โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘อะกิโอะ โตโยะดะ’ เตรียม Come Back คุม Toyota

Reporter Journey

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 15.03 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 07.27 น. • Reporter Journey

หลังจากที่เกิดข่าวลือในเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ‘อากิโอะ โทโยดะ’ อดีตประธาน Toyota Motor และเป็นคนในตระกูลผู้ก่อตั้ง Toyota Industries มีแผนจะเข้าซื้อกิจการบริษัท Toyota Industries Corp. ด้วยราคา 6 ล้านล้านเยน (ราว 1.362 ล้านล้านบาท) ข่าวลือดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อนให้กับคนใน Toyota กลุ่มลูกค้า และบรรดาผู้ถือหุ้น ซึ่งในตอนนั้นโฆษกของ Toyota Motor ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใด ๆ

จนมาล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา Bloomberg รายงานว่า Toyota Industries Corp. จะนำถูกออกจากตลาดหลักทรัพย์ (แปรสภาพเป็นบริษัทเอกชน) ด้วยมูลค่า 4.7 ล้านล้านเยน (1.06 ล้านล้านบาท) ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเป็นกลุ่มของ ‘อากิโอะ โทโยดะ’ ที่เข้าซื้อด้วยราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าตลาดในปัจจุบัน มูฟเม้นนี้ทำให้ข่าวลือที่เกิดขึ้นในเดือนเมษาที่ผ่านมา ‘เป็นจริง’

ข้อเสนอการซื้อหุ้นทั้งหมดของกลุ่มทุนอากิโอะ โทโยดะ อยู่ที่ 16,300 เยนต่อหุ้น โดยมี 3 ธนาคารยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น อย่าง Mitsubishi UFJ, Sumitomo Mitsui และ Mizuho ที่จะให้เงินกู้ 2.8 ล้านล้านเยนเพื่อใช้ซื้อกิจการในครั้งนี้ . สื่อใหญ่อย่าง Bloomberg ระบุว่า “ดีลนี้จะกลายเป็นดีลแห่งประวัติศาสตร์” เพราะอาจจะสามารถช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างความเป็นเจ้าของแบบ “พ่อ-ลูก” ของบริษัท Toyota ที่เคยถูกวิจารณ์ในอดีต และการเปลี่ยนแปลงนี้จะยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่อยากให้โครงสร้างหุ้นของแต่ละบริษัทโปร่งใส และให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นให้มากขึ้น

แต่เรื่องนี้อาจตั้งข้อสังเกตุได้ว่าการซื้อหุ้นครั้งนี้อาจทำให้ในอากิโอะ โทโยดะ ที่เป็นคนเก่าคนแก่กลับมามีอิทธิพลอย่างมากใน Toyota ท่ามกลางโลกที่ขับเคลื่อนไปด้วยแนวคิดของคนรุ่นใหม่

“การที่ประธานอากิโอะ โทโยดะ เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ใช่เพื่อควบคุมกิจการ แต่เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนดีลนี้ และต่อยอดให้เกิดผลดีกับประเทศญี่ปุ่น“

ความน่าสงสัยนี้ถูกโต้แย้งทันทีโดย อดีต CFO ของ Toyota Motor เคนดะ คอน ซึ่งจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ต้องรอดูทิศทางและข่าวของ Toyota ต่อจากนี้

ภายหลังการรายงานข่าวของ Bloomberg หุ้นของ Toyota Industries พุ่งขึ้นทันที 40% เรื่องนี่สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนต่างเชื่อมั่นต่อการกลับมาของ อากิโอะ โทโยดะ เพราะว่าในช่วงระยะเวลาที่เขาเคยบริหาร Toyota กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลก และมีมูลค่าการตลาดสูงสุดของญี่ปุ่น ที่สำคัญผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในยุคของอากิโอะสูงกว่าคู่แข่งรายอื่นในอุตสาหกรรม แค่มีข่าวใกล้คัมแบคหุ้นบริษัทยังพุ่งขนาดนี้ ถ้ากลับมาอย่างเป็นทางการจะพุ่งขึ้นอีกขนาดไหน แต่เรื่องนี้มีด้านที่สนับสนุนก็มีด้านที่ไม่สนับสนุนเช่นกัน

Bloomberg รายงานว่า ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2024 มีนักลงทุนต่างชาติ 2 ใน 3 โหวตคัดค้านการกลับมาเป็นกรรมการของอากิโอะ ซ้ำร้ายที่ปรึกษาด้านพร็อกซี (บริษัทที่ปรึกษาที่ช่วยผู้ถือหุ้นตัดสินใจด้านการปฏิบัติการบริหารบริษัท) อย่าง Glass Lewis และ Institutional Shareholder Services (ISS) ก็แนะนำให้โหวต “ไม่รับรอง” เขาด้วยเหตุผลด้านธรรมาภิบาลและกรณีอื้อฉาวเรื่องการทดสอบความปลอดภัยที่อ้างว่า “ลดขั้นตอน” สุดท้ายอากิโอะได้รับคะแนนเสียง 72% ซึ่งต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของกรรมการบริษัท Toyota ซึ่งการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งถัดไปคือวันที่ 10 มิถุนายน นี้ เป็นที่จับตามองว่าในครั้งนี้ความเห็นของผู้ถือหุ้นจะเป็นไปในทิศทางใด

แม้การควบคุมกิจการแบบไม่เป็นทางการโดยครอบครัวในบริษัทมหาชนทำให้นักลงทุนต่างชาติรู้สึกแปลก แต่ในญี่ปุ่น เรื่องนี่เป็นเรื้องปกติ และมีตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า ทำได้ดี เช่น Sanrio Co. ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 12 เท่า ตั้งแต่ โทโมคุนิ สึจิ ที่ขึ้นมารับตำแหน่งต่อจากคุณปู่ของเขาในปี 2020

อากิโอะเป็นเป้าจากการที่นักลงทุนไม่พอใจกับแผนของ Toyota ที่เปลี่ยนผ่านรถยนต์ไฟฟ้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจากนักลงทุนกลุ่มสิ่งแวดล้อมอย่าง Greenpeace ที่ดูแคลนการพยายามลดคาร์บอนของ Toyota

ปัจจุบันคู่แข่งหลายรายต้องถอยจากแผนการเลิกใช้เครื่องยนต์สันดาปแต่ Toyota กลับประสบความสำเร็จในการมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยี Hybrid และอากิโอะอาจจะเป็นผู้บริหารที่ช่วยลดคาร์บอนมากที่สุดในโลก Toyota ประเมินว่ายานยนต์ของบริษัทสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 200 ล้านตันทั่วโลก

อากิโอะอาจจะไม่ใช่ผู้บริหารที่สื่อยกย่อง แต่เขาคือคนที่นักลงทุนควรมอบพวงมาลัยให้ในช่วงเวลานี้ ทิศทาง Toyota ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม

เรื่อง : นภัสวรรณ กู

อ้างอิง : Bloomberg (1) , Bloomberg (2) , Bloomberg (3)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...