Business Today Thai Politics 27 มิถุนายน 2568
Businesstoday
อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 07.23 น. • Businesstoday“ภูมิธรรม” ปัดตอบ เต็งนั่งมท.1 โยนถามนายกฯ เอง
เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการมานั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ยังไม่ชัดเจน ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ยังไม่มีการแจ้งมา
เมื่อถามว่า ได้ส่งรายชื่อตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้วหรือยัง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องถามท่านนายกฯ
เมื่อถามย้ำว่า ถ้าได้นั่ง มท.1 จริง มีการเตรียมความพร้อมอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ไม่มีถ้า มีแต่โปรดเกล้าฯ เมื่อไหร่ก็ตามนั้น”
‘ภูมิธรรม’ มอบรางวัลผู้ที่มีผลงานยอดเยี่ยม ดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
วันนี้ (27 มิ.ย.2568) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล
โดยนายภูมิธรรม ได้เป็นสักขีพยานการมอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานด้านยาเสพติดระหว่างผู้แทนมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน มอบเงินสนับสนุนฯ จำนวน 500,000 บาท เพื่อนำไปมอบให้กับบุคคลและองค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 จำนวน 210 ราย
นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี ถือเป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลกและเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราทุกคนต้องตระหนักถึงภัยอันตรายร้ายแรงจากยาเสพติด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชนรัฐบาลจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม
ซึ่งการดำเนินงานที่ท้าทายนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน ทั้งในระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นอันเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด
โดยปัญหายาเสพติดถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคม แต่ยังเชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ ทั้งการค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นภัยต่อความมั่นคงที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและเด็ดขาด รวมถึงการป้องกันตามแนวชายแดนที่มีความท้าทาย การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยการ “บูรณาการ” จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน” ในพื้นที่ 14 จังหวัด 52 อำเภอ 80 สถานีตำรวจ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดและอาชญากรรมอื่น ๆ ไม่ให้ทะลักเข้าสู่ประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงภายใน 6 เดือน และมีการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การปราบปรามอย่างเด็ดขาดนั้น ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน ต้องมองถึงการแก้ไขปัญหาในระยะยาว นั่นคือการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ เพื่อคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
“อนุทิน” นำทีมภูมิใจไทยลงพื้นที่สุรินทร์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้กำลังใจทหาร–ชาวบ้านชายแดน
วันนี้ (27 มิ.ย.2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย และ ส.ส. จังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่อำเภอกาบเชิงและอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
เพื่อพบปะประชาชนในพื้นที่ชายแดน พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ และสนับสนุนการสร้าง “หลุมหลบภัยเพื่อความปลอดภัย” ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
กิจกรรมเริ่มต้นในช่วงเช้าที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านด่าน อำเภอกาบเชิง โดยนายอนุทินได้มอบถุงยังชีพให้กับผู้สูงอายุ พร้อมเยี่ยมชมหลุมหลบภัยและพูดคุยให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ ก่อนเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอกาบเชิง เพื่อประกอบพิธีมอบท่อคอนกรีตสำหรับทำหลุมหลบภัย
จากนั้น นายอนุทินและคณะเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอุโลก ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก เพื่อมอบวัสดุสร้างหลุมหลบภัย และพบปะผู้นำชุมชน ก่อนปิดท้ายภารกิจด้วยการเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทหาร–ตำรวจ–ฝ่ายปกครอง ณ ปราสาทตาเมือนธม ตำบลตาเมียง ซึ่งเป็นแนวชายแดนสำคัญของจังหวัด
