BIZ: วิกฤติค่าครองชีพในสหรัฐฯ หนัก! แม้แต่ ‘ฟาสต์ฟู้ด’ ยังกลายเป็น ‘ของฟุ่มเฟือย’ เพราะทำงาน 1 ชั่วโมง…ยังซื้อกินให้อิ่มไม่ได้แล้ว!
ไทยเป็นประเทศที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าชาติอื่นมาก เลยมักจะไม่เห็นปัญหาว่าตอนนี้ค่าครองชีพขึ้นอย่างรุนแรงทั้งโลก ซึ่งเหตุจากการสะดุดของเศรษฐกิจโลกช่วงโควิด-19 และ 'สงครามยูเครน' เป็นหลัก โดยภาวะนี้ก็ยังไม่ได้หายไปไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา
.
และสิ่งที่เรียกได้ว่า 'ชวนช็อค' มากคือ อาหารราคาถูกอย่าง 'ฟาสต์ฟู้ด' กลายเป็นของแพงไปแล้วในปัจจุบันสำหรับคนอเมริกันกว่า 80%
.
คือต้องเข้าใจก่อนว่า เราอาจมองว่า 'ฟาสต์ฟู้ด' เป็น 'อาหารขยะ' แต่ในความเป็นจริง ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 มันคือสิ่งมหัศจรรย์จากอเมริกามากๆ ในช่วงสงครามเย็น จะมีการกล่าวกันว่าในขณะที่โลกคอมมิวนิสต์ทำให้คนไม่มีข้าวกิน ระบบตลาดเสรีของอเมริกันกลับทำให้คนมีกินเหลือเฟือ และ 'สัญลักษณ์' ของการสามารถจัดหาอาหารราคาถูกให้คนจำนวนมากได้คืออุตสาหกรรมฟาสต์ฟู้ด
.
โดยแต่ไหนแต่ไรมาในวัฒนธรรมอาหารของคนอเมริกันการกิน 'ฟาสต์ฟู้ด' นั้นราคาถูกกว่าการกินในแบบอื่นๆ ส่วนหนึ่งเพราะมันไม่จำเป็นต้องให้ 'ทิป' กับพนักงานในร้านด้วย โดยร้านที่มีลักษณะ 'บริการตัวเอง' หรือ 'ซื้อไปกินที่บ้าน' (เช่นพวกร้านจีนในสหรัฐอเมริกา) นี่ก็จะถือเป็นอาหารที่ราคาที่ถูกที่สุดเสมอมา
.
ซึ่งเพื่อเทียบให้เห็นภาพราคาของฟาสต์ฟู้ดในช่วงเวลาที่ต่าง เราจะเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ
.
ย้อนไปในทศวรรษ 1970 ค่าแรงขั้นต่ำของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ประมาณชั่วโมงละ 1 เหรียญสหรัฐ ซึ่งตอนนั้น กินฟาสต์ฟู้ดมื้อนึง (เช่นอาหารชุดของแมคโดนัลด์) ราคาประมาณ 0.90 เหรียญสหรัฐ นึ่งหมายความว่าคนอเมริกันทำงานรับค่าแรงขั้นต่ำเพียง 1 ชั่วโมง ก็มีเงินกินฟาสต์ฟู้ดแล้ว และก็ไม่แปลกที่ช่วงนั้นคนอยากไป 'ล้างจาน' ที่สหรัฐอเมริกา เพราะเงินมันสะพัดมาก
.
ตัดมาปี 2000 ค่าแรงขั้นต่ำขึ้นมาเป็นประมาณ 5 เหรียญสหรัฐ ซึ่งตอนนี้ ถ้าจะกินฟาสต์ฟู้ดแบบอิ่มๆ เลย 4 เหรียญสหรัฐก็เอาอยู่ ซึ่งก็ไม่แปลกนักที่ยุคนั้นคนก็ยังรู้สึกว่าการไปทำงานอเมริกันมันทำให้รวยได้สุดๆ
.
