รอบประจำเดือนแบบไหนผิดปกติ? แนะคุณผู้สัญสังเกตตัวเองเฝ้าระวังโรค
รอบเดือน หรือ ประจำเดือน เกิดจากการลอกตัวของโพรงมดลูกออกมาเป็นเลือดแล้วไหลออกมาจากช่องคลอด อันเป็นผลมาจากการตกไข่ที่ไม่มีการปฏิสนธิในแต่ละเดือน แม้แต่ละเดือนจะมีรอบเดือนตามปกติ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงความปกติเสมอไป เพราะอาจมีบางอาการที่เป็นสัญญาณของการเจ็บป่วยที่ไม่ปกติซ่อนอยู่ แต่จะเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาตอบคำถามที่ถามกันเข้ามาบ่อยๆ ไปไขข้อข้องใจกันเลย
เปิดความเชื่อมโยง ไมเกรนและซึมเศร้า เปิดแนวทางรักษาก่อนบั่นทอดสุขภาพ
ถุงยางอนามัย ทำมาจากอะไร? ใช้แล้วเปลืองพลาสติกจริงหรือไม่?
กินแล้วนอน เสี่ยงกรดไหลย้อน? แนะวิธีป้องกัน แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว!
จะทราบได้อย่างไรว่ารอบเดือนเราปกติหรือไม่?
ผู้หญิงส่วนมากมักจะสงสัยว่าตัวเองอาจมีความผิดปกติบางประการเกี่ยวกับรอบเดือน แต่ก็ไม่อาจแน่ใจอะไรได้ มีวิธีง่ายๆ ที่จะดูได้เบื้องต้นว่าคุณประสบกับภาวะรอบเดือนผิดปกติหรือเปล่า ให้ดูดังนี้
- รอบเดือนแต่ละรอบของคุณห่างกันเกินกว่า 35 วัน หรือห่างกันน้อยกว่า 3 สัปดาห์ (รอบปกติควรอยู่ระหว่าง 21-35 วัน)
- คุณต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากประจำเดือนมีปริมาณมาก (มากกว่า 80 ml. ต่อรอบเดือน)
- ในแต่ละรอบนั้น คุณมีประจำเดือนนานเกินกว่า 7 วัน
- มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือปวดมากขึ้นในแต่ละรอบเดือน ปวดจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้
เมื่อคุณหมดประจำเดือนไปแล้ว แต่มีเลือดออกทางช่องคลอด
- คุณมีอายุเกิน 16 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีประจำเดือน
- หากใครก็ตามมีอาการผิดปกติตามที่กล่าวมา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจและรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องต่อไป
ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องปกติของการมีรอบเดือน ?
ในระหว่างมีรอบเดือน ผู้หญิงส่วนมากจะมีอาการปวด หรือปวดหน่วงๆ มากบ้าง น้อยบ้าง ตามการบีบตัวของมดลูก ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติ แต่หากมีอาการปวดรุนแรงถึงขั้นที่คุณไม่สามารถไปทำงาน หรือทำกิจวัตรประจำวันได้ นั่นไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน
ในเบื้องต้น หากอาการปวดไม่รุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวดกลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนที่อาจมาพร้อมกับอาการปวดหลัง ปวดศีรษะไมเกรน ส่วนในรายที่ปวดมาก ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นๆ ของการปวดประจำเดือน
อย่างไรก็ตามหากรับประทานยาดังกล่าวแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด เพราะอาการปวดผิดปกตินี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ เช่น เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
รอบเดือนจะมาช้าอยู่เสมอ บางครั้งก็ไม่มาเลย ?
โดยปกติแล้วรอบเดือนจะห่างกันทุกๆ 28 วัน เลื่อนได้บวกลบไม่เกิน 7 วัน หมายความว่า รอบเดือนที่มาภายใน 21-35 วัน ก็ยังถือว่าเป็นปกติอยู่ ก่อนที่คุณจะเป็นกังวล ลองสำรวจตัวเองว่าคุณมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไร มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์หรือไม่
สาเหตุที่ทำให้รอบเดือนมาช้ากว่าปกติหรือขาดไปนั้นมีหลายประการตามแต่สภาวะสุขภาพ และการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล ปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุให้รอบเดือนมาช้าหรือขาดไป ได้แก่
- การตั้งครรภ์ อยู่ในระหว่างให้นมบุตร
- มีพฤติกรรมการกินผิดปกติ
- ออกกำลังกายหักโหมเกินไป
- มีความเครียดหรือวิตกกังวล
- ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาที่มีฮอร์โมน หรือยารักษาโรคบางโรคอาจมีผลต่อการมีประจำเดือน
ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์และระบบต่อมไร้ท่อ โรคของรังไข่บางประเภท การทำงานของรังไข่ล้มเหลวก่อนวัยอันควรก็เป็นสาเหตุของการมีรอบเดือนผิดปกติได้เช่นกัน การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และขอคำแนะนำจากแพทย์
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์