โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ละครไทยหลบไป! กัมพูชาใช้ "ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ" อวย "ฮุน เซน" ขึ้นจอ

SpringNews

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 03.50 น.

เมื่อวันที่ 12-13 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาได้ออกประกาศระงับการออกอากาศและการนำเข้าละคร ภาพยนตร์ และรายการวาไรตี้ของไทยทุกประเภทในประเทศกัมพูชา โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นทันทีหลังจากที่สมเด็จฮุน เซน ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวให้ระงับการออกอากาศละครและภาพยนตร์ไทย ในเวลาเดียวกัน สถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา (TVK) ได้นำซีรีส์เรื่อง “ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ” (The Son Under the Full Moon) ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวประวัติของสมเด็จฮุน เซน และสมเด็จบุน รานี มาเผยแพร่ซ้ำ โดยมีรายงานว่าซีรีส์นี้จะเข้ามาแทนที่ผังรายการเดิมที่เป็นของไทย การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างชาตินิยมและตอกย้ำบทบาทของผู้นำประเทศ

คำสั่งห้ามสื่อไทยและการปรับผังรายการ กระทรวงสารสนเทศกัมพูชาได้ออกประกาศให้สถานีโทรทัศน์ทุกแห่งยุติการออกอากาศละคร ภาพยนตร์ และวาไรตี้ไทยตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 12 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ตามมาด้วยกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมที่ประกาศระงับการนำเข้าและฉายภาพยนตร์ไทยในโรงภาพยนตร์ทุกแห่งในกัมพูชา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 13 มิถุนายน 2568 การดำเนินการนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังจากที่สมเด็จฮุน เซน เสนอความคิดเห็นดังกล่าว พร้อมกันนั้น TVK ก็ได้นำซีรีส์ “ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ” มาเผยแพร่ซ้ำ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้ช่องทีวีอื่นๆ นำซีรีส์นี้ไปออกอากาศแทนที่รายการจากประเทศไทย

“ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ” ซีรีส์แห่งชาติและชีวประวัติผู้นำ ซีรีส์ “ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ” (The Son Under the Full Moon) เป็นโศกนาฏกรรมและความรักที่สร้างจากชีวิตจริงของสมเด็จฮุน เซน และสมเด็จบุน รานี ในยุคสมัยเขมรแดง ซีรีส์ชุดนี้เคยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติมาแล้วในปี 2566

การสร้างซีรีส์เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เมื่อสมเด็จฮุน เซน สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้มีคำสั่งให้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการสร้างภาพยนตร์ชุดสำหรับออกอากาศทางโทรทัศน์ คณะกรรมการชุดนี้มี เมา อายุธ ปลัดกระทรวงข่าวสาร เป็นประธานและผู้สร้าง นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เสา โสคา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.อ.ฮิง บุน เฮียง หัวหน้าหน่วยกองกำลังอารักขานายกรัฐมนตรี ในคำสั่งแต่งตั้งได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ภาพยนตร์ชุดนี้จะต้อง “ถูกต้องแม่นยำ” มีฉากที่เหมาะสมกับยุคสมัยในท้องเรื่อง และต้องมีคุณภาพสูงในทุกๆ ตอน เนื่องจากเป็นชีวประวัติของสมเด็จฮุน เซน และสมเด็จบุน รานี ทีมงานผู้สร้างจึงต้องศึกษาประวัติศาสตร์และเขียนบทให้ถูกต้อง

เนื้อเรื่องของ “ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ” เน้นช่วงชีวิตวัยหนุ่มของฮุน เซน ที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาและเป็นนักรบเขมรแดงต่อสู้กับทหารฝ่ายรัฐบาลลอนนอล ในช่วงสงครามปลดปล่อย ฮุน เซน ได้พบรักกับบุน รานี ซึ่งทั้งสองมีอุดมการณ์เดียวกัน ก่อนการยึดกรุงพนมเปญ ฮุน เซน ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาข้างซ้ายขณะสู้รบและต่อมาดวงตาก็บอดสนิท

