โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รอบประจำเดือนแบบไหนผิดปกติ? แนะคุณผู้สัญสังเกตตัวเองเฝ้าระวังโรค

PPTV HD 36

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.17 น.
คุณผู้หญิงกับประจำเดือนเป็นของคู่กัน เผย รอบเดือนแบบไหนปกติ แบบไหนอันตรายต้องระวัง พทย์แนะสังเกตอาการ ป้องกันโรคผู้หญิง

รอบเดือน หรือ ประจำเดือน เกิดจากการลอกตัวของโพรงมดลูกออกมาเป็นเลือดแล้วไหลออกมาจากช่องคลอด อันเป็นผลมาจากการตกไข่ที่ไม่มีการปฏิสนธิในแต่ละเดือน แม้แต่ละเดือนจะมีรอบเดือนตามปกติ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงความปกติเสมอไป เพราะอาจมีบางอาการที่เป็นสัญญาณของการเจ็บป่วยที่ไม่ปกติซ่อนอยู่ แต่จะเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาตอบคำถามที่ถามกันเข้ามาบ่อยๆ ไปไขข้อข้องใจกันเลย

เปิดความเชื่อมโยง ไมเกรนและซึมเศร้า เปิดแนวทางรักษาก่อนบั่นทอดสุขภาพ

ถุงยางอนามัย ทำมาจากอะไร? ใช้แล้วเปลืองพลาสติกจริงหรือไม่?

กินแล้วนอน เสี่ยงกรดไหลย้อน? แนะวิธีป้องกัน แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว!

จะทราบได้อย่างไรว่ารอบเดือนเราปกติหรือไม่?

ผู้หญิงส่วนมากมักจะสงสัยว่าตัวเองอาจมีความผิดปกติบางประการเกี่ยวกับรอบเดือน แต่ก็ไม่อาจแน่ใจอะไรได้ มีวิธีง่ายๆ ที่จะดูได้เบื้องต้นว่าคุณประสบกับภาวะรอบเดือนผิดปกติหรือเปล่า ให้ดูดังนี้

  • รอบเดือนแต่ละรอบของคุณห่างกันเกินกว่า 35 วัน หรือห่างกันน้อยกว่า 3 สัปดาห์ (รอบปกติควรอยู่ระหว่าง 21-35 วัน)
  • คุณต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากประจำเดือนมีปริมาณมาก (มากกว่า 80 ml. ต่อรอบเดือน)
  • ในแต่ละรอบนั้น คุณมีประจำเดือนนานเกินกว่า 7 วัน
  • มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือปวดมากขึ้นในแต่ละรอบเดือน ปวดจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้

เมื่อคุณหมดประจำเดือนไปแล้ว แต่มีเลือดออกทางช่องคลอด

  • คุณมีอายุเกิน 16 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีประจำเดือน
  • หากใครก็ตามมีอาการผิดปกติตามที่กล่าวมา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจและรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องต่อไป

ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องปกติของการมีรอบเดือน ?

ในระหว่างมีรอบเดือน ผู้หญิงส่วนมากจะมีอาการปวด หรือปวดหน่วงๆ มากบ้าง น้อยบ้าง ตามการบีบตัวของมดลูก ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติ แต่หากมีอาการปวดรุนแรงถึงขั้นที่คุณไม่สามารถไปทำงาน หรือทำกิจวัตรประจำวันได้ นั่นไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน

ในเบื้องต้น หากอาการปวดไม่รุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวดกลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนที่อาจมาพร้อมกับอาการปวดหลัง ปวดศีรษะไมเกรน ส่วนในรายที่ปวดมาก ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นๆ ของการปวดประจำเดือน

อย่างไรก็ตามหากรับประทานยาดังกล่าวแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด เพราะอาการปวดผิดปกตินี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ เช่น เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

รอบเดือนจะมาช้าอยู่เสมอ บางครั้งก็ไม่มาเลย ?

โดยปกติแล้วรอบเดือนจะห่างกันทุกๆ 28 วัน เลื่อนได้บวกลบไม่เกิน 7 วัน หมายความว่า รอบเดือนที่มาภายใน 21-35 วัน ก็ยังถือว่าเป็นปกติอยู่ ก่อนที่คุณจะเป็นกังวล ลองสำรวจตัวเองว่าคุณมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไร มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์หรือไม่

สาเหตุที่ทำให้รอบเดือนมาช้ากว่าปกติหรือขาดไปนั้นมีหลายประการตามแต่สภาวะสุขภาพ และการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล ปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุให้รอบเดือนมาช้าหรือขาดไป ได้แก่

  • การตั้งครรภ์ อยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • มีพฤติกรรมการกินผิดปกติ
  • ออกกำลังกายหักโหมเกินไป
  • มีความเครียดหรือวิตกกังวล
  • ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาที่มีฮอร์โมน หรือยารักษาโรคบางโรคอาจมีผลต่อการมีประจำเดือน

ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์และระบบต่อมไร้ท่อ โรคของรังไข่บางประเภท การทำงานของรังไข่ล้มเหลวก่อนวัยอันควรก็เป็นสาเหตุของการมีรอบเดือนผิดปกติได้เช่นกัน การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และขอคำแนะนำจากแพทย์

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...