นายอนุทินกล่าวว่า อำเภอกาบเชิงและพนมดงรักคือแนวหน้าของประเทศไทย ทั้งในด้านความมั่นคงและความเป็นอยู่ของประชาชน พรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าเราจะไม่ทิ้งพี่น้องประชาชน และเดินหน้าเคียงข้างประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ขอชื่นชมและขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ไปจนถึงประชาชนผู้มีจิตสาธารณะทุกท่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอยืนยันว่า พรรคของเราจะยังคงยึดมั่นในแนวทาง ทำงานให้ประชาชนอย่างแท้จริง ลงมือทำก่อน พูดทีหลัง ทำงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และผลักดันทุกเรื่อง ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน
ด้าน นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้น เป็นความร่วมมือระหว่างภาคการเมือง ภาคราชการ ท้องถิ่น เอกชน และประชาชน โดยสามารถรวบรวม ท่อคอนกรีตจำนวน 500 ท่อน และยางรถยนต์จำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปใช้สร้างหลุมหลบภัยให้กับโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนรวม 38 แห่ง ครอบคลุมอำเภอกาบเชิง 31 แห่ง อำเภอพนมดงรัก 7 แห่ง และชุมชนแนวชายแดนอีกกว่า 30 หมู่บ้าน
แม่ทัพภาค 2 จับตาฮุนเซนไลฟ์สด ยันกองทัพดูแลความมั่นคงชายแดน
เวลา 11.30 น. วันที่ 27 มิ.ย. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์กรณีการไลฟ์สดของสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่มีการพูดถึงประเทศไทย ได้รับรายงานแล้วหรือยัง ว่า นี่เป็นเรื่องของรัฐบาล แต่ตนก็ติดตามอยู่ ขอให้เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีและทีมงานที่จะแก้ไข ส่วนกองทัพก็ยังคงดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน
ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุด ฝ่ายไทยก็ยังตรึงกำลังอยู่ ส่วนกัมพูชาก็ยังไม่ได้ถอนกำลัง ยังคงรอความชัดเจนของทั้ง 2 ประเทศ และขึ้นอยู่กับผู้นำ 2 ประเทศ ว่าจะคุยกันอย่างไรส่วนทหารก็ทำหน้าที่ต่อไป ควบคุมและกำกับดูแลแนวชายแดนให้เป็นปกติมากที่สุด ซึ่งกับทางทหารกัมพูชาก็ยังคงมีการพูดคุยกัน ตั้งแต่การปรับกำลังที่ช่องบก
เมื่อถามถึงกรณีสมเด็จฮุนเซนมาเยี่ยมทหารชายแดนมีนัยยะอะไรหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจ แต่ท่านคงแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ ขณะที่ตามแนวชายแดนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงประชาชนที่ติดตามการทำหน้าที่ของทหารตามแนวชายแดน แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ฝากถึงประชาชนคนไทย ปัญหาตามแนวชายแดนและเส้นเขตแดนยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ในการนำมาซึ่งการใช้อาวุธ ทั้ง 2 ประเทศ ก็พยายามคุยกันในระดับผู้ปฏิบัติ และให้หลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ โดยเมื่อมาพบกันในจุดที่ต้องเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่ได้นำอาวุธติดตัวมาด้วย ดังนั้นขอให้ประชาชน 2 ประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย ตนให้ความมั่นใจว่าช่วงนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสถานการณ์ตามแนวชายแดน อยู่ในขั้นปกติและสามารถควบคุมได้
เมื่อถามว่า ประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์แบบนี้จะมีอยู่อีกนานแค่ไหน แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผู้นำ 2 ประเทศ และทางฝั่งกัมพูชาก็ขึ้นอยู่กับผู้นำของเขาด้วย เพราพนโยบายทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับผู้นำเขา หากผู้นำกัมพูชาสามารถพูดคุยตกลงกับรัฐบาลไทยได้สถานการณ์ก็จะดีขึ้น
เมื่อถามย้ำว่า แนวโน้มจะจบก่อนแม่ทัพภาคที่ 2 เกษียณอายุราชการหรือไม่ พล.ท.บุญสิน บอกว่า น่าจะจบก่อน ส่วนการประชุม RBC ต้องรอความชัดเจนของผู้นำกัมพูชา ซึ่งถึงขนาดนี้ยังไม่มีการตอบรับมา แต่ฝ่ายไทยพร้อมเจรจา
ส่วนกรณีปราสาทตามเมือนธม จำเป็นต้องมีการงดให้ขึ้นเยี่ยมชมชั่วคราวหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ปราสาทตาเมือนธมเป็นมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ที่อนุโลมให้กัมพูชาขึ้นมาสักการะ ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันนานแล้ว และขอความร่วมมือประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ลดการแสดงออกที่มีความล่อแหลม เพราะจะก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย ส่วนตอนนี้ก็ไม่มีอะไร เป็นเรื่องปกติ
