โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CEO กัดฟันสู้-งัดแผนสำรอง ‘สหพัฒน์-เซ็นทรัล’ กำเงินสดตั้งรับวิกฤต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 23.57 น.
กิตติวรรณ อนุเวชสกุล-ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต-สุทธิสาร จิราธิวัฒน์-ธรรมรัตน์ โชควัฒนา

เอกชนตั้งการ์ดรับมือเศรษฐกิจผันผวน ปัจจัยเสี่ยงรอบทิศทั้งภาษีทรัมป์-การเมืองในประเทศทุบซ้ำ ธปท.ยอมรับครึ่งปีหลังหนักกว่านี้ บริโภคเอกชน-ความเชื่อมั่นถดถอย-หนี้เสียเพิ่มขึ้น บิ๊ก “สหพัฒน์-เซ็นทรัล-แมคโดนัลด์” มองไม่เห็นแสงสว่าง ประสานเสียงเน้นดูแลสภาพคล่อง-เก็บเงินสด-รัดเข็มขัด “ธรรมรัตน์ โชควัฒนา” ชี้ธุรกิจต้องปรับแผนตลอดเวลา ซีอีโอแมคโดนัลด์ เผยโลกผันผวนต้องเตรียมแผนสำรอง ย้ำทำธุรกิจยุคนี้ห้ามกะพริบตา นายกสมาคมอสังหาฯประกาศรับมือฮาร์ดแลนดิ้งครึ่งปีหลัง สงครามราคาของจริง

ครึ่งหลัง ศก.ชะลอตัวหนัก

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามแนวโน้มรายได้ และความเชื่อมั่นที่ลดลง ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวปรับลดลง แม้รายรับนักท่องเที่ยวยังขยายตัวได้จากค่าใช้จ่ายต่อหัว และธุรกิจส่วนหนึ่งยังถูกกดดันจากสินค้านำเข้าและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

สินเชื่อโดยรวมหดตัว สถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะ SMEs และครัวเรือนกลุ่มรายได้ต่ำ ประกอบกับความต้องการของภาคธุรกิจที่ลดลงและการชำระคืนหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่คุณภาพสินเชื่อยังปรับ “ด้อยลง” โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อที่อยู่อาศัย สัญญาณหนี้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.3 ปรับเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งออกที่ขยายตัวได้สูงจากที่มีการเร่งส่งออกไปสหรัฐ

ปัจจัยลบ การเมือง-ภาษีทรัมป์

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย หรือ CIMBT เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2568 หลัก ๆ มีอยู่ 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ปัจจัยทางการเมืองในประเทศ หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ และมีการปรับเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ไม่รวมการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบเรื่องการพิจารณางบประมาณปี 2569 มีความล่าช้าออกไปโดยจะกระทบต่อการใช้จ่ายและการลงทุน รวมถึงกระทบแผนการเจรจาเรื่องภาษีสินค้านำเข้ากับสหรัฐ

และ 2.ปัญหาความผันผวนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเจรจานโยบายภาษีทรัมป์ที่จะครบเส้นตายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อภาคการผลิต และการส่งออกของไทย ที่จะส่งผลให้บรรยากาศเศรษฐกิจและการลงทุนไม่สดใส โดยทั้งสองประเด็นนี้จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้

แมคโดนัลด์เตรียมแผนสอง

นางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนภายใต้แบรนด์ “แมคโดนัลด์” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนคาดเดาอะไรได้ยากมาก มีแต่ความไม่แน่นอน เนื่องจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อยู่ในช่วงขัดแย้งเข้มข้น ดังนั้นผู้ประกอบการภาคเอกชนต้องมีความแข็งแกร่งมากเพียงพอถึงจะอยู่รอดได้ เมื่อบริษัทรอด พนักงานก็รอด

“สถานการณ์ยอดขายของบริษัทช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สรุปได้ว่าการทำธุรกิจยุคนี้ ไม่ใช่แค่สู้ยิบตาเท่านั้น แต่เราห้ามกะพริบตาด้วย”

สำหรับแมคไทยมี 3 วิธีในการรับมือกับสถานการณ์ที่ผันผวน อย่างแรกต้องติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ต่อมาคือต้องอ่านข่าวอย่างตระหนักแต่ไม่ตระหนก เพื่อให้เรามีสติในการตั้งรับ พร้อมมีแผนสำรอง 1-2-3 และต้องมีการเตรียมตัวตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ

