รพ.วิมุต ฉลองครบรอบ 4 ปี เผยปี 67 โตแกร่ง 35% เดินหน้าต่อด้วยกลยุทธ์ B.E.S.T ลุยเปิด “ศูนย์สุขภาพปอดวิมุต” หลัง วิกฤตโรคระบาด-อากาศแย่ ทำคนป่วย “โรคระบบทางเดินหายใจ” พุ่งต่อเนื่อง
TODAY Bizview
อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 14.54 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 07.54 น. • workpointTODAYโรงพยาบาลวิมุต โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ ฉลองครบรอบ4 ปีแห่งความสำเร็จภายใต้แนวคิด“ใส่ใจทุกการรักษาก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยี” เดินหน้าตอกย้ำการเป็น“Smart Healthcare” โรงพยาบาลเอกชนมิติใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยกลยุทธ์B.E.S.T ลุยส่งมอบ‘ความเป็นที่สุด’ ของประสบการณ์ด้านสุขภาพให้แก่ผู้ใช้บริการ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยมายกระดับการดูแลสุขภาพควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ความเป็นเลิศ(Centers of Excellence) เพื่อรองรับโรคเฉพาะทางที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาวิกฤตฝุ่นPM2.5 ที่รุนแรงทุกปี โดยกรุงเทพฯ ติดอันดับ8 เมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก และไทยตรวจพบระดับฝุ่นอันตรายใน58 จาก77 จังหวัด รพ.วิมุต จึงเปิดตัว“ศูนย์สุขภาพปอดวิมุต” เร่งดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจแบบครอบคลุม พร้อมพลิกโฉมการวินิจฉัยโรคปอดด้วยเทคโนโลยีEBUS ที่ให้ผลแม่นยำ เจ็บตัวน้อย และฟื้นตัวเร็ว รองรับภัยสุขภาพจากมลพิษและโรคระบบทางเดินหายใจที่กำลังทวีความรุนแรงในสังคมไทย โรงพยาบาลวิมุต มั่นใจว่าการให้บริการสุขภาพที่ครอบคลุมทุกมิติด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและนวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมการเปิดศูนย์แห่งความเป็นเลิศที่รองรับเทรนด์สุขภาพโลก จะผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยปี2568 ตั้งเป้าโตต่อ40%
นพ.นิพัฒน์กุหลาบขาวประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทโรงพยาบาลวิมุตโฮลดิ้งจำกัด กล่าวว่า“ในโอกาสครบรอบ4 ปีของโรงพยาบาลวิมุต เรายังคงยึดมั่นในพันธกิจการยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในนวัตกรรมการรักษาที่ทันสมัย การพัฒนาบริการที่เข้าใจผู้ป่วยอย่างลึกซึ้ง ไปจนถึงการจัดตั้งทีมแพทย์เฉพาะทางแบบสหสาขาวิชา
เพื่อตอบโจทย์การรักษาโรคซับซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ ตลอดจนตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพเร่งด่วนของสังคม เรามุ่งเป็น‘โรงพยาบาลเอกชนมิติใหม่‘ ที่ก้าวล้ำนำเมกะเทรนด์สุขภาพในระยะยาว ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จากข้อมูลของReport Linker คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสุขภาพไทยจะเติบโต5.3% ต่อปี จากมูลค่า679,600 ล้านบาทในปี2568 สู่มูลค่ากว่า880,500 ล้านบาทภายในปี2573 รพ. วิมุต พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ เราจะเดินหน้าต่อในฐานะ‘พันธมิตรด้านสุขภาพที่ทุกครอบครัวไว้ใจ’ โดยผลการดำเนินงานปี2567 มีรายได้รวม1,203 ล้านบาทเติบโต35% และในปี2568 เป้าหมายการเติบโตต่ออีก40%”
ท่ามกลางความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อนและเร่งด่วนในปัจจุบัน โรงพยาบาลวิมุตยึดมั่นในหลักคิดว่าระบบสุขภาพไทยจะต้องมีความเข้มแข็งพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เพราะสุขภาพของประชากร เกี่ยวพันกับเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และโครงสร้างสังคมโดยรวม ตามยุทธศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก(WHO) ปี2568-2571 และข้อมูลจากสสส. สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะPM2.5 โดยกรุงเทพฯ ติดอันดับ8 เมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจที่คร่าชีวิตผู้คนระดับโลกกว่า7 ล้านรายต่อปี ขณะเดียวกัน บุหรี่ไฟฟ้าก็แพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชนไทยอย่างน่ากังวล แม้จะมีงานวิจัยชี้ถึงอันตรายจากนิโคตินและสารก่อมะเร็งมากมาย ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มโลกที่พบว่าการสูบบุหรี่คร่าชีวิตผู้คนกว่า8 ล้านรายทุกปี ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) อย่างเบาหวานหัวใจและมะเร็ง จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้นโดยเฉพาะในเด็ก วัยรุ่น และกลุ่มแรงงานหลังวิกฤตโควิด-19 ขณะเดียวกันการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ก็จำเป็นต้องมีระบบดูแลแบบองค์รวมในระยะยาว ทั้งยังมีภัยคุกคามจากโรคอุบัติใหม่และการดื้อยาปฏิชีวนะ ตลอดจนช่องว่างในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่คือโจทย์ที่ภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาชนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อออกแบบระบบสุขภาพของไทยให้มีความยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และยั่งยืน
นายแพทย์สุวาณิชเตรียมชาญชูชัยผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า“ตลอด4 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลวิมุต เร่งสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การรักษา ฟื้นฟูสุขภาพ ไปจนถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว ภายใต้หลัก3 ประการคือ1. ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ที่ทำงานร่วมกันแบบสหสาขาวิชา2. การดูแลครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยที่ตรงจุดไปจนถึงการรักษาที่ปลอดภัย และ3. ความรวดเร็วในทุกกระบวนการ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกและลื่นไหล
ในอนาคต รพ. วิมุต พร้อมเดินหน้าภายใต้กลยุทธ์B.E.S.T ที่มุ่งส่งมอบ‘ความเป็นที่สุด‘ ของประสบการณ์ด้านสุขภาพ ผ่านB – Beyond Technology เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์จริงE- Expertise with Heart ทีมแพทย์เฉพาะทางที่เข้าใจผู้ป่วยอย่างลึกซึ้งS-Smart Service Experience บริการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อไร้รอยต่อ และT- Trust & Transparency ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ เพื่อก้าวสู่การเป็น‘โรงพยาบาลเอกชนมิติใหม่‘ ที่พร้อมนำพาไทยสู่ยุคSmart Healthcare อย่างแท้จริง
อีกหนึ่งพันธกิจสำคัญของ รพ. วิมุต คือการตอบสนองต่อเทรนด์สุขภาพโลก เราได้นำแนวโน้มสุขภาพโลกและในเมืองไทยมาพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อตอบโจทย์โรคเฉพาะทางที่ซับซ้อน โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) ที่คร่าชีวิตคนไทยกว่า400,000 รายต่อปี ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจถึง1.6 ล้านล้านบาท หรือ9.7% ของGDP ประเทศ วิมุตจึงพัฒนาศูนย์ดูแลNCDs แบบครอบคลุม
ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดระบบทางเดินหายใจระบบทางเดินอาหารและตับสมองเบาหวานกระดูกและการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของสังคมไทยในปัจจุบัน โดยการเปิด‘ศูนย์สุขภาพปอดวิมุต‘ ในวันนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อวิกฤตมลพิษและโรคระบบทางเดินหายใจที่กำลังทวีความรุนแรง เพราะโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคโควิด-19, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง นับเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเปิดศูนย์สุขภาพปอดวิมุต จึงสะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการยกระดับการดูแลสุขภาพที่สอดรับเมกะเทรนด์โลกอย่างแท้จริง”
