โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

KKP จับมือ GSAM สู้ศึก Wealth Management หวังโตเฉลี่ย 16% ไปอีก 5 ปี ดัน AUM ปีนี้ทะลุ 1 ล้านล้านบาท

THE STANDARD

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 00.11 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 00.11 น. • thestandard.co
KKP จับมือ GSAM สู้ศึก Wealth Management หวังโตเฉลี่ย 16% ไปอีก 5 ปี ดัน AUM ปีนี้ทะลุ 1 ล้านล้านบาท

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่เติบโตในระดับต่ำเพียง 2-3% ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง หรือ Wealth Management กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่แข่งขันดุเดือดที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงกว่า 10% ต่อปี สวนทางกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินแทบทุกแห่งต่างกระโดดเข้ามาเพื่อชิงส่วนแบ่งจากเค้กก้อนนี้

ล่าสุด กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับ Goldman Sachs Asset Management (GSAM) ผู้จัดการกองทุนระดับโลก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและหวังจะรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่สูงถึง 16% ต่อปีไว้ให้ได้

ณฤทธิ์ โกสาลาทิพย์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานที่ปรึกษาและบริหารการลงทุนลูกค้าบุคคล บล.เกียรตินาคินภัทร (มหาชน) ยอมรับว่าการประกาศความร่วมมือครั้งนี้อาจจะดูเหมือนเป็นผู้เล่นรายท้ายๆ ในตลาด แต่สำหรับ KKP ที่เชื่อมั่นในโลกาภิวัตน์และตลาดทุนที่เปิดกว้าง การเลือกพันธมิตรที่ใช่และมีความร่วมมือในเชิงลึกคือสิ่งสำคัญที่สุด

“ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย การเติบโต 16% ต่อปีที่ทำมาตลอดคงเป็นเรื่องยากในอนาคต ความจำเป็นของการมีพันธมิตรจึงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ” ณฤทธิ์กล่าว

รักษาการเติบโต 16% ต่อปี สู่ AUM 1 ล้านล้านบาท

ปัจจุบันธุรกิจ Asset Management ของ KKP มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เกือบ 9 แสนล้านบาท แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะเผชิญภาวะ K-Shape Recovery ที่ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ด้านบน แต่สำหรับธุรกิจ Wealth Management ที่โฟกัสลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ ยังคงเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่ง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่โตราว 4-6%

“เราคาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้การเติบโตของ AUM ที่ 16% ต่อปี สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนในอีก 5 ปีข้างหน้า และน่าจะทำให้เราเห็น AUM แตะระดับ 1 ล้านล้านบาทได้ภายในปีนี้”

ปัจจุบันพอร์ตของลูกค้า KKP มีการลงทุนในต่างประเทศ (Global Exposure) เพียง 20% ซึ่งณฤทธิ์มองว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะนักลงทุนไทยไม่ควรมี Home Bias ที่สูงเกินไป

“คำแนะนำการลงทุนที่สำคัญที่สุดคือ Diversify, Discipline, Systematic หรือการกระจายความเสี่ยงอย่างมีวินัยและเป็นระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกผสมผสานอยู่ในบริการ DPM (Discretionary Portfolio Management) ของเรา”

การจับมือกันระหว่าง KKP และ GSAM ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันที่ดุเดือด แต่คือการยกระดับการให้บริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของนักลงทุนไทยในยุคโลกาภิวัตน์

5 เทรนด์เปลี่ยนโลกบริหารความมั่งคั่งไทย

การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นท่ามกลาง 5 เทรนด์ใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์การลงทุนของคนไทยอย่างสิ้นเชิง

  • ลดการยึดติดกับตลาดในประเทศ (Reduced Home Bias) ในอดีตคนไทยอาจลงทุนกระจุกตัวในประเทศ แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มตระหนักว่าตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนเพียง 0.3% ของตลาดโลก การกระจายความเสี่ยงไปต่างประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็น
  • การส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น (Generational Wealth Transfer) ระบบครอบครัวและธุรกิจแบบ ‘กงสี’ ของไทยกำลังเผชิญความท้าทาย เมื่อความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นและต้องมีการส่งต่อภายใต้บริบทของภาษีมรดก
  • ความไม่แน่นอนของภาษีนอกประเทศ (Offshore Tax Uncertainty) เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนต้องวางแผนอย่างรัดกุมมากขึ้น เพราะภาษีเป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่สำคัญ
  • ทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย นอกเหนือจากหุ้นและตราสารหนี้ ปัจจุบันนักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investment) ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น Hedge Fund และ Private Market ทำให้ธุรกิจครอบครัวเริ่มปรับโมเดลการลงทุนคล้าย Endowment Fund ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ
  • การเข้ามาของผู้เล่นระดับโลก (Coming of International Players) ธนาคารระดับโลกต่างเข้ามาเปิดสำนักงานในไทยมากขึ้น ทำให้การแข่งขันเพื่อให้บริการลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งสูงยิ่งทวีความรุนแรง