โดยปี 2567 แมคไทยมียอดขาย 7,957 ล้านบาท โตขึ้น 10% ถือเป็นรายได้สูงสุด และปี 2568 ตั้งเป้าโตเพิ่มขึ้น 10% พร้อมเปิดเพิ่มอีก 20 สาขาในทุกโมเดล ด้วยงบฯ 700 ล้านบาท จาก 240 สาขาทั่วประเทศ สาขาขายดีที่สุดคือ พารากอน ราชดำริ โลตัส สุขุมวิท 50 เป็นต้น

CRC เน้นบริหารเงิน-คุม Cost

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ภาพรวมในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้มีความท้าทายสูง ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศที่เห็นการชะลอตัวชัดเจนตั้งแต่เดือนเมษายน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ต่างประเทศอย่างสงครามการค้า และความขัดแย้งในพื้นที่ต่าง ๆ รวมไปถึงการดิสรัปต์ทางเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ดังนั้น เพื่อรับมือความท้าทายและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริษัทวางแผนรับมือทั้งระยะสั้นด้วยการทำโปรโมชั่นกระตุ้นการจับจ่ายเพื่อชดเชยผลกระทบจากเศรษฐกิจ และแผนระยะยาวด้วยการมุ่งสร้างการเติบโตในจุดที่ยังเป็นช่องว่าง โดยโรดแมป 3 ปี (2568-2570) เตรียมลงทุนประมาณ 45,000-47,000 ล้านบาท เพื่อสร้าง New Growth Engine ด้วยการสปีดสาขาของธุรกิจที่มีศักยภาพ แต่ยังมีสาขาน้อยอย่าง GO WHOLESALE ศูนย์ค้าปลีก-ส่ง และ AUTO 1 ศูนย์บริการ-จำหน่ายอุปกรณ์รถยนต์ครบวงจร

อย่างไรก็ดี ต้องเน้นบริหารการเงินอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยควบคุมค่าใช้จ่าย เน้นลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องและยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ พร้อมบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น

สหพัฒน์ตุนเงินสด-ปรับให้ไว

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังไม่เห็นทางสว่าง ทุกคนดูแลตัวเอง เก็บเงินสดไว้เยอะ ๆ รองรับความเปราะบาง และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

“เรื่องกำลังซื้อกระทบธุรกิจหนักสุด ครึ่งปีหลังเครือจึงต้องดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสภาพคล่อง เก็บเงินสดให้มาก พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา มีความเร็วในการตอบสนองต่ออะไรก็ตามที่จะมากระทบธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมีสูงขึ้นเรื่อย”

นายธรรมรัตน์กล่าวว่า การรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยภายนอก บริษัทมีการทบทวนและปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และหาทางรอดที่ดีที่สุดสำหรับช่วงเวลา และจากความท้าทายจากปัจจัยต่าง ๆ ที่มากขึ้น ทำให้การดำเนินธุรกิจของเครือสหพัฒน์ครึ่งปีหลัง ต้องเน้นรักษาสภาพคล่อง หรือเก็บเงินสดไว้ให้มาก รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เช่นที่ผ่านมาก็มีการปรับกระบวนการทำงานภายใน รวมถึงการปรับพอร์ต ลดสัดส่วนของธุรกิจสิ่งทอที่ชะลอตัว เป็นต้น

ปรับพอร์ตธุรกิจบุกอาหาร

สอดคล้องกับแนวทางของนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ที่กล่าวว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทจะโฟกัสกับการปรับพอร์ตธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์ของตลาด เช่น ชะลอธุรกิจเสื้อผ้า-แฟชั่นลง หันสปีดธุรกิจอาหารและสุขภาพคน-สัตว์เลี้ยง รวมถึงอสังหาฯแทน พร้อมรุกช่องทางค้าปลีกออนไลน์ด้วยการปั้นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มไลฟ์สดเป็นของตัวเอง รวมถึงปรับแนวทางการลงทุนจากการลงทุนเอง เป็นเน้นผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งในและนอกประเทศเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งด้านอสังหาฯ, เทคโนโลยี, การศึกษา, อีคอมเมิร์ซ และธุรกิจบริการ

ด้านนายณัฐพล เดชวิทักษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.สหพัฒนพิบูล กล่าวว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ นอกจากจะต้องระมัดระวังการลงทุนและบริหารจัดการต้นทุนมากขึ้น เน้นสิ่งที่ถนัดและต่อยอดได้ เช่น การลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งสามารถต่อยอดธุรกิจในเครือได้ อาทิ ชุดยูนิฟอร์ม สบู่ รองเท้า ฯลฯ รวมถึงการจัดการรอบรถขนส่งไม่ให้มีการวิ่งรถเปล่า, การนำรถ EV มาใช้ขนส่งสินค้า

