โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Big Five Parenting : วิธีส่งเสริม 5 บุคลิกภาพตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 01.06 น. • Features

เพราะเด็กแต่ละคนมีธรรมชาติไม่เหมือนกัน การเลี้ยงดูจึงไม่สามารถใช้สูตรหรือวิธีการเดียวกันทั้งหมดได้ พ่อแม่ยุคใหม่จึงเริ่มหันมาทำความเข้าใจลูกผ่านหลักจิตวิทยาบุคลิกภาพที่เรียกว่า Big Five Personality Traits เพื่อช่วยสนับสนุนให้ลูกได้เติบโตในแบบที่ตัวเองเป็นBig Five Parenting จึงเป็นแนวทางที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้มองเห็นธรรมชาติของลูกอย่างแท้จริง แล้วใช้ความเข้าใจนี้ในการปรับวิธีเลี้ยงให้เหมาะสมกับบุคลิกเฉพาะตัวของลูกแต่ละคน โดยไม่พยายามเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ลูกเป็นBig Five Personality Traits หรือบางทีก็เรียกกันว่า Five Factor Model เป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยของนักจิตวิทยาหลายคน เช่น Lewis Goldberg, Paul Costa และ Robert McCrae ซึ่งพยายามอธิบายบุคลิกภาพมนุษย์ให้เข้าใจได้ง่ายและครอบคลุมมากที่สุด จึงแบ่งบุคลิกภาพของคนเราออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่1. Openness – การเปิดรับสิ่งใหม่ๆ การจินตนาการ และความอยากเรียนรู้2. Conscientiousness – ความมีวินัย ความรับผิดชอบ และการวางแผน3. Extraversion – ความชอบเข้าสังคม ความกล้าแสดงออก และความร่าเริง4. Agreeableness – ความอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ และความใส่ใจผู้อื่น5. Neuroticism – ความไวต่ออารมณ์ ความกังวล และอารมณ์ขึ้นลงง่ายBig Five Parenting กับบุคลิก 5 ด้านของลูก1. Openness เด็กที่ชอบคิด ชอบค้นหา ช่างสงสัย

หมายถึงเด็กที่มีหัวใจเปิดกว้างต่อโลกกว้าง ชอบจินตนาการ รักการตั้งคำถาม และไม่หยุดแสวงหาสิ่งใหม่ๆ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้สำรวจและลงมือทำ เช่น การวาดภาพ เล่นบทบาทสมมติ หรือประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุธรรมดาๆ ที่บ้าน ให้เขารู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ข้อควรระวัง: เพราะความช่างคิด ช่างจินตนาการ ลูกอาจเสียสมาธิหรือเบื่อง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงควรช่วยลูกฝึกโฟกัสทีละอย่าง และจัดลำดับความสำคัญอย่างค่อยเป็นค่อยไป2. Conscientiousness เด็กที่ระเบียบวินัย ชอบทำอะไรอย่างมีระบบ

เด็กกลุ่มนี้มักเป็นคนที่รับผิดชอบสูง ใส่ใจรายละเอียด ชอบทำตามแผนหรือมีตารางเวลาชัดเจน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรสนับสนุนให้ลูกมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบชีวิต เช่น วางแผนกิจวัตรประจำวัน หรือรับผิดชอบงานเล็กๆ ที่บ้านข้อควรระวัง: ลูกอาจเคร่งเครียดและยึดติดความสมบูรณ์แบบ พ่อแม่ควรอยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยปลอบใจและเตือนใจว่าลูกไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดเสมอไป3. Extraversion เด็กที่ชอบเข้าสังคม พลังงานสูง

เด็กประเภทนี้มักชอบการพบปะ พูดคุย กล้าแสดงออก มีพลังงานสูง และรู้สึกมีชีวิตชีวาเมื่อได้อยู่ท่ามกลางผู้คน ดังนั้น ควรให้โอกาสลูกได้เข้าสังคมผ่านกิจกรรมที่ชอบ ก็จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับลูกมากขึ้นได้ข้อควรระวัง: เด็กที่กล้าพูด กล้าคุย กล้าบอกความต้องการของตัวเอง อาจมีนิสัยใจร้อน เอาแต่ใจ และไม่พอใจเมื่อไม่ได้รับความสนใจจากคนรอบข้าง4. Agreeableness เด็กที่มีความอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ลูกเป็นเด็กที่มีหัวใจที่อ่อนละมุน เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ รักสงบ และไม่ชอบความขัดแย้ง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำกิจกรรมมากขึ้น เช่น กิจกรรมอาสาข้อควรระวัง: ความใจดีของลูกอาจทำให้กลายเป็นคนที่ไม่กล้าปฏิเสธคนอื่น เพราะฉะนั้นจึงควรสอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธผู้อื่นและกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ5. Neuroticism เด็กที่เปราะบางต่ออารมณ์ ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์

เด็ก Neuroticism จะไวต่อความรู้สึก มีอารมณ์แปรปรวนง่าย ร้องไห้ง่าย และต้องการการยืนยันความรักจากคนรอบข้างบ่อยกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกสามารถแสดงความรู้สึกได้อย่างไม่ถูกตัดสินข้อควรระวัง: ไม่ควรกดดันให้ลูกรีบเข้มแข็ง เพราะความเข้มแข็งจะเกิดขึ้นเองจากการที่เขารู้ว่าไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร ก็ยังมีคนรักและเข้าใจเสมออ่านบทความ: บุคลิกเฉพาะตัว : 5 แนวทางสนับสนุนบุคลิกเฉพาะตัว (personality) ของลูกอ้างอิงsciencedirectkatiecouric

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...