ส่วนที่สมเด็จฮุนเซน ระบุการที่นายกรัฐมนตรีไทย พาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ถือเป็นการหมิ่น มองว่าการพูดลักษณะนี้มีนัยยะอะไรหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า “ก็เป็นเรื่องของสมเด็จฮุนเซน เราก็ทำหน้าที่ของเราในการปกป้องอธิปไตยอย่างเดียว เขาจะพูดอะไรก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับผม”
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้หวั่นไหวอะไรใช่หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ไม่มี ตนไม่เคยหวั่นไหว แต่ถ้ามาเกี่ยวข้องกับแนวชายแดนตนก็ทำหน้าที่ ไม่เคยหวั่นไหวอะไร
เมื่อถามย้ำถึงการพาดพิงของสมเด็จฮุนเซน แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ไม่เป็นไร ประจำอยู่แล้ว พร้อมอยู่แล้วไม่มีปัญหา
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เตรียมชุมนุมใหญ่ขับไล่นายกฯ ‘แพทองธาร’ พรุ่งนี้
วันที่ 27 มิถุนายน 2568 – กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย แถลงความพร้อมจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำกลุ่มฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับเงินบริจาคสนับสนุนการจัดงานเพียงพอแล้ว โดยหลังหักค่าใช้จ่าย คาดว่าจะมอบเงินส่วนหนึ่งให้กองทัพภาคที่ 2 มากกว่า 20 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันประเทศ
เขาย้ำว่า แม้ผู้ชุมนุมจะมีความหลากหลายทางแนวคิดและประวัติศาสตร์ แต่จุดยืนร่วมกันคือ “การปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน” และเรียกร้องความสามัคคีจากประชาชน
ในวันชุมนุมจะเริ่มตั้งแต่ 10.00 – 21.00 น. โดยจะมีพิธีทางศาสนาเพื่อรำลึกถึงทหารผ่านศึกที่เสียชีวิตเพื่อชาติ และเปิดเวทีปราศรัยตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวหาว่ารัฐบาลมีความพยายามขัดขวางการชุมนุม โดยมีข้าราชการบางส่วนสั่งการโดยมิชอบ พร้อมเตือนว่าผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีส่วนในการขัดขวางประชาชนอาจต้องรับผิดชอบเอง
เขายังวิจารณ์การบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรี หลังเหตุการณ์ปะทะบริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ว่า น.ส.แพทองธารไม่ได้มีท่าทีตอบสนองต่อวิกฤติอย่างฉับพลัน กลับเลือกไปปฏิบัติราชการในพื้นที่อื่น พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่อง “คลิปเสียงหลุด” ที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่าอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ
นายจตุพรยังกล่าวอ้างว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้นำทองคำมูลค่ากว่า 27,000 ล้านบาทไปฝากไว้ในกัมพูชา เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบทางกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้ทางกัมพูชาเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
เขาระบุว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีท่าทีถอนตัว นอกจากพรรคภูมิใจไทย จึงเหลือข้อเรียกร้องเดียวคือ “ปกป้องอธิปไตยของชาติ” โดยเตือนว่าแม้ยังไม่เกิดการสูญเสียดินแดน แต่ประชาชนต้องตื่นตัวและไม่ประมาท
ในประเด็น “ช่องบก” นายจตุพรวิจารณ์ว่า การที่ผู้นำไทยและกัมพูชาอ้างว่าเป็น “No man’s land” เป็นเรื่องอันตราย เพราะอาจนำไปสู่ความเสียหายทางการทูต พร้อมกล่าวหาว่าสถานการณ์อาจเป็นการ “แบล็กเมล” จากฝั่งกัมพูชา
ด้านนายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่มีความพร้อมที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมกล่าวหาว่า “สมเด็จฮุนเซน” ใช้กลยุทธ์แบล็กเมล เหมือนจับสองพ่อลูก—นายกรัฐมนตรีและนายทักษิณ—เป็นตัวประกันเพื่อเรียกผลประโยชน์จากไทย
นายสมชาย แสวงการ อดีต ส.ว. กล่าวเสริมว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่จากกรณีคลิปเสียงหลุด ซึ่งเป็นคำร้องเดียวกับกรณีของนายเศรษฐา ทวีสิน ที่เคยถูกยื่นไว้ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ เขาเรียกร้องให้ศาลพิจารณาอย่างเป็นธรรม พร้อมชี้ว่านายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน “ขาดความรู้และภาวะผู้นำ” และเป็นผู้ที่ “อาจถูกแบล็กเมลตลอดเวลา” ซึ่งไม่ควรได้รับโอกาสอยู่ในตำแหน่งต่อแม้แต่วันเดียว