โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อิตาลี” หวั่นสูญ 2 หมื่นล้านยูโร กระทบ 1.18 แสนตำแหน่ง หากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้า 10%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 17.36 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.36 น.

"อิตาลี" หวั่นสูญ 2 หมื่นล้านยูโร กระทบ 1.18 แสนตำแหน่ง หากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้า 10% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องจักร ยานพาหนะ เครื่องหนัง ชี้เมื่อรวมผลดอลลาร์อ่อนค่า เทียบเท่าภาษีจริง 23%

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลส 16.25 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิตาลีอาจสูญเสียรายได้จากการส่งออกถึง 20,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 23,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตำแหน่งงานอีก 118,000 ตำแหน่งในปีหน้า หากสหรัฐบังคับใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปทั้งหมดในอัตรา 10% ตามคำเตือนของประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมอิตาลี (Confindustria) นายเอ็มมานูเอเล ออร์ซินี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ออร์ซินีให้สัมภาษณ์กับสื่อ Corriere della Sera ว่า "อิตาลีไม่ได้ส่งออกแค่สินค้าแบรนด์หรู ซึ่งมีความต้องการที่ไม่ค่อยอ่อนไหวต่อราคา แต่ยังรวมถึงเครื่องจักร ยานพาหนะ และเครื่องหนัง ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาอย่างมาก"

ก่อนหน้านี้ จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี เพิ่งออกมาลดทอนความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีนำเข้าดังกล่าว โดยระบุว่าจะไม่ส่งผลร้ายแรงต่อธุรกิจอิตาลีมากนัก

อย่างไรก็ตามออร์ซินีย้ำว่าภาษี 10% จะเป็นภาระที่ไม่อาจแบกรับได้สำหรับเศรษฐกิจอิตาลี และเมื่อคำนวณรวมกับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรตั้งแต่การเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13.55% จะเทียบเท่ากับภาษีนำเข้า 23.5% เลยทีเดียว

"สินค้าที่บริษัทอิตาลีขายในสหรัฐฯ ราคา 100 ยูโรเมื่อปีที่แล้ว วันนี้สำหรับลูกค้าชาวอเมริกัน เท่ากับ 123 ยูโร เรากังวลว่าผลกระทบจะรุนแรงมาก" ออร์ซินีกล่าว

ทั้งนี้เส้นตายสำหรับประเทศต่าง ๆ ในการสรุปข้อตกลงทางการค้ากับรัฐบาลวอชิงตันจะสิ้นสุดในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

ด้านคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายการค้าของสหภาพยุโรป ยอมรับว่าภาษีพื้นฐานของสหรัฐฯ ที่ 10% เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องการให้มีการผ่อนปรนในอุตสาหกรรมหลักบางส่วนเป็นเงื่อนไขประกอบข้อตกลงการค้า

ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เงินยูโรแข็งค่าขึ้นประมาณ 9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังนักลงทุนเริ่มหมดความมั่นใจในนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ที่มีลักษณะผันผวน และหันมาให้ความสนใจต่อท่าทีของสหภาพยุโรปที่แสดงจุดยืนเชิงรุกด้านอุตสาหกรรมและการทหารมากขึ้น

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...