โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระทรวง DE จับมือ HUAWEI ยกระดับไทยสู่ “Digital & AI Hub” แห่งอาเซียน

BT Beartai

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 10.38 น.
กระทรวง DE จับมือ HUAWEI ยกระดับไทยสู่ “Digital & AI Hub” แห่งอาเซียน

29 พฤษภาคม 2025 – บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน Embrace AI, Ignite Future Huawei Thailand Digital & AI Summit 2025 ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ประกาศวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางด้านดิจิทัลและ AI ของอาเซียน ภายในปี 2570”

ซึ่งงานนี้ BT beartai พร้อมหนุ่ย – พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ และมะปราง – อลิสา ขุนแขวง BT Star Partner บุกมาถึงที่พร้อมฟังวิสัยทัศน์และการร่วมมือทางเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่จากภาครัฐ และหัวเว่ย ที่จะเปลี่ยนผู้ตามให้เป็นผู้นำทางเทคโนโลยีแห่งภูมิภาค

วิสัยทัศน์ “ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจไทย”

เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะขยายตัว 7.3% ในปี 2568 ภายใต้นโยบาย Growth Engine of Thailand ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างหัวเว่ยจะช่วยวางรากฐานที่มั่นคงให้กับทุกภาคส่วนของสังคมไทย

— ประเสริฐ จันทรรวงทอง – รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ยังได้กล่าวถึงการร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันด้านดิจิทัล และการก้าวเป็นผู้นำด้านดิจิทัลและ AI ประจำภูมิภาคผ่านยุทธศาสตร์ในการสร้างศักยภาพด้านดิจิทัลและ AI ผ่าน 3 แกนหลักของรัฐบาล

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง – รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

แผนยุทธศาสตร์ 3 แกนหลัก

เป้าหมาย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล • นโยบาย Cloud First
• เพิ่มขีดความสามารถบริการภาครัฐ
• อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) • สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและธุรกิจ บุคลากรดิจิทัล • อัปสกิลประชาชน 10 ล้านคน
• ยกระดับบุคลากรดิจิทัล 90,000 คน
• สร้างนักพัฒนา AI 50,000 คน ภายใน 2 ปี

AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจ

เดวิด หลี่ (David Li) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เชื่อว่า AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นพลังขับเคลื่อนความก้าวหน้าของสังคมและเศรษฐกิจ โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของการปรับใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิต ทั้งในชีวิตประจำวัน การทำงาน และการทำธุรกิจ

เดวิด หลี่ (David Li) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

ซึ่งเดวิด หลี่ได้กล่าวถึงการลงทุนด้านการพัฒนา AI ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นทิศทางของโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และชวนให้ทุกคนจินตนาการถึงวันที่แม้แต่เกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพที่ดูห่างไกลจากการใช้ AI แต่สามารถนำ AI มาปรับใช้กับเกษตรกรรมได้

นอกจากนี้ ข้อมูลจากธนาคารไทยพาณิชย์ยังพบว่า SME ไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ล้วนมีการปรับใช้ AI ในธุรกิจแล้ว เป็นสัญญาณว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมีการตื่นตัวเรื่อง AI สนใจและพร้อมที่จะนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ

ทางหัวเว่ยได้เริ่มต้นในประเทศไทยมากว่า 25 ปี และยังคงยืนยันที่จะสนับสนุนประเทศไทยในด้านของเทคโนโลยีต่อไป เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเติบโตด้านเศรษฐกิจดิจิทัลแบบ Low Carbon และพัฒนาเทคโนโลยีในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ผ่านการแบ่งปันเทคโนโลยีจากหัวเว่ยและพาร์ตเนอร์ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ด้านดิจิทัล ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์ เปลี่ยนผู้ตามอย่างประเทศไทย ให้กลายเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีแห่งภูมิภาค เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตดิจิทัลที่สดใสไปด้วยกัน

นอกจากนี้ เดวิด หลี่ยังได้เชิญชมบูทจากพาร์ตเนอร์ของหัวเว่ยกว่า 40 บูทที่เป็นโชว์เคสของเทคโนโลยีที่จะตอบโจทย์ชีวิตของมนุษย์ในทุกด้าน

