โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กต.แถลงย้ำเจรจาปัญหาชายแดน “ไทย-กัมพูชา” ด้วยกลไกทวิภาคีเท่านั้น

The Reporters

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 12.58 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 12.58 น.

กต.แถลงย้ำเจรจาปัญหาชายแดน “ไทย-กัมพูชา” ด้วยกลไกทวิภาคีเท่านั้น หวังปกป้องอธิปไตย-บูรณภาพแห่งดินแดน อุบรายละเอียดเจรจา 14 มิ.ย.นี้ ชี้เป็นเรื่องเทคนิค บอก ‘อดีตเอกอัครราชทูต’ ผู้เชี่ยวชาญปักปันเขตแดน เป็นหัวหน้าคณะ

วันนี้ (5 มิ.ย. 68) ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูล อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ว่า บ่ายวันนี้ ตนเองได้ประชุมกับผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน ซึ่งได้หารือกันเกี่ยวกับการเตรียมการในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยพื้นฐาน และเป้าหมายของการหารือในวันนี้คือปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งมีความสำคัญสูงสุดสำหรับกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้ย้ำเรื่องการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติวิธี ซึ่งต้องเป็นเป็นไปตามกฎหมายไทย หลักกฏหมายระหว่างประเทศ และควรใช้กลไกทวิภาคีต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหา

การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ฝ่ายไทยมีสมาชิกประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยมีกระทรวงการต่างประเทศเป็นเลขาธิการ ซึ่งเป็นกลไกด้านเทคนิคในการหารือสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาล่าสุดฝ่ายกัมพูชาได้กำหนดจะจัดการประชุมนี้ขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ที่กัมพูชา

โดยการหารือในวันนี้ได้พูดคุยถึงการประชุม JBC ของฝ่ายไทยที่สรุปประเด็นได้ ดังนี้

1.เราจะใช้ประโยชน์จากกลไก JBC อย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับกลไก GBC และ RBC ซึ่งกลไก JBC ได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพในห้วงเวลา 26 ปีที่ผ่านมา และแก้ไขปัญหาสำเร็จแล้วในหลายพื้นที่

2.เราจะใช้กลไกการประชุมกับฝ่ายกัมพูชาด้วยความสุจริตใจ หรือ In good faith

3.หวังว่าการประชุมดังกล่าว จะช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทย และกัมพูชา โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน ให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข ในฐานะเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน

ทั้งนี้ ยังมีกลไกคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชาหรือ GBC ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคหรือ RBC ระดับแม่ทัพภาคซึ่งมีหน้าที่ดูแลสถานการณ์ชายแดนให้สงบเรียบร้อย

นายนิกรเดช ยังได้อ่านแถลงการณ์จากสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นฉบับที่สองที่ออกมาต่อกรณีดังกล่าว

”ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะหารืออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายกัมพูชาในทุกระดับ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ที่ดี ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ในฐานะครอบครัวสมาชิกอาเซียนด้วยกัน โดยเฉพาะในโอกาสที่ไทย และกัมพูชาครบรอบ 75 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีนี้” นายนิกรเดช กล่าว

นายนิกรเดช ยังฝากถึงสื่อมวลชน ว่า ในการรายงานข่าวให้ช่วยกรุณาติดตาม และหลีกเลี่ยงการขยายข่าวที่อาจปลุกระดม หรือกล่าวหาอีกฝ่าย โดยยังไม่มีข้อมูล หรือข้อเท็จจริงที่ชัดเจน เช่น กรณีการพบทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนตามที่เป็นข่าวนั้น ในชั้นนี้เราจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนในรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนและขอความร่วมมือพี่น้องอย่าคาดการณ์ไปเอง เพื่อลดการสร้างประเด็นที่อาจเป็นความขัดแย้งเพิ่มเติมได้

นายนิกรเดช ย้ำว่า ขอให้มั่นใจว่าประเด็นทั้งหมดเหล่านี้อยู่ในการติดตามตรวจสอบอย่างละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน นอกจากนี้ยังมีข่าวจากสื่อมวลชนหลายรายว่ากัมพูชาออกแถลงการณ์ไม่ร่วมJBC กับไทย ซึ่งขอย้ำว่า ไม่เป็นความจริง จึงขอให้ระมัดระวังการนำเสนอข่าว และพาดหัวข่าวที่อาจคลาดเคลื่อนด้วย

