รู้ได้อย่างไรว่าจ่ายหนี้ กยศ.เกิน? เปิดวิธีขอคืนเงิน
เปิดวิธีเช็กสถานะผู้กู้ยืม กยศ. หลังปรับระบบการตัดชำระหนี้ใหม่ หากชำระเกินจะขอคืนเงินอย่างไรกยศ. คืนเงินผ่านช่องทางไหน
จากการการที่ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้คำนวณยอดหนี้ใหม่ (Recalculation) ให้แก่ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืน จำนวน 3,835,213 บัญชี โดยเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้โดยตัดชำระเริ่มจากเงินต้น ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ รวมถึงคิดดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อปี และลดเบี้ยปรับเหลือเพียงอัตรา 0.5% ต่อปี
โดยพบว่ามีผู้กู้ยืมที่มียอดหนี้ลดลง 3,548,016 บัญชี กลุ่มที่มียอดหนี้เท่าเดิม 755 บัญชี และกลุ่มที่ไม่มีหนี้คงเหลือ (ปิดบัญชี) 80 บัญชี ขณะที่ผู้กู้ยืมที่มีสิทธิขอรับคืนเงินที่ชำระหนี้เกิน จำนวน 286,362 บัญชี ซึ่งปัจจุบันมีผู้กู้ยืมลงทะเบียนขอรับเงินคืนแล้ว จำนวน 26,463 บัญชี และได้คืนเงินไปแล้วจำนวน 2,602 บัญชี เป็นเงินทั้งสิ้น 73.70 ล้านบาท
รู้ได้อย่างไรว่าชำระหนี้กยศ. เกินหรือไม่
- ตรวจสอบสถานะบัญชีผู้กู้ยืมเงินที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th จากนั้นเลือก “ตรวจสอบสถานะผู้กู้ยืม”
หากชำระเกินจะขอคืนเงินได้อย่างไร
- ลงทะเบียนขอคืนเงินที่ชำระไว้เกินได้ที่ www.studentloan.or.th จากนั้นเลือก “ลงทะเบียนขอรับเงินคืนกรณีคำนวนหนี้ใหม่” กรอกเลขบัตรประชาชนแล้วทำตามขั้นตอน
กยศ. จะคืนผ่านช่องทางไหน
- กยศ. จะคืนเงินผ่านระบบโอนเงินแบบพร้อมเพย์ที่ผูกบัญชีธนาคารด้วยเลขประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเท่านั้น
ตรวจสอบผ่านแอปฯกยศ. Connect ได้หรือไม่
- แอปฯกยศ. Connect ยังไม่สามารถรองรับระบบการคำนวณหนี้ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์กยศ. อยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมยิ่งขึ้น
กลุ่มโดนหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท ต้องทำอย่างไร
- ปัจจุบันกยศ. ใช้ระบบการหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้าง โดยที่ผ่านมากยศ. ได้ดำเนินการหักเฉพาะยอดหนี้ปีปัจจุบัน ไม่รวมยอดหนี้ค้างในปีก่อนหน้า ซึ่งบางรายจะมียอดหนี้ค้างเก่าทำให้ในเดือน เม.ย. 2568กยศ. ได้เริ่มหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท นำมาตัดหนี้ค้างชำระ ซึ่งกยศ. แนะนำให้ผู้กู้กลุ่มนี้รีบทำการปรับโครงสร้างหนี้โดยสามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์กยศ. เพื่อยกเลิกการหักเงินเพิ่ม 3,000 บาท และได้รับสิทธิการคำนวนหนี้ใหม่ตามประกาศกยศ.
อย่างไรก็ตามพบว่ามีผู้กู้ยืมบางกลุ่มที่ติดขัดเรื่องรายได้ ซึ่งกยศ. ได้มีแนวทางการดำเนินการ 2 กลุ่ม ดังนี้
(1) กรณีผู้กู้ที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว จะต้องชำระยอดหนี้ในงวดแรกด้วยตนเอง พร้อมแจ้งให้นายจ้างทราบ เพื่อป้องกันการถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาทในเดือนนั้น โดยการหักเงินเดือนตามสัญญาใหม่จะเริ่มตั้งแต่งวดที่ 2 เป็นต้นไป
(2) กรณีผู้กู้ที่ยังไม่ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ และไม่สามารถให้หักเงินเดือนเพิ่มได้ สามารถยื่นขอปรับลดจำนวนเงินหักเดือนละ 3,000 บาท ได้ทางเว็บไซต์กยศ. โดยยื่นภายในวันที่ 24 พ.ค. 2568 สำหรับงวดเดือน พ.ค. หรือยื่นภายในวันที่ 14 มิ.ย. 2568 สำหรับงวดเดือนมิ.ย. โดยกยศ. จะพิจารณาและแจ้งผลผ่าน SMS พร้อมส่งข้อมูลให้กับนายจ้างผ่านระบบ e-PaySLF