โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ใช่วัยทำงานก็หมดไฟได้! มารู้จัก ‘Academic Burnout’ หรือ ‘ภาวะหมดไฟในการเรียน’

Dek-D.com

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 08.30 น. • DEK-D.com
อาการแบบนี้คืออะไร คล้าย ๆ จะหมดไฟแต่เราเป็นนักเรียนนะ? มารู้จักอาการ 'หมดไฟในการเรียน' แม้เป็นนักเรียนเราก็หมดไฟได้

ไม่ใช่วัยทำงานก็หมดไฟได้! มารู้จัก ‘Academic Burnout’ หรือ ‘ภาวะหมดไฟในการเรียน’

น้อง ๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับภาวะ “หมดไฟ”ใช่ไหมคะ ซึ่งภาวะนี้ตามที่เราคุ้นเคยมักจะเกิดขึ้นกับพี่ ๆ วัยทำงานที่ได้รับความกดดัน ความเครียด เรื้อรังสะสมนำมาสู่อาการหมดไฟจากการทำงานได้ค่ะ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแค่พี่ ๆ วัยทำงานที่สามารถเกิดอาการหมดไฟได้นะคะ น้อง ๆ วัยเรียนเองก็สามารถเกิดภาวะที่เรียกว่าหมดไฟได้เช่นเดียวกัน ซึ่งภาวะนั้นมีชื่อเรียกว่า ‘Academic Burnout’ หรือ ‘ภาวะหมดไฟในการเรียน’ นั่นเองค่ะ

ไม่ใช่วัยทำงานก็หมดไฟได้! มารู้จัก ‘Academic Burnout’ หรือ ‘ภาวะหมดไฟในการเรียน’

ภาวะหมดไฟในการเรียน อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยมากนักในสังคมปัจจุบัน ทำให้อาจมีผู้เรียนที่กำลังเป็นภาวะนี้และไม่รู้ตัวก็เป็นได้ เพราะงั้นวันนี้พี่ไหมจึงอยากพาน้อง ๆ มาทำความรู้จักกับภาวะหมดไฟในการเรียน ลักษณะอาการ พร้อมวิธีการแก้เบื้องต้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันเลย~

‘Academic Burnout’ หรือ 'ภาวะหมดไฟในการเรียน'

คือ อาการในแง่ลบทั้งทางอารมณ์ ร่างกาย และจิตใจต่อการเรียนเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความเครียด ความกดดัน และความเหนื่อยล้า ส่งผลกระทบกับผู้เรียนได้แทบจะทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะนักเรียนหรือนักศึกษา ตั้งแต่ทางสภาพจิตใจ การทำงาน ไปจนถึงผลการเรียน

แม้ว่าจะมีวิจัยเชิงวิชาการในการค้นคว้าเกี่ยวกับประเด็นนี้ไม่มากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเจอภาวะนี้ในกลุ่มผู้เรียนอ้างอิงจากงานวิจัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน เมื่อเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาที่มีการแข่งขันตลอดเวลา ไหนจะการสอบที่ต้องเตรียมตัว ตามด้วยภาระงานที่หนักหนา นั่นทำให้เกิดการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด ความกดดัน ความเหนื่อยล้าสะสมจากการแข่งขันที่สูง ยังไม่นับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่อาจส่งผลแง่ลบแก่ผู้เรียนที่นำมาสู่การหมดไฟได้ เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่าอาการเบื้องต้นของภาวะหมดไฟในการเรียนมีอะไรบ้าง

อาการเบื้องต้น

  • รู้สึกหมดแรงไม่ว่าจะนอนมากแค่ไหน ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและนอนไม่หลับ
  • ขาดแรงจูงใจในการเรียน หรือการทำงานที่ได้รับมอบหมาย
  • มีอาการหงุดหงิด
  • ขาดแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสันในการทำงานในชั้นเรียน
  • สูญเสียความมั่นใจในการทำงาน
  • ไม่สามารถทำงานตามกำหนดการได้
  • ความถี่ของการเจ็บป่วยมากขึ้นจากความเครียด ความอ่อนล้า

