โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ความเสี่ยง ‘มะเร็ง’ ที่ชาวสีรุ้งต้องระวัง

Health Addict

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 06.47 น. • Health Addict
เนื่องจากพฤติกรรมทางเพศ การใช้ฮอร์โมน หรือการเขินอายที่จะไปพบแพทย์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ เช่น การเทคฮอร์โมนเอสโตรเจนในระยะยาวอาจทำให้เสี่ยงมะเร็งเต้านมได้ หรือ การทำ Oral Sex อาจเสี่ยงมะเร็งช่องปากและลำคอ

วันนี้เราจะพามาดูกันว่ากลุ่มของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) นั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งอะไรกันบ้าง ไม่ว่าจะจากเรื่องของพฤติกรรม สุขภาวะ หรือไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจและดูแลสุขภาพของตัวเองได้อย่างเหมาะสม

#มะเร็งทวารหนัก มะเร็งทวารหนัก ถือเป็นมะเร็งที่มีความเสี่ยงสูงในกลุ่มชายรักชาย (MSM) ที่เกิดจากการติดเชื้อ Human Papillomavirus หรือ HPV ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงนั่นเอง โดยความเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV นี้จะเพิ่มมากขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักแบบไม่มีการป้องกัน เพราะทวารหนักเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างบอบบาง อ่อนนุ่ม และมีซอกพับเยอะ ทำให้มีโอกาสที่เชื้อ HPV จะเข้าไปสะสมอยู่ที่บริเวณนั้น โดยผู้ที่ติดเชื้อ HPV จะไม่มีอาการในระยะแรก หรือมีอาการเล็กน้อยเท่านั้น
แนวทางการป้องกัน:ฉีดวัคซีน HPV หรือตรวจ Pap Test ตามคำแนะนำของแพทย์
#มะเร็งช่องปากและลำคอ กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางปากกับอวัยเพศ (oral sex) หรือมีพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงสูง มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งช่องปากและลำคอ (oropharyngeal cancer) ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อ HPV ชนิดก่อมะเร็ง ซึ่งเชื้อนี้สามารถติดต่อกันผ่านทางช่องปากจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก และนอกจากนี้เชื้อ HPV-16 ยังทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์บริเวณคอหอย ช่องปาก ฐานลิ้น และทอนซิลได้ และในปัจจุบันนี้ยังพบว่า HPV เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งช่องปากและลำคอในอายุน้อย โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เท่านั้น
แนวทางการป้องกัน:ฉีดวัคซีน HPV, ใช้ถุงยางอนามัย, เลี่ยงบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์
#มะเร็งปากมดลูก กลุ่มผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิง (WSW) มักจะคิดว่าตัวเองไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย เลยไม่มีความเสี่ยง ทำให้ละเลยการตรวจ Pap Smear ซึ่งสิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เชื้อ HPV สามารถส่งต่อกันโดยผ่านทางของเล่นทางเพศ การสัมผัสผิวหนัง หรือการใช้ของร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีอวัยวะเพศชายมาเกี่ยวข้อง แต่การใช้มือหรือปากสัมผัสบริเวณช่องคลอดหรือต่อม Bartholiท ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV ได้ และที่สำคัญคืออย่าลืมว่า การติดเชื้อ HPV อาจยังคงอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลานาน โดยไม่แสดงอาการ
แนวทางการป้องกัน:ฉีดวัคซีน HPV หรือ ตรวจ HPV DNA Test ทุกๆ 5 ปี ตามคำแนะนำของแพทย์
#มะเร็งเต้านม รู้หรือไม่ว่ากลุ่มที่เป็นหญิงข้ามเพศ (transgender women) ที่ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนระยะยาว นานกว่า 5 ปีขึ้นไป ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนจะไปกระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อเต้านม การใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์เต้านมจนนำไปสู่มะเร็งได้ ในขณะเดียวกันเนื้อเยื่อเต้านมของหญิงข้ามเพศที่ใช้ฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง จะมีการพัฒนาระบบท่อน้ำนมและเนื้อเยื่อไขมันคล้ายกับผู้หญิงแท้ จึงทำให้สามารถเกิดมะเร็งชนิด ductal carcinoma ซึ่งเป็นชนิดที่มักพบในผู้หญิงได้เช่นกัน
แนวทางการป้องกัน:ตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำ และตรวจแมมโมแกรมอย่างน้อยปีละครั้ง
รู้อย่างนี้แล้ว อย่างลืมหมั่นสังเกตตัวเอง หากมีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตสุดแซ่บได้อย่างเฮลธ์ตี้และเป็นตัวเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...