โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไฟไหม้โรงงานทิชชูล่าสุด กระทรวงอุตฯสั่งปิดกิจการ-ตาย 8 ราย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 01.59 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.38 น.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการสั่งการให้ทีมตรวจการณ์กระทรวงร่วมกับนายสุนทร แก้วสว่าง รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ลงพื้นที่บริษัท ริเวอร์โปร์ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด ตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม WHA อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

โดยได้กำชับให้ร่วมตรวจสอบหาสาเหตุ หากพบความผิดปกติเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที รวมถึงเร่งให้ดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดผลกระทบที่เกิดกับชุมชน ประชาชน ให้เร็วที่สุด และฝากย้ำผู้ประกอบการให้เยียวยาพนักงานทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเหมาะสม

สำหรับพื้นที่โรงงานที่เกิดเหตุไฟไหม้ คือ บริษัท ริเวอร์โปร์ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด ประกอบกิจการ ผลิตกระดาษอนามัย กระดาษทิชชู มีคนงานรวมกว่า 390 คน ซึ่งเหตุเพลิงไหม้เริ่มเกิดเหตุเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย. 68) ช่วงเวลา 11.30 น. โดยเพลิงเริ่มจากบริเวณที่เก็บกองวัตถุดิบ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้เมื่อเวลา 22.00 น.

ไฟไหม้โรงงานทิชชูล่าสุด กระทรวงอุตฯสั่งปิดกิจการ-ตาย 8 ราย

แต่ยังมีบางจุดที่ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้สะสมต่อเนื่อง จนถึงช่วงสายของวันนี้ เนื่องจากภายในโรงงานใช้วัตถุดิบกระดาษเป็นหลักและมีอยู่เป็นจำนวนมาก กระดาษทำให้ติดไฟได้ง่าย เพลิงจึงลุกไหม้อย่างรวดเร็วและกระจายตัวเร็ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเกิดความเสียหายอาคารประมาณ 80% และมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 22 ราย เป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย ผู้เสียชีวิต 8 ราย สูญหาย 2 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำการค้นหาผู้สูญหาย ซึ่งต้องปฏิบัติอย่างปลอดภัย เนื่องจากเหตุเพลิงไหม้มีระยะเวลายาวนาน ทำให้ตัวอาคารและโครงสร้างยุบตัวลงมา

ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ได้ออกคำสั่งปิดโรงงานชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ พนักงาน และชาวบ้านใกล้เคียง และให้โรงงานฯ ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงโรงงานให้เป็นไปตามที่ พรบ.โรงงาน กำหนด โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยระบบป้องกันอัคคีภัย และให้โรงงานฯ เสนอแผนการปรับปรุง การกำจัดกากอุตสาหกรรมภายในโรงงานทั้งหมดมายังอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เพื่อทำการติดตามตรวจสอบ ว่าถูกต้องและเป็นไปตามแผนที่เสนอมาอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ยังจะเร่งสำรวจโรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีลักษณะความเสี่ยงในการเกิดเหตุอัคคีภัยทั้งหมด เพื่อตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

“เบื้องต้นได้เร่งให้ทางผู้ประกอบการดูแลเรื่องการเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตก่อน และให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งหาผู้สูญหาย“

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...