โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความหวังท่ามกลางวิกฤต : เงินว่างงานอัตราใหม่ 60% ที่จะช่วยชีวิตครอบครัวไทยกว่าแสนหลังถูกเลิกจ้าง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 07.37 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 02.54 น.

ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

ความหวังท่ามกลางวิกฤต

: เงินว่างงานอัตราใหม่ 60%

ที่จะช่วยชีวิตครอบครัวไทยกว่าแสนหลังถูกเลิกจ้าง

การขยายอัตราชดเชยรายได้จากการถูกเลิกจ้างเป็น 60% ของค่าจ้างโดยคณะกรรมการประกันสังคม ถือเป็นก้าวสำคัญของ “ความเป็นมิตรของสวัสดิการ” ในประเทศไทย

มาตรการนี้จะส่งผลให้แรงงานกว่า 80,000 คนต่อปีที่ประสบปัญหาการถูกเลิกจ้างได้รับความช่วยเหลือที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การมีงานทำใหม่

ในยุคที่ระบบทุนนิยมครอบงำแนวคิดเรื่องการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม คำว่า “สวัสดิการ” มักถูกตีความในมุมมองของการเป็นต้นทุนที่รัฐต้องแบกรับ หรือเป็นภาระที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

แต่แท้จริงแล้ว “ความเป็นมิตรของสวัสดิการ” ควรถูกมองในมิติที่กว้างกว่า โดยพิจารณาถึงคุณค่าของสวัสดิการในฐานะเครื่องมือสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน โดยไม่ยึดโยงกับมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือกำไรของนายทุนเป็นหลัก

ฐานข้อมูล Comparative Welfare Entitlements Dataset (CWED2) ได้พัฒนาเครื่องมือในการวัดระดับความเป็นมิตรของระบบสวัสดิการในประเทศต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดหลักสามประการ ได้แก่ สวัสดิการด้านการว่างงาน (Unemployment Benefits) สวัสดิการการลาคลอด (Maternity Leave) และระบบบำนาญ (Pension System)

เมื่อพิจารณาประเทศที่มีคะแนนสูงในดัชนี CWED2 จะพบว่า ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย เช่น สวีเดน นอร์เวย์ และเดนมาร์ก ล้วนให้ความสำคัญกับสวัสดิการที่ไม่ได้มองเพียงแค่มิติทางเศรษฐกิจ

แต่มุ่งเน้นการสร้างความเท่าเทียมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ

การขยายสิทธิประโยชน์การว่างงานจากการถูกเลิกจ้างจาก 50% เป็น 60% ของค่าจ้างโดยคณะกรรมการประกันสังคม ทีมประกันสังคมก้าวหน้า จะส่งผลให้แรงงานกว่า 80,000 คนที่ต้องเผชิญกับการตกงานในแต่ละปีได้รับความคุ้มครองที่ดีขึ้น

สำหรับแรงงานที่มีรายได้เดือนละ 15,000 บาท การเพิ่มอัตราชดเชยนี้จะทำให้พวกเขาได้รับเงินเพิ่มขึ้นจากเดิม 7,500 บาทต่อเดือน เป็น 9,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1,500 บาท นับเป็นจำนวนเงินที่มีความหมายอย่างมากในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ค่าเดินทางไปสมัครงาน และรายจ่ายจำเป็นอื่นๆ ระหว่างการหางานใหม่

คุณศุภลักษณ์ บำรุงกิจ อนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์จากทีมประกันสังคมก้าวหน้า ผู้สำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากสวีเดน ได้เสนอความคิดสำคัญในที่ประชุมโดยอ้างถึง Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ได้เสนอมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นการประกันการว่างงานว่า

“ฝ่ายที่ต่อต้านกลัวว่า ถ้าเงินว่างงานเพิ่ม แล้วคนจะขี้เกียจหางาน แต่จริงๆ แล้ว ในสภาวะที่งานมีจำกัด การที่คนแห่กันหางานทำ ไม่ได้จะทำให้คนได้งานเร็วขึ้น แต่จะทำให้คิวยาวขึ้นแทนต่างหาก ต่อให้ยกเลิกประกันว่างงานไปเลย คนไม่มีรายได้ตอนตกงานแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ได้งานไวขึ้นอยู่ดี”

คำกล่าวนี้ล้มล้างมายาคติที่ว่าการจ่ายเงินชดเชยการว่างงานในอัตราที่สูงขึ้นจะทำให้คนขาดแรงจูงใจในการหางาน

