“กองทุนทั่วโลก” เร่งลดดอลลาร์ หวั่นฉุดพอร์ต-สะเทือนตลาดการเงิน
"กองทุนทั่วโลก" เร่งลดถือครองดอลลาร์ หลังอ่อนค่าต่อเนื่อง กังวลกระทบผลตอบแทนและเสถียรภาพพอร์ตลงทุน เริ่มเห็นสัญญาณป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเพิ่มขึ้นชัดเจน
วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 02.58 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้จัดการสินทรัพย์และกองทุนบำนาญต่างชาติเริ่มเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากกังวลว่าค่าเงินดอลลาร์จะลดบทบาทในการช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ที่ถืออยู่
ที่ผ่านมา กองทุนหุ้นสหรัฐมักมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนฝังอยู่โดยอัตโนมัติ นักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจะได้ประโยชน์จากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ซึ่งช่วยชดเชยผลขาดทุนหากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลง
แต่ความเชื่อมโยงระหว่างค่าเงินดอลลาร์กับสินทรัพย์สหรัฐอื่นๆ และผลกระทบจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ เริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์ประกาศมาตรการเก็บภาษีสินค้าทั่วโลกครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 2 เมษายน ส่งผลให้ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐและดอลลาร์ร่วงหนัก ดัชนีดอลลาร์ (.DXY) ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี เท่ากับว่าพอร์ตของนักลงทุนที่เคยได้อานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์แข็งกำลังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ขณะนี้ผู้จัดการกองทุนเริ่มลดการถือครองดอลลาร์ และเพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตหุ้นสหรัฐ ในกรณีที่นโยบายการลงทุนของลูกค้ารองรับ ตัวอย่างเช่น ลูกค้ากองทุนบำนาญในยุโรปและสหราชอาณาจักรของ Russell Investments ราว 10% ได้เพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงแล้ว โดยบางรายเพิ่มจาก 50% เป็น 75% สะท้อนความต้องการปกป้องมูลค่าการลงทุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์
แวน ลู หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนตราสารหนี้และอัตราแลกเปลี่ยนของ Russell กล่าวว่า "หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป จะมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่ดำเนินการในแนวทางเดียวกัน"
ทั้งนี้ปีนี้ดอลลาร์อ่อนค่าลง 10% และร่วงถึง 6.5% นับตั้งแต่ “วันปลดปล่อย” ของทรัมป์ในเดือนเมษายน ขณะที่ดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวขึ้น 24% จากจุดต่ำสุดในเดือนเมษายน และบวก 5.3% นับตั้งแต่ต้นปี ใกล้ทำนิวไฮ ส่วนดัชนีหุ้นโลก (ไม่นับสหรัฐฯ) ของ MSCI เพิ่มขึ้น 16% ตั้งแต่ต้นปี
"ดูแค่ตลาดหุ้นแล้วบอกว่ากลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องดูปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วย" ปีเตอร์ วาสซาโล ผู้จัดการพอร์ตอัตราแลกเปลี่ยนของ BNP Paribas Asset Management กล่าว
BNP ลดการถือครองดอลลาร์ให้ลูกค้า เช่น กองทุนบำนาญ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และธนาคารกลาง โดยขายดอลลาร์ในพอร์ตหุ้นและตราสารหนี้ พร้อมถือสถานะป้องกันความเสี่ยงขนาดใหญ่ผ่านตลาดออปชัน ทั้งนี้ BNP เข้าซื้อยูโร เยน และดอลลาร์ออสเตรเลีย สวนทางกับปีที่แล้วซึ่งถือดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าเป้าหมาย
"การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่ไม่แน่นอนในสหรัฐฯ ทำให้ตลาดรู้สึกว่าสหรัฐเป็นมิตรต่อเงินทุนและการค้าระหว่างประเทศน้อยลง"
ด้านจัสติน โอนูเอกวูซี ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ St. James's Place เปิดเผยว่า หลังการทบทวนพอร์ตในเดือนมิถุนายน บริษัทเลือกใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินสูงสุด 20% เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และเห็นว่ากลยุทธ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มผลตอบแทนลูกค้าได้ชัดเจน
ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติถือสินทรัพย์สหรัฐฯ กว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นหุ้น 17 ล้านล้านดอลลาร์ และตราสารหนี้ระยะยาว 12 ล้านล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลกระทรวงการคลังสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน
มาร์คัส เฟอร์นันเดส หัวหน้าฝ่ายบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของ Northern Trust ระบุว่า ความสัมพันธ์ของความเสี่ยงเปลี่ยนไปมากกว่าช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนจึงเร่งเพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยง
ข้อมูลของ Russell ชี้ว่า ดัชนี MSCI USA เวอร์ชันป้องกันความเสี่ยงค่าเงินยูโรให้ผลตอบแทนคงที่ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่เวอร์ชันไม่ป้องกันความเสี่ยงติดลบถึง 8.3% สะท้อนประโยชน์ของการป้องกันความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนที่ใช้เงินยูโร
ดอลลาร์อ่อนค่าลง 13% เมื่อเทียบกับยูโร เนื่องจากความกังวลต่อนโยบายการค้าของสหรัฐที่เปลี่ยนแปลงไปมาและความเสี่ยงด้านการเติบโต
"เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นประเด็นสำคัญในที่ประชุมบอร์ดบริหาร"โจ แม็คเคนนา หัวหน้าฝ่ายโซลูชันกองทุนของ MillTech กล่าว พร้อมระบุว่าสิ่งที่เคยเป็นหน้าที่ของฝ่ายปฏิบัติการตอนนี้กลายเป็นประเด็นที่ซีไอโอและซีเอฟโอให้ความสนใจอย่างจริงจัง
ผู้จัดการกองทุนมักป้องกันความเสี่ยงโดยขายดอลลาร์แลกกลับเป็นเงินสกุลหลัก เช่น ยูโรหรือปอนด์ ผ่านตลาดฟอร์เวิร์ด หรือใช้ออปชัน หากดอลลาร์อ่อนค่าลง ตำแหน่งป้องกันจะได้กำไร ในขณะที่พอร์ตหุ้นสหรัฐจะขาดทุนจากค่าเงิน
ข้อมูลจาก BNY Markets ระบุว่า การขายดอลลาร์ล่วงหน้าอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี สะท้อนว่านักลงทุนไม่ต้องการถือดอลลาร์ แม้มีความเป็นไปได้ที่ดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่าหากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลง หรือหากความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านปะทุอีกครั้ง
อ้างอิง : www.reuters.com