เมื่อเรารู้อาการเบื้องต้นเป็นยังไงแล้ว ต่อมาจะเป็นโครงสร้างของภาวะหมดไฟในการเรียน โดยจะมีโครงสร้างแบ่งออกเป็น 3 มิติ ดังนี้

  • ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เช่น การถูกบังคับให้ต้องเรียน ทำในสิ่งที่เกินกำลังจะทำได้เป็นระยะเวลานาน ส่งผลต่อความเหนื่อยล้าทางกายและจิตใจ เป็นด้านที่แสดงออกทางอารมณ์ ทำให้บางครั้งอาจหมดแรงจูงใจในเกี่ยวกับการเรียน
  • การเมินเฉยต่อการเรียน เช่น การเพิกเฉยต่อผลการเรียนของตัวเอง หมดความสนใจต่องานที่ได้รับมอบหมาย ขาดความกระตือรือร้นเกี่ยวกับการเรียน เป็นด้านที่แสดงออกทางความคิด
  • การรับรู้ว่าตนเองไร้ความสามารถ เช่น ผู้เรียนรู้สึกเชิงลบว่าตัวเองไร้ความสามารถ และมีความสามารถในการเรียนน้อยลง ไม่รู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จ ด้านนี้เองก็เป็นอีกด้านที่แสดงออกทางความคิด

หลังจากที่เราทราบถึงอาการเบื้องต้น และโครงสร้างแต่ละมิติแล้ว เพื่อที่จะรับมือกับภาวะนี้ ต่อไปก็จะเป็นวิธีการแก้เบื้องต้นนั่นเองค่ะ

วิธีการแก้เบื้องต้น

  • หาเวลาในการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น หาเวลาพักผ่อนภายในสัปดาห์ ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำสิ่งอื่นต่อไป
  • ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ ดื่มน้ำ ทานอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ออกไปสูดอากาศข้างนอก การใช้เวลากับธรรมชาติสามารถลดความเครียดได้
  • มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาจารย์ และเพื่อนร่วมชั้น เมื่อเรามีความสุขกับการเรียน ก็จะไม่ค่อยเกิดอาการหมดไฟ
  • ตั้งเป้าหมายที่สมเหตุสมผล เป็นการสร้างแรงจูงใจ เพราะเป้าหมายที่ยากเกินไป เราเองจะท้อก่อนประสบความสำเร็จ
  • หลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่ง การผัดผ่อนงานอาจช่วยให้รู้สึกดีในเวลาอันสั้น สุดท้ายแล้วก็จะส่งผลให้เราต้องเร่งทำงานจนอดนอน เกิดความหงุดหงิด และมีความเครียดเพิ่มขึ้น
  • การถอยกลับ คือการลองมองย้อนกลับมาว่าสิ่งที่เรากำลังเรียน กำลังทำ เป็นสิ่งที่จะนำไปสู่เส้นทางที่เราชอบหรือไม่ จะมีวิธีอื่นอีกหรือเปล่านะที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย

และนี่ก็คือ ‘Academic Burnout’ หรือ ‘ภาวะหมดไฟในการเรียน’ น้อง ๆ อย่าลืมหมั่นสังเกตตัวเองเมื่อเกิดความรู้สึกข้างต้นเพื่อที่จะหาวิธีแก้ไขให้ทันท่วงทีนะคะ ถึงแม้ภาวะหมดไฟจะดูน่ากลัวแต่ถ้าเราหมั่นสังเกตตัวเอง เท่าทันอารมณ์ความรู้สึก ก็จะส่งผลดีต่อตัวเราอย่างแน่นอนค่ะ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับน้อง ๆ วัยเรียนทุกคนนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...