รวมถึงเน้นบริหารจัดการให้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย ต้องทำโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์สถานการณ์ และเลือกออกสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าต่าง ๆ อย่างตรงจุดมากขึ้น

มาม่าเลื่อนลงทุนฮังการี

ขณะที่ นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟู้ดส์ เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทชะลอแผนการลงทุนขยายโรงงานในฮังการีออกไป เนื่องจากผลกระทบของสงคราม ส่งผลให้ต้นทุน อาทิ ค่าก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น จนระยะเวลาคืนทุนที่เดิมคาดว่าจะใช้เวลา 7 ปี ขยับเป็น 11-12 ปี อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังคงแผนลงทุนเพิ่มกำลังผลิตสำหรับไลน์สินค้าพรีเมี่ยม อย่าง มาม่าโอเค และมาม่าบิ๊กแพ็ค ตามเดิม เนื่องจากที่ผ่านมากำลังผลิตส่วนนี้ยังน้อยกว่าดีมานด์

อสังหาฯสงครามราคา

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้ปัจจัยลบที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจมีหลายปัจจัยมาก เป็น The Great Perfect Storm อย่างแท้จริง ตั้งแต่เรื่องแผ่นดินไหว ภาษีทรัมป์ สงครามอิหร่าน-รัสเซีย ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาการเมืองในประเทศเปราะบาง ทำให้ทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติขาดความมั่นใจ โจทย์หลักต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นให้เร็วที่สุด

สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง 2568 สถานการณ์การทำธุรกิจที่มีปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวก จึงเป็นสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการต้อง Wait & See ในมุมผู้บริโภคอสังหาฯ หรือลูกค้า วันนี้เป็นตลาดของผู้ซื้อ สินค้าที่ยังขายได้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตลาดบน ซึ่งมีการต่อรองส่วนลดและออปชั่นเยอะมาก เป็นสงครามราคาอย่างแท้จริงในปีนี้ และเป็นสงครามราคาในรูปแบบ Silent Prices War แข่งกันแบบเงียบ ๆ ผู้ซื้อขอให้ต่อรองราคามาเถอะ เพราะดีเวลอปเปอร์ทุกคนต้องการเงินสด ต้องการสภาพคล่อง บริษัทรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯมีแรงกดดันจากการทำเป้าทำยอดขายเพื่อให้สามารถปิดผลงานให้ได้ตามเป้า

“ตอนนี้ทุกคนให้ความสำคัญกับสภาพคล่องมากที่สุด ไม่สนว่ากำไรขาดทุนแล้ว”

รัดเข็มขัดรับมือฮาร์ดแลนดิ้ง

นายประเสริฐกล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้เจอผลกระทบหนักสาหัสทั้งผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็ก ที่เสียเปรียบเงินทุนน้อยกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่กำลังเผชิญกับดักหุ้นกู้ ที่เป็นแหล่งระดมเงินหลัก กระทบชิ่งไปถึงสภาพคล่องของแต่ละบริษัท ดังนั้น เทรนด์ในช่วงครึ่งปีหลัง ทุกคนต้องรัดเข็มขัดให้ดี ๆ เตรียมตัวเข้าสู่โหมดฮาร์ดแลนดิ้ง จุดเน้นอยู่ที่ต้องบริหารจัดการเพื่อให้มีสภาพคล่องให้มากที่สุด ต้องบริหารจัดการเครดิตไลน์ให้แข็งแรงที่สุด

“ครึ่งปีหลังเป็นโจทย์ยาก ตอนนี้ต้องเข้าโหมดระมัดระวัง ทุกคนเข้าโหมด Silent Prices War ทุกคนต้องการสภาพคล่อง แข่งกันขายระบายสต๊อกเพื่อลดน้ำหนักตัวเอง ต้องอึดให้ยาวให้ได้ โดยต้องมีกระแสเงินสดเป็นหลัก และต้องอึดให้ได้ 1-2 ปีหน้าเลย ไม่ใช่แค่ปีนี้ ซึ่งทุกวันนี้อสังหาฯก็ต้องแก้สถานการณ์กันแบบเดือนชนเดือน มองไกล ๆ กว่านี้ก็มองไม่ออก วิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้เป็นผลกระทบทั้งโลก จุดชนวนโดยทรัมป์ที่ทำให้ระเบียบของโลกเปลี่ยน ทำให้กระเพื่อมไปทั้งโลก มองว่าเป็นเรื่องปกติ เราเลือกผู้นำมาอย่างนี้ มันก็ต้องเป็นอย่างนี้” นายประเสริฐกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : CEO กัดฟันสู้-งัดแผนสำรอง ‘สหพัฒน์-เซ็นทรัล’ กำเงินสดตั้งรับวิกฤต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...