หลังจากที่เขมรแดงโค่นล้มรัฐบาลลอนนอลและสถาปนาระบอบเขมรแดง ฮุน เซน ถูกส่งไปประจำการที่คอมมูนในภาคตะวันออกของกัมพูชา ในกลางปี 2520 ฮุน เซน และสหายอีก 3 คน ตัดสินใจหนีออกจากคอมมูนเขมรแดงไปพึ่งพาเวียดนาม เพื่อจัดตั้งกองกำลังต่อต้านเขมรแดง ซึ่งทำให้เขาต้องทิ้งภรรยา บุน รานี ไว้ในกัมพูชา ช่วงที่ฮุน เซน หนีไปเวียดนาม บุน รานี ได้ตั้งครรภ์และสูญเสียลูกชายคนแรก ซึ่งเป็นฉากสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอุดมการณ์อยู่เหนือความรัก โดยเธอยอมเสียสละเพื่อให้สามีไปทำหน้าที่กอบกู้บ้านเมืองและโค่นล้มระบอบเขมรแดง

ในปลายปี 2521 แนวร่วมต่อต้านเขมรแดงและกองทัพเวียดนามได้บุกเข้ายึดกัมพูชาและโค่นล้มระบอบเขมรแดง ในช่วงที่บ้านเมืองแตกแยก ฮุน เซน ไม่สามารถตามหาภรรยาพบ เนื่องจากผู้คนในกัมพูชาหนีภัยสงครามไปอยู่ตามป่าเขา หลังจากสถาปนาระบอบใหม่ ฮุน เซน วัย 27 ปี ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และในระหว่างที่เดินทางไปเยือนสหภาพโซเวียต เขาได้รับข่าวว่าพบ บุน รานี ภรรยาของเขาแล้ว บุน รานี จึงเป็นเสมือน “นางแก้วสุดที่รัก” ของฮุน เซน ที่กลายเป็นเรื่องราวในตำนานผ่านซีรีส์ชุดนี้

บทบาทของการโฆษณาชวนเชื่อ ละครเรื่อง “ลูกชายใต้แสงจันทร์วันเพ็ญ” นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสื่อโฆษณาชวนเชื่อที่ช่วยให้ฮุน เซน ยังคงครองอำนาจในกัมพูชามาจนถึงปัจจุบัน โดยละครได้สร้างภาพว่าฮุน เซน เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถนำพากัมพูชาให้รอดพ้นจากหายนะของสงครามกลางเมืองด้วยการปราบเขมรแดงได้สำเร็จ แม้ว่าในความเป็นจริง ฮุน เซน เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขมรแดงมาก่อนที่จะแยกตัวออกมาและไปร่วมกับฝ่ายต่อต้านเขมรแดงในเวียดนาม เพื่อกลับมาโค่นล้มเขมรแดงในปี 2522 ก่อนหน้านี้ เรื่องราวของ “ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ” เคยเป็นซีรีส์ละครวิทยุมาก่อนและมีการออกอากาศทางสถานีวิทยุอย่างต่อเนื่องยาวนาน ได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนชาวกัมพูชาทั่วประเทศ

การปัดฝุ่นซีรีส์ “ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ” ออกอากาศซ้ำในช่วงที่กัมพูชาสั่งห้ามสื่อไทย สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลกัมพูชาในการควบคุมสื่อและเสริมสร้างชาตินิยม ซีรีส์ชีวประวัติเรื่องนี้สร้างขึ้นภายใต้คำสั่งของสมเด็จฮุน เซน เอง โดยเน้นย้ำถึงความถูกต้องทางประวัติศาสตร์และคุณภาพการผลิต เพื่อนำเสนอภาพของเขาในฐานะผู้นำผู้กอบกู้ประเทศและผู้เสียสละ การใช้สื่อประเภทชีวประวัติผู้นำในลักษณะนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและรักษาฐานอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการปรับผังรายการโทรทัศน์เพื่อทดแทนสื่อต่างชาติ การเคลื่อนไหวนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนผังรายการธรรมดา แต่เป็นการตอกย้ำเรื่องเล่าแห่งชาติและบทบาทของสมเด็จฮุน เซน ในประวัติศาสตร์กัมพูชา

อ้างอิง

คมชัดลึก / MG /

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...