โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ตัวมือสังหาร พลทหารภาคม เป็นพลซุ่มยิง ใช้สไนเปอร์ ล่าทหารไทย

Thaiger

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 03.12 น. • Thaiger ข่าวไทย

หน่วยข่าวกรองชี้ คนร้ายปลิดชีพ พลทหารภาคม สูเด็น เป็นฝีมือพลซุ่มยิง เครือข่าย ตาเปาะโต๊ะ ใช้โซนสังหารเดิมล่าแต้ม พร้อมอาวุธสไนเปอร์ ลั่นต้องจับตายมือปืนให้ได้

แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองยืนยันทันทีว่า การลงมือสังหาร พลทหารภาคม สูเด็น วัย 22 ปี ครั้งนี้ เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งใช้ยุทธวิธีซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ในเส้นทางดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง และสามารถสร้างความสูญเสียได้เกือบทุกครั้ง ทำให้การวางกำลังของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง พื้นที่ดังกล่าวจึงกลายเป็นโซนอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด

กลุ่มโจรใต้ใช้ยุทธวิธีซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ในเส้นทางดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง และสามารถสร้างความสูญเสียได้เกือบทุกครั้ง ทำให้การวางกำลังของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง พื้นที่ดังกล่าวจึงกลายเป็นโซนอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด

จากการวิเคราะห์เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นมือสไนเปอร์ระดับพระกาฬ ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี และเป็นเครือข่ายของนายอับดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ แกนนำระดับปฏิบัติการในพื้นที่

แหล่งข่าวมองว่าหากไม่สามารถหยุดยั้งมือสไนเปอร์รายนี้ได้ จะต้องเกิดความสูญเสียกับเจ้าหน้าที่และประชาชนอีกเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

สถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้กำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง แหล่งข่าวกรองได้ส่งสัญญาณเตือนภัยถึง 2 สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในยามนี้ คือ “โดรนสังหาร” และ “สไนเปอร์” ซึ่งบัดนี้ทั้งสองอย่างได้ปรากฏขึ้นในพื้นที่แล้ว การจากไปของพลทหารภาคมจึงเป็นเครื่องยืนยันถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่อันตรายกว่าเดิม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...