โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘ความจำเป็นในการพัฒนา “การศึกษาไทย” อย่างทั่วถึง’

GM Live

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.27 น. • เว็บไซต์ว่าด้วยเรื่องราวของผู้ชาย เทรนด์ บทสัมภาษณ์ บทวิเคราะห์ธุรกิจ รถยนต์ Gadget สุขภาพ อัพเดทก่อนใคร

ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ย่อมหนีไม่พ้น ‘การศึกษา’ ที่ต้องครอบคลุมในทุกระดับ ตั้งแต่ชั้นประถมวัย จนถึงระดับอุดมศึกษา เลยล่วงไปถึงการศึกษาที่สามารถทำได้ตลอดชีวิต นั่นเพราะการศึกษา จะช่วยพัฒนาทรัพยากรบุคคล อันเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศชาติในระยะยาว

กระนั้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ทำให้การพัฒนาการศึกษา ประสบกับความท้าทายอย่างยิ่ง นั่นเพราะองค์ความรู้ที่เคยใช้ได้ในเวลาหนึ่ง อาจถูกแทนที่ด้วยความรู้ใหม่ที่เข้ามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด การพัฒนาในเชิงคุณภาพ จึงสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะช่วยยกระดับให้บุคลากร สามารถเท่าทันต่อทุกความเป็นไปของโลกใบนี้

ในช่วงปี พ.ศ. 2560-2561 ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาทั้งด้านกฎหมาย กลไก และนวัตกรรมการศึกษาหลายประการ อาทิ การยก (ร่าง) พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … การจัดตั้ง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา การประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) และมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ที่ยังคงปรากฏแม้ในปัจจุบัน เราอาจจะสามารถสรุปออกได้เป็นหัวข้อย่อยๆ ดังต่อไปนี้

-แนวโน้มในการเข้าถึงการศึกษา

แม้ว่าในภาพรวม สัดส่วนของเด็กที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา จะมีจำนวนที่ต่ำลง แต่ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา โดยเฉพาะในครอบครัวที่ยากจน ก็มีอยู่ในปริมาณที่น่าตกใจ กล่าวคือ มีนักเรียนที่ผ่านการคัดกรองเพื่อรับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนจาก สพฐ. และเงินอุดหนุน กสศ. ที่ประมาณ 2.6 ล้านคน และยังมีเด็กและเยาวชนพิการในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาอีกจำนวนหนึ่ง ด้วยเหตุและปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป

-ความเหลื่อมล้ำ

เป็นอีกปัจจัยที่สามารถวัดผลและเห็นได้ว่า ความเหลื่อมล้ำในการศึกษายังคงมีอยู่ ระหว่างโรงเรียนต่างจังหวัดและโรงเรียนชื่อดังในตัวเมือง เมื่อพิจารณาจากระดับคะแนนเฉลี่ย O-NET เด็กไทยมีคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือระดับคะแนนเฉลี่ย PISA และ TIMSS ที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน ผลประเมิน PISA 2018 พบว่า นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยในด้านการอ่าน 393 คะแนน คณิตศาสตร์ 419 คะแนน วิทยาศาสตร์ 426 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ทุกด้าน

ผลการทดสอบเหล่านี้ สะท้อนความเหลื่อมล้ำในเชิงคุณภาพ ทั้งความพร้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเข้าถึงโอกาส ไปจนถึงความพร้อมของครูอาจารย์ในโรงเรียนที่มีระดับแตกต่างกันออกไป

-ความไม่เท่าเทียมกันของพื้นที่

จากข้อที่แล้ว ปัจจัยด้านพื้นที่ ก็มีส่วนสำคัญในการพิจารณาความไม่เท่าเทียมกันของพื้นที่ที่เข้าถึงการศึกษา เมื่อพบว่า โรงเรียนในต่างจังหวัด มีระดับคะแนนเฉลี่ยนการสอบ O-NET ที่ต่ำกว่าโรงเรียนชื่อดังในตัวเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นนทบุรี นครปฐม และภูเก็ต

จากปัจจัยที่แจกแจงออกมาเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นความจำเป็นของภาครัฐ ในการจัดการศึกษาที่มีความเท่าเทียม ทั้งในแง่ปริมาณ และคุณภาพ กล่าวคือ ต้องยกระดับโรงเรียนในพื้นที่ที่ห่างไกลจากตัวเมือง ให้ได้คุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงกับนักเรียนในทุกระดับของสังคม โดยไม่เกี่ยงว่าจะอยู่ในฐานะทางสังคมหรือเศรษฐกิจแบบใด

นั่นเพราะเราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า การศึกษา คือสิ่งที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนในทุกด้าน และส่งเสริมการพัฒนาประเทศชาติในระยะยาว อันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และควรต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ไม่ใช่แค่เพียงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทแล้วบอกว่านักเรียนห่างไกลมีสิทธิ์เข้าถึงโรงเรียนชื่อดังในตัวเมือง แต่การศึกษา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกระจายตัวออกไป และครบถ้วนทั้งด้านปริมาณกับคุณภาพ เฉกเช่นเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...