โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ระบุไม่มีแผนต่ออายุผ่อนผันภาษี เล็งส่งจดหมายแจ้งประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่เร็วๆนี้

Manager Online

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 18.53 น. • MGR Online

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ ไม่มีแผนขยายระยะผ่อนผัน 90 วัน การจัดเก็บอัตราภาษีศุลกากรสูงลิ่วจากพวกประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ภายหลังจากวันที่ 9 กรกฎาคม เมื่อช่วงเวลาสำหรับการเจรจากันที่เขากำหนดเอาไว้สิ้นสุดลง โดยเร็วๆ นี้คณะบริหารของเขาจะส่งจดหมายแจ้งประเทศเหล่านี้ว่า มาตรการลงโทษทางการค้าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ ยกเว้นประเทศที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอเมริกา

จดหมายเหล่านี้จะเริ่มส่งออกไป “ในเร็วๆ นี้” ก่อนจะถึงกำหนดเส้นตาย เขากล่าว

“เราจะดูว่าประเทศนั้นๆ ปฏิบัติต่อเรายังไง –พวกเขาดีไหม หรือพวกเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ – บางประเทศเราก็ไม่แคร์หรอก เราก็แค่จะส่งตัวเลขสูงๆ ออกไป” ทรัมป์กล่าวในรายการ “ซันเดย์ มอร์นิ่ง ฟิวเจอร์ส” ของโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์ ระหว่างการให้สัมภาษณ์หัวข้อต่างๆ อย่างกว้างขวาง โดยมีการบันทึกเทปไว้ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ (27) และออกอากาศในวันอาทิตย์ (29) ที่ผ่านมา

ในจดหมายเหล่านี้ ทรัมป์บอกว่า จะมีข้อความว่า “ขอแสดงความยินดี เราจะอนุญาตให้ท่านจับจ่ายซื้อของในสหรัฐอเมริกา ท่านกำลังจะต้องจ่ายภาษีศุลกากรในอัตรา 25%, หรือ 35%, หรือ 50%, หรือ 10%” ผิดแผกกันไปตามแต่ละประเทศ

ก่อนหน้านี้ ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์ (27) ทรัมป์แสดงท่าทีว่าไม่สนใจกับเรื่องกำหนดเส้นตาย โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องยากลำบากมากที่จะต้องทำข้อตกลงแยกต่างหากจากกันสำหรับแต่ละประเทาศ ทั้งนี้ เขาเองเป็นผู้กำหนดเป้าหมายเอาไว้ว่าจะสามารถทำข้อตกลงการค้ากับประเทศต่างๆ 90 ประเทศ ภายในเวลา 90 วัน

เขากล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์คราวนี้ การเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ยอมรับว่า “มีตั้ง 200 ประเทศ คุณไม่สามารถพูดจากับพวกเขาทั้งหมดได้หรอก”

ทรัมป์ยังได้กล่าวชมเชยการทำข้อตกลงการค้ากับจีนเมื่อเร็วๆ นี้ในเรื่องการส่งออกแรร์เอิรธ์จากประเทศจีน พร้อมกับบอกว่า การสถาปนาความสัมพันธ์ที่มีความเป็นธรรมยิ่งขึ้นนั้น จำเป็นจะต้องอาศัยการขึ้นภาษีศุลกากรอย่างสำคัญด้วย

“ผมคิดว่าการเข้ากันได้ดีกับจีนนั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก” ทรัมป์ บอก “ประเทศจีนกำลังจะต้องจ่ายภาษีศุลกากรเป็นจำนวนมาก แต่เรานั้นมีการขาดดุล (การค้า) ใหญ่มหึมา (กับจีน) พวกเขาเข้าใจเรื่องนี้”

ทรัมป์กล่าวอีกว่า เขาจะเปิดกว้างสำหรับการยกเลิกมาตรการแซงก์ชั่นน้ำมันอิหร่านที่ส่งไปให้จีน ถ้าหากอิหร่านสามารถแสดงให้เห็นว่า “พวกเขาสามารถอยู่อย่างสันติได้ และถ้าหากพวกเขาสามารถแสดงให้เราเห็นได้ว่าพวกเขาไม่ได้กำลังจะสร้างอันตรายใดๆ เพิ่มเติมขึ้นอีก”

นอกจากนั้น เขายังลดทอนน้ำหนักข้อกล่าวหาที่ว่าจีนมีพฤติการณ์ที่เอารัดเอาเปรียบและเป็นภัยต่อสหรัฐฯ โดยหลังจาก มาเรีย บาร์ติโรโม ผู้ดำเนินรายการ ตั้งข้อสังเกตว่า ปักกิ่งพยายามเจาะระบบสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐฯ และขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของอเมริกา รวมทั้งปัญหาข้อโต้แย้งเกี่ยวกับโรคระบาดใหญ่โควิด-19 ทรัมป์ก็ตอบว่า “คุณไม่คิดว่าเราก็ทำอย่างนั้นกับพวกเขาหรือ? เราทำ เราทำอะไรตั้งเยอะแยะเลย”

“นั่นคือวิถีทางที่โลกดำเนินไป มันเป็นโลกที่น่ารังเกียจ”

นอกจากนั้น ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่า เร็วๆ นี้จะสามารถบรรลุข้อตกลงที่อาจปกป้องอนาคตของติ๊กต็อก แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมของไบต์แดนซ์ของจีน

ทรัมป์แย้มว่า มีเศรษฐีระดับพันล้านกลุ่มหนึ่งสนใจซื้อติ๊กต็อก แต่เขาคิดว่า ดีลนี้อาจจำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากจีน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง น่าจะสนับสนุน ก่อนสำทับว่า จะเปิดเผยรายละเอียดในอีก 2 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม เอพีตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นกรอบเวลาที่ทรัมป์ใช้บ่อย ล่าสุดคือตอนที่ถูกผู้สื่อข่าวถามว่า อเมริกาจะมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านหรือไม่ ทว่า หลังจากตอบว่า 2 สัปดาห์ ทรัมป์กลับไฟเขียวปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านภายในไม่กี่วัน

สำหรับกรณีติ๊กต็อกนั้น เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ทรัมป์เพิ่งลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารให้ติ๊กต็อกทำธุรกิจในอเมริกาต่อไปได้อีก 90 วัน เพื่อให้คณะบริหารมีเวลามากขึ้นในการเป็นตัวกลางทำข้อตกลงเพื่อให้แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดฮิตแห่งนี้กลายเป็นกิจการของอเมริกา

นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ทรัมป์ขยายเส้นตายนี้ โดยครั้งแรกคือเมื่อวันที่ 20 มกราคม หรือวันแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่ง หลังจากติ๊กต็อกระงับการให้บริการทั่วอเมริกาช่วงสั้นๆ จากคำสั่งแบนที่รัฐสภาอนุมัติและได้รับการยืนยันจากศาลสูงสุดมีผลบังคับใช้

(ที่มา: เอพี/เอเอฟพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...