แต่หลังจากนั้นถึงปัจจุบัน 25 ปี เศรษฐกิจสหรัฐผ่านทั้งวิกฤติปี 2008 มาและการระบาดของโควิด-19 ช่วงต้นทศวรรษ 2020 มา ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำขึ้นมาเป็นราวๆ 7 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ในขณะที่ ณ ตอนนี้มื้อฟาสต์ฟู้ดในสหรัฐอเมริกาแบบกินให้อิ่มเลย มันไม่มีถูกกว่า 10 เหรียญสหรัฐแล้ว (ราคาจะตกประมาณ 11-12 เหรียญสหรัฐ)
.
แน่นอน ถ้าคิดเป็นตัวเงิน เราอาจรู้สึกว่าตีเป็นเงินไทย ค่าแรงขั้นต่ำของสหรัฐอเมริกาจะยังสูงอยู่ ถ้าเทียบกับไทย แต่ในความรู้สึกคนอเมริกัน การทำงาน 1 ชั่วโมงแล้วยังซื้อฟาสต์ฟู้ดกินไม่ได้นี่มันคือภาวะข้าวยากหมากแพงแท้ๆ แล้ว และก็แน่นอน ทั้งคนรายได้น้อยและคนชั้นกลางก็ต้องเจอภาวะนี้เต็มๆ
.
ซึ่งถามว่าภาวะแบบนี้ผิดปกติมั้ย? เอาจริงๆ เป็นทั้งโลก ไปถามคนฮ่องกงก็จะรู้สึกว่าตอนนี้อาหารแพงขึ้นมาก หรือไปถามคนไปเที่ยวญี่ปุ่นหรืออยู่ญี่ปุ่น ทุกคนก็จะบอกว่าอาหารแพงขึ้น แบบพวกมื้อที่เคยกินแบบไม่คิดได้ ตอนนี้ก็ต้องเริ่มคิดแล้ว เพราะเทียบกับค่าครองชีพ ราคามันขึ้นเร็วกว่ามากๆ
.
และถามว่าเกิดอะไรขึ้นตามมา? คำตอบร่วมกันสำหรับคนทั้งโลกก็คือ คนก็เริ่ม 'ทำอาหารกินเองมากขึ้น' ซึ่งถามว่ามันผิดปกติมั้ย? คือชาติยุโรปส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้นมายาวนาน เพราะเมื่อค่าแรงมันแพง อาหารปรุงสำเร็จก็แพงมากเมื่อเทียบกับวัตถุดิบ (ที่ปกติได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย) ดังนั้นเมื่ออาหารมันแพงขึ้นถึงจุด คนก็เลิกกินข้าวนอกบ้าน หันมาทำอาหารกินเอง
.
และคือมองย้อนกลับมาเมืองไทย เอาจริงๆ ในอดีตย้อนไปสัก 30-40 ปีที่แล้ว 'การกินข้าวนอกบ้าน' ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นสิ่งที่ทำกันปกติ คนที่โตมาในยุคนั้นมักจะคุ้นกับการกินข้าวที่บ้านทั้งนั้น ไม่ได้กินข้าวนอกบ้านกันปกติแบบทุกวันนี้
.
ซึ่งก็แน่นอนอีก เมื่อทุกวันนี้คนกินข้าวนอกบ้านกันปกติ มันก็ทำให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมร้านอาหารมันมหาศาล และทำให้คนแห่กันเปิดร้านอาหาร ส่วนจะได้กำไรหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าโดนค่าเช่าโหดมั้ย เพราะค่าเช่าโหดจัดๆ ถึงขายแพงก็อาจยังขาดทุน (ย่านบรรทัดทองน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี)
.
แต่นั่นก็กลับมาคำถามเดียวกับที่เกิดกับคนอเมริกันทุกวันนี้ คำถามคือ 'ฟาสต์ฟู้ด/การกินข้าวนอกบ้านมันกลายเป็นของฟุ่มเฟือย' ไปแล้วหรือยัง สำหรับระดับรายได้ของเราตอนนี้?
.
#BIZ#BrandThink #CreativeChange #Empowering#Diversity#PositiveImpact