จากนั้นเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม โดยนายนิกรเดช ย้ำว่าการประชุม JBC ที่จะเกิดขึ้น ฝ่ายกัมพูชามีความพร้อมเพราะเป็นเจ้าภาพการประชุม ดังนั้น ฝ่ายไทยจะไปประชุมตามคำเชิญ JBC เป็นกลไกเจรจาด้านเทคนิคเรื่องเขตแดน ส่วนจะเป็นจุดไหน เป็นเรื่องของฝ่ายเทคนิคว่าจะเจรจาจุดใดบ้าง ซึ่งฝ่ายไทยหวังว่ากลไกการประชุม JBC จะช่วยลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่าเมื่อช่วงเช้า ทางการกัมพูชาออกแถลงการณ์จะไม่นำ 4 จุดที่เกิดข้อพิพาท รวมถึงช่องบก เข้าที่ประชุม ในวันประชุมจริงจะมีเนื้อหาอะไรบ้าง นายนิกรเดช กล่าวว่า ไทยในฐานะเพื่อนบ้านกัมพูชา เรามีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาโดยสันติวิธี บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญาต่าง ๆ เช่น MOU 2543

“ไทยพร้อมเจรจาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง JBC , GBC และ RBC เราไม่ได้ยอมรับอำนาจของศาลโลก ดังนั้น ยังไปไม่ถึงจุดนั้น” นายนิกรเดช กล่าว

ส่วนหัวหน้าคณะในการประชุม JBC นายนิกรเดช กล่าวว่า ผู้แทนฝ่ายไทยนำโดย นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทย ที่มีความรู้ด้านการปักปันเขตแดน

ส่วนการที่ทหารกัมพูชาเข้ามาที่เขตปลอดทหาร นายนิกรเดช ระบุว่า อยู่ระหว่างการใช้กลไก JBC ตรงนั้นเป็นจุดทับซ้อน ซึ่งเราได้กำหนดร่วมกัน ยอมรับว่ามีการล้ำเข้ามาในจุดดังกล่าว ละเมิดข้อตกลง JBC ข้อ 5 การที่กัมพูชาเข้ามาใน No man's land ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงก็จริงแต่ยังไม่ใช่การบุก รุกแผ่นดินไทย ซึ่งเราได้ประท้วงในพื้นที่ช่องบก 4 ครั้ง โดยไม่ได้เกี่ยวกับศาลโลก พร้อมย้ำว่าไทยไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกกัมพูชาสามารถทำในสิ่งที่กัมพูชาต้องการได้ แต่ตนต้องขอเรียนว่าการใช้กลไกบุคคลที่สามเข้ามายุติปัญหา ต้องได้รับการยอมรับของทุกฝ่าย ทั้งนี้ MOU 2543 เป็นเอกสารอ้างอิงของฝั่งไทย โดยจะยึดถือเอกสารต่างๆ ภาพถ่ายดาวเทียม หลักฐานอื่นๆ

ส่วนกระแสข่าวที่สื่อกัมพูชานำเสนอว่าทูตอินโดนีเซีย เสนอจะเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย นายนิกรเดช กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่คิดว่ายังไม่ถึงจุดนั้น ความหวังของไทย เราจะหาข้อสรุปได้ในกลไกทวิภาคี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากัมพูชาจะมีเจตนารมย์เช่นเดียวกับเรา ในการหาข้อสรุป ตนเองไม่คิดว่าเราต้องใช้ประเทศใดมาช่วย

ส่วนเหตุการณ์ที่ช่องบกนั้น ตนเองยังไม่ทราบว่าจะมีในที่ประชุมหรือไม่ แต่คงต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย คงไม่ใช่ฝ่ายไทยสอบสวนคนเดียว ฝ่ายกัมพูชาจะต้องสอบสวนและเอาข้อมูลมายืนยันกัน

“เราถึงไม่ Mind (ถือสา) เราก็มีหลักฐานของเรา แต่ประเด็นคือก่อนที่จะไปตอบตรงนั้นเราต้องเห็นภาพก่อน ว่าศาลโลกได้รับการยอมรับโดยทั้งสองฝ่ายหรือไม่ และผมก็ย้ำไปหลายรอบแล้ววันนี้ว่าศาลโลกเราไม่ได้รับรอง ดังนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น” นายนิกรเดช กล่าว

นายนิกรเดช ย้ำว่า เรากำลังเจรจาด้วยท่าทีที่หวังดีต่อกันหรือไม่ เราก็หวังว่ากัมพูชาจะเจรจาด้วยท่าทีที่สุจริตใจเช่นกันซึ่งหากเป็นแบบนั้น ข้อสรุปย่อมหาได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...