โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เริ่มวันนี้! ไม่ใส่หมวกกันน็อก ปรับ 2,000 บาท คนซ้อนเจอ 2 เท่า

PostToday

อัพเดต 01 มิ.ย. 2568 เวลา 00.11 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2568 เวลา 06.52 น.

1 มิถุนายน 2568 วันนี้เป็นวันแรกที่การบังคับใช้กฎหมายจราจรทางบกมาตรา 122 เรื่องการสวมหมวกนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์จะมีผลบังคับใช้ 100%

โดย นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงมาตรการดังกล่าว

ซึ่งกำหนดให้ผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่สตาร์ทรถ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

และที่สำคัญคือ หากผู้โดยสารไม่สวมหมวกกันน็อก ผู้ขับขี่จะถูกปรับเป็น 2 เท่า!

รัฐบาลเร่งสร้างวินัยจราจรผ่าน “โครงการถนนปลอดภัย”

นายอนุกูลกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อเสริมสร้างวินัยจราจรและสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ริเริ่ม "โครงการถนนปลอดภัย" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการจราจรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น

โครงการนี้จะมุ่งเน้นการเลือกถนนสายสำคัญ หรือถนนที่มีสถิติการฝ่าฝืนกฎจราจรสูง รวมถึงถนนที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และถนนที่มีสถานศึกษาตั้งอยู่

เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างจริงจัง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำสั่งให้บังคับใช้กฎหมายจราจรทางบกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในการสัญจร

สวมหมวกกันน็อก: จุดเริ่มต้นของการขับขี่ปลอดภัย สร้างวินัยจราจร

รัฐบาลย้ำเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะหากเกิดอุบัติเหตุ

นี่คือจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

"เราขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามกฎจราจร ช่วยกันรณรงค์และสอดส่องผู้ใช้เส้นทาง เพื่อไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎจราจร" นายอนุกูลกล่าวทิ้งท้าย

นี่คือโอกาสที่เราจะร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย และลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...