โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

จนท.อุทยานแห่งชาติพุเตย จับผู้ต้องหา ลักลอบล่าสัตว์ ในเขตอุทยานฯ

สวพ.FM91

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 09.22 น.

วันนี้(30 พ.ค. 68) นางสาวสาวิตรี เชื้อพงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 22.00 น. คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติพุเตย ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย

โดยขณะลาดตระเวนมาถึงบริเวณป่าบ้านป่าผาก หมู่ที่ 2 ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีว่า มีบุคคลลักลอบนำอาวุธปืนเข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. สังเกตเห็นแสงไฟและได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มุ่งหน้ามาทางที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ จึงแสดงตนเข้าตรวจสอบ พบเป็นบุคคลชาย 2 คน พร้อมอาวุธปืน ภายหลังถูกจับผู้ต้องหา 1 ใน 2 ร้องขอให้คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ขับรถพาไปยังบ้านพัก เพื่อพบครอบครัว เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือติดต่อ โดยมีเจ้าหน้าที่นั่งควบคุมตัวไปตลอดเส้นทาง เมื่อเดินทางไปถึง เจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ขับรถยนต์ได้ลงไปติดต่อกับญาติ โดยไม่ได้ให้ผู้ถูกจับลงจากรถแต่อย่างใด แต่ผู้ต้องหา ได้อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานกับมารดาของผู้ต้องหา หลบหนีออกทางช่องกระจกประตูรถยนต์ราชการแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันควบคุมตัว แต่ถูกขัดขืนวิ่งไปหยิบมีดพร้าจากในบ้านมาวิ่งไล่ตามทำร้ายคณะเจ้าหน้าที่ ต่อมาได้ได้ประสานขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรองค์พระ เพื่อรักษาความปลอดภัยและนำผู้ถูกจับมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาทั้งสอง มีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนและอุปกรณ์ล่าสัตว์เข้าพื้นที่อุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมการหลบหนี ขัดขวางการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตลอดจนใช้อาวุธมีดวิ่งไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ เป็นการกระทำที่มีเจตนาถึงการเอาชีวิตซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงได้จัดทำบันทึกพร้อมเอกสารหลักฐาน และนำตัวผู้ถูกจับ อุปกรณ์ในการกระทำความผิด เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรองค์พระ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและติดตามตัวนายถาวรมาดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...