โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CREDIT กำไร Q2/68ที่ 925 ลบ. คุม NPL ลดเหลือ 4.3%

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 18.36 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 11.36 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)หรือ CREDIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ในไตรมาส 2 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิเท่ากับ 925.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิในงวดครึ่งปีแรก 2568 อยู่ที่ 1,828.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 44.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง ร้อยละ 36.7 จากการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังของธนาคาร

นอกจากนี้ ในปี 2568 ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อเร่งการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ และป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ไหลเข้าสู่กลุ่ม Stage 2 และ Stage 3 ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ดีขึ้น

ด้วยเหตุผลข้างต้น ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs Ratio) ปรับลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ ร้อยละ 4.3 ขณะเดียวกันอัตราส่วนการกันสำรองต่อ NPL (NPL Coverage Ratio) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ ร้อยละ 154.4 เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 148.6 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ในไตรมาส 2 ปี 2568 ธนาคารยังคงขยายตัวในส่วนของเงินให้สินเชื่อ โดยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อเพื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคล

อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีอัตราส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) อยู่ที่ ร้อยละ 7.6 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย”

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของเจ้าของ (ROE) ในไตรมาส 2 ปี 2568 ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ ร้อยละ 15.41

สินเชื่อด้อยคุณภาพก่อนหักค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Gross NPLs) และอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Gross NPLs Ratio)
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 สินเชื่อด้อยคุณภาพก่อนหักค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Gross NPLs) อยู่ที่ 7,345.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ร้อยละ 1.6 จาก 7,228.4 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Gross NPLs Ratio) ปรับตัวลดลงจาก ร้อยละ 4.4 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 มาอยู่ที่ ร้อยละ 4.3 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 การลดลงของอัตราส่วน NPLs นี้เป็นผลมาจากการที่ธนาคารได้ออกมาตรการเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ก่อนที่จะกลายเป็น Stage 3 ทำให้จำนวนลูกหนี้ที่ตกชั้นกลายเป็น NPL ลดลง นอกจากนี้ ธนาคารยังได้เพิ่มจำนวนพนักงานเร่งรัดหนี้ (Collection) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ ส่งผลให้สามารถบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...