คลิป ‘อุ๊งอิ๊ง-ฮุนเซน’ เดือด! ชาวเมืองคอนนับพันรวมตัวไล่นายกฯ ร้องเพลง ‘หนักแผ่นดิน’กระหึ่ม
20 มิ.ย.2568 - เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 มิ.ย. ที่ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์เจ้าพระยานครน้อย “ลานตะเคียน” ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช (หลังเก่า) ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดเหตุการรวมตัวของกลุ่มพลังมวลชนชาวนครศรีธรรมราชนับพันคน เพื่อต่อต้านและขับไล่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ “นายกอุ๊งอิ๊ง” ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
การชุมนุมครั้งนี้มีนางประภัสสร พิกุลวรรณ หรือ “ก๊ะสาว” แม่ค้าขายไก่ชำแหละที่เคยเป็นแกนนำเคลื่อนไหวเรียกร้องหลายครั้ง เป็นผู้นำในการปราศรัย วิจารณ์นางสาวแพทองธารอย่างเผ็ดร้อน พร้อมเรียกร้องให้ลาออกหรือยุบสภาโดยทันที ขณะที่ประชาชนทยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ อส. กว่า 20 นายที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันเหตุวุ่นวาย
ต่อมา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ปรากฏตัวพร้อมทีมงาน โดยสวมเสื้อเหลืองและโบกธงชาติไทย เดินข้ามถนนมาร่วมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ พร้อมประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ตนไม่ได้ออกมาในนามพรรค แต่ในฐานะประชาชนขอแสดงออกเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมย้ำว่า “แม้แผ่นดินไทยจะเหลือเพียงตารางวาเดียว ก็ไม่ยอมให้ใครยึดไปได้”
ขณะเดียวกัน นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ นักเคลื่อนไหวชื่อดังแห่งลุ่มน้ำปากพนัง ได้ขึ้นเวทีปราศรัย เรียกร้องให้ “นายกอุ๊งอิ๊ง” รับผิดชอบด้วยการลาออกหรือยุบสภา พร้อมยืนยันไม่เอาการรัฐประหาร แต่ต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างแท้จริง
ตลอดการชุมนุม มีการร้องเพลงชาติไทย เพลง “หนักแผ่นดิน” และเพลงปลุกใจอื่น ๆ ดังสนั่นไปทั่วพื้นที่ศาลากลางจังหวัด สะท้อนความไม่พอใจของประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากคลิปหลุดการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร กับนายฮุนเซน ประธานรัฐสภากัมพูชา ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การชุมนุมใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 20 นาที ก่อนที่นางประภัสสร “ก๊ะสาว” แกนนำ จะประกาศยุติการชุมนุม พร้อมระบุว่า วันนี้เป็นเพียงการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ แต่หากไม่มีการลาออกหรือยุบสภาตามที่เรียกร้องไว้ จะมีการนัดหมายรวมตัวชุมนุมกันอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้
บรรยากาศโดยรวมสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ขณะที่ประชาชนต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับด้วยความสงบ แต่ท่ามกลางความไม่พอใจที่ยังคุกรุ่น การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและประชาชนทั่วประเทศ