ผศ.นพ.วิรัชตั้งสุจริตวิจิตรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤตโรงพยาบาลวิมุตเล่าถึงความท้าทายเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจและแนวทางการรักษาแบบองค์รวมในปัจจุบัน ว่า“ปัจจุบัน โรคระบบทางเดินหายใจ กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบระยะยาว ทั้งจากเชื้อไวรัสอย่างโควิด-19 ที่ยังพบผู้ป่วยใหม่กว่า41,000 รายในปีนี้ ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดรุนแรงในเด็กและผู้สูงอายุกว่า322,000 ราย และRSV ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ปัญหาฝุ่นPM2.5 ยังคงเป็น‘ภัยเงียบ‘ ที่แทรกซึมเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือดได้โดยตรง ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและเชื่อมโยงกับโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และมะเร็งปอด ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง ตามข้อมูลWHO มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตผู้คนกว่า7 ล้านรายต่อปีทั่วโลก ทำให้การมีระบบคัดกรอง เฝ้าระวัง และสร้างความตระหนักรู้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง”
“ศูนย์สุขภาพปอดวิมุตมีแนวทางการดูแลครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงด้วยการตรวจสมรรถภาพปอด(Lung Function Test), การตรวจหลอดลมด้วยกล้อง(Bronchoscopy) ไปจนถึงการวินิจฉัยและรักษาโรคซับซ้อนอย่างมะเร็งปอดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการบริการแบบคลอบคลุมในทุกมิติ การวินิจฉัยที่แม่นยำและรวดเร็ว
โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีEBUS (Endobronchial Ultrasound) มาใช้เพื่อช่วยการวินิจฉัยโรค ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ตรวจชิ้นเนื้อปอดและจากต่อมน้ำเหลืองในช่องอกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องสำหรับการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด” ผศ.นพ.วิรัชอธิบาย
ศูนย์สุขภาพปอดวิมุตดำเนินการภายใต้แนวคิดCHEST (Collaborated–Holistic–Excellence–Systematic–Treatments) ที่มุ่งเน้นการวินิจฉัยและการรักษาที่รวดเร็ว ฟื้นฟูไว และครอบคลุมทุกมิติสุขภาพปอด ผ่านการร่วมมือของแพทย์ที่ทำงานแบบสหสาขาวิชาเพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะรายในผู้ป่วยที่มีภาวะเรื้อรังหรือซับซ้อนและเชื่อมโยงการรักษาแบบไร้รอยต่อ ตลอดจนการใช้อุปกรณ์มาตรฐานสูงและการประเมินผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ มอบการรักษาที่ครอบคลุมทั้งทางการแพทย์และการฟื้นฟูด้วยพฤติกรรมบำบัด
เพราะ รพ. วิมุตเชื่อว่าการดูแลโรคทางเดินหายใจต้องเน้นการตรวจเชิงรุกการเข้าใจโรคอย่างลึกซึ้งและการติดตามระยะยาวไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อมีอาการเท่านั้น
ในฐานะ“โรงพยาบาลเอกชนมิติใหม่” โรงพยาบาลวิมุต ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานระบบสุขภาพที่มีความยั่งยืน(Sustainable Healthcare) ทั้งในมิติของคุณภาพการรักษา การเข้าถึงของประชาชน และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ“ศูนย์สุขภาพปอดวิมุต” แห่งใหม่ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาระบบทางเดินหายใจในสังคมไทยอย่างครอบคลุม
ตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีระดับสูงอย่างEBUS ไปจนถึงการฟื้นฟูที่เน้นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว เพราะ รพ. วิมุต ตั้งใจส่งมอบ“คุณภาพที่จับต้องได้” ด้วยอัตราค่าบริการที่เป็นธรรม ให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพภายใต้มาตรฐานสากล ในการก้าวสู่ปีที่5 รพ. วิมุต เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนระบบสุขภาพที่ดีและอยู่เคียงข้างสังคมไทยเพื่อก้าวข้ามทุกความท้าทายด้านสุขภาพ