ในทางตรงกันข้าม การมีเงินชดเชยที่เพียงพอจะช่วยให้ผู้ว่างงานมีโอกาสในการเลือกงานที่เหมาะสมกับทักษะและความสามารถของตน นำไปสู่การจับคู่ระหว่างแรงงานและตำแหน่งงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การขยายสิทธิประโยชน์การว่างงานเป็น 60% ยังสะท้อนการเปลี่ยนกระบวนทัศน์เกี่ยวกับสวัสดิการในประเทศไทย จากที่เคยมองว่าสวัสดิการเป็นเพียงการสงเคราะห์หรือบรรเทาทุกข์ขั้นพื้นฐาน มาเป็นการมองว่าสวัสดิการคือการลงทุนในทุนมนุษย์และความมั่นคงทางสังคม การชดเชยรายได้ในอัตราที่สูงขึ้นไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ว่างงาน แต่ยังช่วยรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ ลดผลกระทบเชิงลบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย และสร้างความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว

ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นคือ พนักงานที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้พวกเขามีเงินเพียงพอสำหรับการดำรงชีพระหว่างหางานใหม่ อีกทั้งยังช่วยให้มีเวลาในการพิจารณาเลือกงานที่เหมาะสมกับทักษะและความจำเป็นของแต่ละบุคคล โดยไม่ต้องรีบรับงานที่อาจไม่เหมาะสมเพียงเพราะความจำเป็นทางการเงิน

ระบบการจ่ายเงินชดเชยการว่างงานที่ 60% ของค่าจ้างในประเทศไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย แม้จะยังไม่สูงเท่าประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียหรือประเทศตะวันตกบางประเทศ เช่น ลักเซมเบิร์กที่จ่ายสูงถึง 87% ของรายได้เดิม

แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย ในขณะที่บางประเทศอย่างกรีซที่มีอัตราการว่างงานระยะยาวสูงถึง 10.8% ยังคงประสบปัญหาในการรักษาระดับการจ่ายเงินชดเชยการว่างงานให้เพียงพอ

นอกจากผลประโยชน์โดยตรงที่ผู้ว่างงานทั้ง 80,000 คนต่อปีจะได้รับ การขยายสิทธิประโยชน์นี้ยังส่งผลดีต่อครอบครัวของพวกเขาอีกหลายแสนคน เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พึ่งพิงอื่นๆ ในครอบครัวจะได้รับความมั่นคงทางการเงินที่มากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อปัญหาสังคมที่อาจเกิดจากความเครียดทางการเงิน เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาสุขภาพจิต หรือการละทิ้งการศึกษาของบุตรหลาน

“ความเป็นมิตรของสวัสดิการ” ไม่ควรถูกมองแค่ในมิติของกำไรและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่ควรพิจารณาในฐานะเครื่องมือในการสร้างความเป็นธรรมและความมั่นคงทางสังคม สวัสดิการในฐานะสิทธิพื้นฐานคือการยอมรับว่าประชาชนทุกคนควรได้รับการคุ้มครองและสนับสนุนในยามที่ประสบปัญหา ไม่ว่าจะมีส่วนช่วยสร้างกำไรให้กับระบบทุนนิยมหรือไม่ก็ตาม

การลงทุนในคุณภาพชีวิตผ่านระบบสวัสดิการที่เข้มแข็งจะส่งผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจในระยะยาว แม้ว่าอาจไม่ส่งผลโดยตรงต่อกำไรในระยะสั้น

การพัฒนาระบบสวัสดิการที่เป็นมิตรกับประชาชนไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกว่า 80,000 คนที่ต้องเผชิญกับการว่างงานในแต่ละปี

แต่ยังช่วยสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมและยั่งยืนมากขึ้น

ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่เราทุกคนควรร่วมกันผลักดัน การขยายสิทธิประโยชน์การว่างงานจากการถูกเลิกจ้างเป็น 60% ของค่าจ้างจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มอัตราตัวเลข

แต่เป็นการแสดงถึงความก้าวหน้าในการพัฒนานโยบายสวัสดิการที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความมั่นคงของแรงงานไทยอย่างแท้จริง

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความหวังท่ามกลางวิกฤต : เงินว่างงานอัตราใหม่ 60% ที่จะช่วยชีวิตครอบครัวไทยกว่าแสนหลังถูกเลิกจ้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...