ในงานนี้ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวโซลูชัน AI รุ่นใหม่ล่าสุด

  • AI-native Cloud Infrastructure ที่รองรับการประมวลผลแบบตามต้องการ
  • AI-ready Data Infrastructure ที่รวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างครบวงจร
  • AI Connectivity ที่เชื่อมโยงข้อมูลและระบบได้อย่างไร้รอยต่อ
  • โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) เช่น Pangu LLM และ DeepSeek ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมไทย
  • โซลูชัน Digital Power ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย และมีเสถียรภาพ
  • แอปพลิเคชัน AI สำหรับผู้บริโภค ครัวเรือน และองค์กรธุรกิจ

วิลเลียม ตง (William Dong) ประธานฝ่ายการตลาด Huawei Cloud ได้เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงการลงทุนของแอปพลิเคชัน AI ที่เพิ่มขึ้น 7.7 เท่า เมื่อเทียบปี 2023 และ 2024 โดยได้กล่าวต่อไปเกี่ยวกับคุณสมบัติของ AI สัญชาติจีนอย่าง Deepseek V3 ที่มีประสิทธิภาพในระดับเดียวกับ GPT-4o ในราคาที่ถูกกว่า 1 ต่อ 30 ซึ่งหมายความว่าคนทั่วไปสามารถเข้าถึง AI ที่มีประสิทธิภาพสูงโดยใช้ต้นทุนต่ำลง

วิลเลียม ตง (William Dong) ประธานฝ่ายการตลาด Huawei Cloud

ทั้งยังได้เผย 3 วิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศไทยเพื่อให้กลายเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลและ AI ดังนี้

  • Think AI Boldly Strategize การคิดคอนเซปต์ด้าน AI ที่แปลกใหม่อย่างมีกลยุทธ์
  • Thread AI Across Industries การเชื่อมต่อ AI ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างและหลากหลาย
  • Thrive AI With Talent การพัฒนา AI ด้วยคนที่มีความสามารถ

นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงการร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการพัฒนาบุคลากร ผ่าน Huawei ASEAN Academy (Thailand) โดยภายในหลักสูตรจะประกอบไปด้วย โครงสร้างพื้นฐาน ICT, AI, Cloud, Big Data, IoT และ Digital Leadership ผ่าน 4 เสาหลักสร้างคนดิจิทัล

  • Business School for Leaders เสริมสร้างความเป็นผู้นำดิจิทัลให้กับผู้บริหารในอนาคต
  • Technical School for Creators ฝึกฝนทักษะด้าน AI, Cloud และเทคโนโลยีเกิดใหม่
  • Engineer School for Practitioners ยกระดับความสามารถเชิงปฏิบัติสำหรับวิศวกร
  • Digital Inclusion for Users ส่งเสริมการเข้าถึงและการรู้เท่าทันดิจิทัลในวงกว้าง

ถือเป็นสัญญาณที่ดี จากการคาดการณ์การลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนในการสร้างร่วมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในไทยด้วยงบกว่า 5 แสนล้านบาท ภายในปี 2570 ที่จะช่วยผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและ AI ประจำภูมิภาค ซึ่งสามารถสร้างขีดความสามารถและรายได้ให้กับประชาชนและประเทศได้อย่างมหาศาล

นอกจากนี้ BT beartai ยังได้ไปส่องบูทพาร์ตเนอร์ทางเทคโนโลยีและ AI ของทางหัวเว่ยกว่า 40 บูท ซึ่งมีตั้งแต่ด้านพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เครือข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ต หุ่นยนต์สุนัขและมนุษย์ หุ่นยนต์บาริสตา และยังมีบูท DeepSeek Deployment Practice ที่มาสอนการพัฒนา DeepSeek กันแบบสด ๆ กันเลยทีเดียว

กระทรวง DE จับมือ HUAWEI ยกระดับไทยสู่ “Digital & AI Hub” แห่งอาเซียน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...