ทำไม 'กัมพูชา' ถึงตามหลัง 'ไทย' ทั้งที่อดีตเคยรุ่งเรืองทัดเทียมกัน
ชวนวิเคราะห์ ทำไมประเทศ 'กัมพูชา' ถึงตามหลังประเทศ 'ไทย' ทั้งที่อดีตเคยรุ่งเรืองทัดเทียมกัน เขมรแดง อาจเป็นสาเหตุสำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ไม่นานมานี้เคยมีชาวต่างชาติ ตั้งคำถามว่า ทำไม กัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่มีทางออกทางทะเล มีพื้นที่ทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน อยู่ติดกับทางใต้ของประเทศเวียดนามที่เจริญแล้ว แต่ยังคงเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนา แม้จะเคยเกิดเหตุการณ์ "เขมรแดง" แต่ก็ผ่านมานานหลายทศวรรษ
ในอดีตกัมพูชาเคยเป็นประเทศที่มีรายได้ต่อหัวหนึ่งคนสูงกว่าคนไทย ย้อนกลับในปี ค.ศ.1960 กัมพูชา มี GDP ต่อหัว เท่ากับ 3,745 บาท ส่วนไทย มี GDP ต่อหัว เท่ากับ 3,381 บาท แต่ในปัจจุบันคนไทยรวยกว่าคนกัมพูชา มากกว่า 4 เท่า
ถ้าพิจารณาในเชิงการพัฒนาเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และดัชนีคุณภาพชีวิตโดยรวม กัมพูชายังมีระดับที่ต่ำกว่าไทยในหลายด้านและมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้
1. ผลกระทบจากสงครามและเขมรแดง
จุดเปลี่ยนสำคัญของกัมพูชา คือ "เขมรแดง" (ค.ศ.1975–ค.ศ.1979) ที่นำโดย พล พต ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตนับล้าน และระบบโครงสร้างสังคม การศึกษา เศรษฐกิจ ถูกทำลายเกือบหมด ปัญญาชนถูกฆ่าล้างบาง ทำให้ประเทศขาดบุคลากรที่มีความรู้ในการฟื้นฟูประเทศในระยะหลังสงคราม
2. เริ่มต้นพัฒนาช้ากว่าไทยหลายสิบปี
ไทยเริ่มมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติตั้งแต่ ค.ศ.1960 สืบเนื่องจากยุคสงครามกัมพูชาต้องใช้เวลาจนถึงปี ค.ศ.1990 กว่าๆ หลังจากความไม่สงบจบสิ้น ถึงได้เริ่มต้นพัฒนาประเทศจริงจัง
3. โครงสร้างการเมืองและธรรมาภิบาล
กัมพูชามีปัญหาเรื่อง คอร์รัปชัน และการกระจุกตัวของอำนาจทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ทำให้การกระจายผลประโยชน์และการพัฒนาทางเศรษฐกิจไม่ทั่วถึง อีกทั้งระบบการศึกษายังไม่เข้มแข็งเท่ากับไทย ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานต่ำกว่า
4. ขนาดเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน
GDP ของกัมพูชาต่อหัว (GDP per capita) ยังต่ำกว่าไทยมาก และระบบถนน ไฟฟ้า น้ำประปา สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ยังไม่ทั่วถึงเท่าประเทศไทย รวมถึงพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและแรงงานราคาถูกมากกว่า
5. การเข้าถึงตลาดโลก
ไทยเป็นฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ขณะที่กัมพูชาพึ่งเริ่มมีการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม 'กัมพูชา' ถึงตามหลัง 'ไทย' ทั้งที่อดีตเคยรุ่งเรืองทัดเทียมกัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th