โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวอินเดียตีกันยับ เปิดศึกแย่งลูกค้า

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 30 พ.ค. – ชาวอินเดียตีกันยับ เหตุจากการแย่งลูกค้าร้านอาหารใกล้กันในซอยแสงกาญจน์ เขตพญาไท พบร้านพังเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ (29 พ.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบเหตุหลังได้รับแจ้งคนทะเลาะวิวาทกันจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ร้านอาหารอินเดีย ในซอยแสงกาญจน์ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันระหว่างร้านอาหารอินเดียสองแห่งภายในซอย ซึ่งอยู่ห่างกันไม่ถึง 50 เมตร

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบเป็นร้านอาหารอินเดียแห่งแรก มีร่องรอยคราบเลือดที่บริเวณด้านหน้าร้านส่วนกระจกที่ร้านแตกละเอียดพังทุกบาน ส่วนอีกแห่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 15 เมตร ลักษณะร้านสภาพกระจกแตกละเอียดพังยับเยินมีร่องรอยคราบเลือดที่บริเวณด้านหน้าร้าน รวมถึงภายในร้านและหลังร้านเป็นจำนวนมากร่องรอยถูกทุบทำลายข้าวของกระจัดกระจาย และมีร่องรอยคราบเลือดเต็มพื้นร้าน

ด้านหน้าร้านมีหญิงชาวอินเดียซึ่งเป็นแม่เจ้าของร้าน อายุ 65 ปี นั่งในสภาพร่างกายมีร่องรอยคราบเลือดจากการเข้าไปห้าม ทำให้มีแผลและรอยฟกช้ำเศษกระจกเต็มศีรษะ และบนโต๊ะมีมีดอีโต้ที่เต็มไปด้วยคราบเลือดวางอยู่จำนวนหลายเล่ม

ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม 2 ร้านที่เกิดเหตุ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตอนแรกเห็นเขามาเคลียร์กันที่หน้าร้าน แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมีชายชาวอินเดียกลุ่มใหญ่มากและก็เริ่มตีกัน อีกร้านก็เริ่มวิ่งใส่แล้วก็ใช้อาวุธ ตีกันชุลมุนกัน สาเหตุมาจากการแย่งลูกค้า และทั้งสองร้านตีกันบ่อยมาก

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งเพื่อนำมายืนยันว่าฝ่ายใดเป็นผู้ก่อเหตุก่อนและค่อยดำเนินคดีตามกฎหมาย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...