“วันนี้แทบไม่เหลือข้อแตกต่างระหว่างการใช้บริการสถาบันการเงินในประเทศอย่างเรากับธนาคารต่างชาติ ทั้งในแง่ทางเลือกสินทรัพย์และการลงทุนตรงในต่างประเทศ แต่การจะทำเช่นนั้นได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงต้องมีพันธมิตรระดับโลก” ณฤทธิ์กล่าวเสริม

ความร่วมมือระหว่าง KKP และ GSAM

ความร่วมมือระหว่าง KKP และ GSAM ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การนำผลิตภัณฑ์มาขาย (Product Partnership) แต่เป็นการทำงานร่วมกันในแนวคิด ‘The Power of Two, One Philosophy of Wealth’ โดยมี 3 เสาหลักสำคัญคือ

  • ที่ปรึกษาการลงทุน (Advisory) ในยุคที่ตลาดไทยถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยระดับโลกเป็นหลัก การมีมุมมองเชิงลึกจากทีมของ GSAM จะช่วยให้คำแนะนำการลงทุนของ KKP เฉียบคมและทันท่วงทียิ่งขึ้น
  • กลยุทธ์การลงทุนหลายสินทรัพย์ (Multi-Asset Strategy) KKP จะนำเสนอบริการบริหารพอร์ตการลงทุนแบบดุลยพินิจ (DPM) ที่ไม่ได้มองแค่การเลือกสินทรัพย์เป็นชิ้นๆ แต่เป็นการจัดสรรการลงทุนในทุกประเภทสินทรัพย์อย่างเป็นระบบเพื่อบริหารความเสี่ยง โดยสำหรับลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งสูง (HNW/UHNW) จะเป็นรูปแบบพอร์ตการลงทุนที่ปรับตามคำแนะนำของ GSAM ส่วนลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent จะอยู่ในรูปแบบกองทุนรวมตามระดับความเสี่ยง
  • ธุรกิจสถาบัน (Institutional Business) ต่อยอดความร่วมมือไปยังกลุ่มลูกค้าสถาบัน

ด้าน ซาบรีนา แกน Managing Director, Goldman Sachs Asset Management กล่าวว่า “เรามองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจด้านความมั่งคั่งในประเทศไทย ซึ่งนักลงทุนกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในระดับโลกมากขึ้น ความร่วมมือนี้ซึ่งผสานศักยภาพด้านการลงทุนระดับโลกของ Goldman Sachs Asset Management เข้ากับความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นของ KKP จะเปิดโอกาสให้เราร่วมกันนำเสนอทางเลือกการลงทุนที่แตกต่างให้แก่นักลงทุนในประเทศไทย”

Goldman Sachs Asset Management จะทำหน้าที่ให้บริการที่ปรึกษาการลงทุนด้านกลยุทธ์การลงทุนแบบหลากหลายสินทรัพย์ (Multi-Asset Strategy) ให้แก่ KKP เพียงรายเดียวเท่านั้นในประเทศไทย ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการหารือถึงความร่วมมือในด้านอื่นเพิ่มเติม รวมถึงการที่ KKP อาจจะจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่นที่บริหารจัดการโดย Goldman Sachs Asset Management ด้วย

ปัจจุบันภูมิทัศน์ของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนให้ความสำคัญกับการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น คนรุ่นใหม่เริ่มมีบทบาทในการบริหารความมั่งคั่งของครอบครัว และความสนใจในสินทรัพย์ทางเลือกกำลังเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านภาษีของเงินลงทุนในต่างประเทศและการแข่งขันจากผู้เล่นต่างชาติก็ส่งผลต่อแนวทางการจัดพอร์ตของนักลงทุนไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...