎแรงดึงดูด" แค่คิดชีวิตก็เปลี่ยน

ในโลกที่เราอาศัยอยู่นั้น ถ้าสมมุติว่าเรามีกล้องจุลทรรศน์ขนาดใหญ่มหึมามาส่องดูเราจะพบว่า มีพลังงานซ้อนทับกันไปมาอย่างสลับซับซ้อน หยาบที่สุดไปสู่ละเอียดที่สุด ระดับหยาบเรายังมีร่างกายสังขารอยู่แต่ในระดับที่ละเอียดที่สุด เราจะกลายเป็นเพียงคลื่นพลังงาน เป็นเพียงแค่แรงสั่นสะเทือนเล็กๆในจักรวาลนี้ แม้มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจแต่มันคือความจริงที่ซ่อนอยู่

เราลองมาเปิดใจที่จะรับรู้รับฟังอีกด้านหนึ่งของความละเอียดในโลกที่เต็มไปด้วยพลังงานใบนี้ หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องของกฏแห่งพลังงานกฏแห่งแรงดึงดูด(Law of Attraction)แนวคิดนี้ได้รับการกล่าวถึงในระดับสากล โดยหลักการของกฎคือ ถ้าหากเราเชื่อในสิ่งที่ดี คิดในสิ่งที่ดี เรื่องดี ๆ จะดึงดูดกลับเข้ามาในชีวิตเรา แต่ถ้าคิดในทางตรงกันข้าม คิดเชิงลบเราก็จะได้ผลลัพธ์ในเชิงลบตามมา

จากเอกสารเอกสารการศึกษาของ Neuroscience (ประสาทวิทยาศาสตร์) โดยนักวิทยาศาสตร์ทางด้านสมองกล่าวไว้ว่า "คลื่นสมองของมนุษย์มีลักษณะเป็นคลื่นไฟฟ้า มีสนามแม่เหล็ก ซึ่งมันเป็นพลังงานทั้งหมด แต่ว่าตาของมนุษย์มองไม่เห็น" และถ้าเราไปศึกษาเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับคลื่นพลังงานของมนุษย์ในระดับอารมณ์ เราจะพบว่า "มนุษย์มีความถี่ของคลื่นอารมณ์แตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้เป็นคำตอบว่าทำไมกฎแรงดึงดูดถึงมีอยู่จริง…”

กฎแรงดึงดูด เป็นเรื่องของวิทยาศาตร์ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงกลไลทางสมอง ที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงนี้เราสามารถสร้างได้ด้วยตนเอง เพราะตัวเราเองคือแกนกลางของการสร้างพลังงาน จะสร้างพลังงานบวกหรือลบ เราเลือกได้

วิธีการใช้กฎแรงดึงดูดให้ได้ผล

เริ่มด้วยการตัดสินใจอย่างแน่วแน่และชัดเจน ไม่ลังเล สงสัย เชื่อมั่นอย่างสุดใจว่าทุกอย่างเป็นไปได้จากนั้นจินตนาการให้เห็นภาพว่าเราได้รับมันมาแล้ว เพื่อให้จิตมีพลังดึงดูดสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นจริง

ฝึกคิดในแง่บวก รู้เท่าทันความคิดลบแล้วเบี่ยงเบนความคิดนั้นให้เป็นความคิดในแง่บวกให้ได้มากขึ้น ด้วยพลังบวกแห่งการขอบคุณการขอบคุณแปลว่าเราได้รับมาแล้วมีความสุขเราจึงควรหมั่นชื่นชมและขอบคุณตัวเอง ขอบคุณผู้คนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว รู้จักให้อภัยตัวเอง เมื่อทำผิดพลาด ความคิดเหล่านี้จะช่วยสร้างพลังบวก และดึงดูดสิ่งดีๆ ให้เข้ามาในชีวิตได้มากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงคำพูดและความคิดคำลบๆ เพราะจิตใต้สำนึกไม่เข้าใจความหมายของตรรกะหรือคำพูด มันจะรับรู้แค่ว่าสิ่งที่เราพูดหรือบอกกับตัวเองบ่อยๆ นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ

กฎแรงดึงดูดจะทำงานจากความรู้สึก หากเรายังมีความรู้สึกขาดอยู่ภายในใจ มันจะดึงดูดสิ่งที่เราขาดนั้นมาให้เรา วิธีนำ "กฎแรงดึงดูด" มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน (ข้อมูลจากไทยรัฐออนไลน์) หนังสือ The Secret ได้อธิบายว่า กระบวนการสร้างสรรค์ (Creative Process) เพื่อให้สอดคล้องกับกฎแรงดึงดูดของจักรวาล ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนต่อไปนี้

  • ขอ (Ask) : การตั้งจิตให้แน่วแน่เพื่อให้พลังจักรวาลรับรู้สิ่งที่ต้องการ หากคิดดีจักรวาลจะดึงดูดสิ่งดีๆ มายังตัวคุณ
  • เชื่อ (Believe) : เชื่อในสิ่งดีๆ เรื่องราวเชิงบวก เชื่อด้วยใจจริงว่าวันหนึ่งสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน
  • รับ (Receive) : ยอมรับผลลัพธ์ ชื่นชมกับสิ่งที่ได้รับ หากยังไม่สมหวังให้ไตร่ตรอง เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

อิทธิพลของทั้ง 3 ขั้นตอน ขอ-เชื่อ-รับ มาจากพื้นฐานที่เชื่อในพลังจิตของมนุษย์ ว่ามีพลังในการดึงดูดสิ่งต่างๆ ที่คิดไว้ให้เกิดขึ้นจริงได้ แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องของการตั้งใจจำ และทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแน่วแน่ ทว่าในชีวิตจริงนั้นเป็นเรื่องยากที่เราจะคิดแต่เรื่องดีๆ ตลอดเวลา เพราะมนุษย์มักมีความคิดแง่บวกและลบ โดยเฉพาะ Automatic Thought ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นการเผลอโทษตัวเอง ด่าคนอื่น หรือตัดสินผู้อื่นตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น วิธีการคือต้องปรับเปลี่ยนไปใช้วิธีคิดเชิงบวก เมื่อทำเช่นนี้บ่อยๆ สมองเราจะเริ่มสร้างกลไกการคิดแบบ Positive Thinking ต่อไปเมื่อเจอปัญหาอะไร เราจะมีมุมมองบวกและแก้ปัญหาด้วยวิธีที่มีอิทธิพลด้านบวกมากขึ้นกฏแห่งแรงดึงดูดมีอยู่จริง… เมื่อคุณเชื่อว่ามันมีและใช้มัน มันจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

ขอบคุณข้อมูล : ไทยรัฐออนไลน์ หนังสือ The Secret

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...