ย้อนเส้นทางชีวิต ‘ครูมืด ประสาท’ จากเด็กสลัม สู่ ปรมาจารย์วัฒนธรรมไทย
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 พ.ย. 2565 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2565 เวลา 02.15 น. • The Bangkok Insightย้อนเส้นทางชีวิต 'ครูมืด ประสาท' จากเด็กสลัม สู่ ปรมาจารย์วัฒนธรรมไทย ในอดีตเคยลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน บ้านที่อยู่หลังคาติดกันหมด แต่เนื่องจากถิ่นที่ตนอยู่ถึงแม้จะห่างไกลความเจริญ แต่ก็มีบุคคลทรงความรู้ และศิลปินแห่งชาติ จึงมีโอกาสเข้าไปเรียนดนตรีนาฏศิลป์
เรียกได้ว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิงไทย วงการโขน หลังจากที่ได้มีรายงานว่า นายประสาท ทองอร่าม หรือ ครูมืด บรมครูของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้จากไปอย่างสงบ ในวัย 72 ปี หลังจากเข้าพักรักษาตัวด้วยอาการป่วยโรคมะเร็งปอด ท่ามกลางความอาลัยจากคนวงการบันเทิง คนในแวดวงนาฏศิลป์ไทย และผู้ที่ติดตามผลงานทั้งประเทศ
- 'ครูมืด ประสาท' ปรมาจารย์วัฒนธรรมไทย เสียชีวิตแล้ว
- หายสงสัย! แอน จักรพงษ์ เคลียร์ชัด จะเป็น นายกฯ ข้ามเพศคนแรกไหม?
- ส่อแววดราม่า 'ใหม่ ดาวิกา' โดนตำหนิ หลังเรียก 'พีพี กฤษฏ์' ว่า 'น้องสาว'
ย้อนเส้นทางชีวิต 'ครูมืด ประสาท' ปรมาจารย์วัฒนธรรมไทย
ล่าสุด (5 พ.ย.) เพจ โบราณนานมา ได้มีการเผยเรื่องราวเส้นทางชีวิตของ ครูมืด ไว้ว่า "ครูมืด-ประสาท ทองอร่าม เป็นศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร โดยเป็นนาฎศิลปินชาย โขนลิง แต่ยังมีความสามารถในศิลปะอีกหลายแขนงทั้งลิเก สวด แหล่ เห่ กล่อม การพากษ์โขนละคร แสดงจำอวด โดยมีอาจารย์เสรี หวังในธรรม บรมครูด้านนาฏศิลป์ไทยเป็นผู้ดูแลและถ่ายทอดวิชาความรู้ โดยครูมืดยังมีผลงานแสดงภาพยนตร์ และละครหลายเรื่อง ซึ่งไม่น้อยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังควบคุมดูแลฉากที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโขน
ครูมืด ได้รับการถ่ายทอดวิชานาฏศิลป์ไทยทุกแขนงมาตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากในอดีต วัดพระพิเรนท์ ถือเป็นแหล่งรวมศิลปะการแสดงของไทยทุกแขนง ทั้งโขน ละคร ปี่พาทย์ จำอวด และการแสดงลิเก เมื่อจบการศึกษาระดับประถมศึกษา จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนาฏศิลป์ (ปัจจุบัน คือ วิทยาลัยนาฏศิลป) ในสาขาดุริยางค์ไทย
ในขณะที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนาฏศิลป์นั้น ครูมืด ได้รับการคัดเลือกเป็นนักเรียนในพระอุปถัมภ์ ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ซึ่งมีดำริให้คัดเลือกเด็กนักเรียน มาทำการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยทุกแขนง ทั้งการเรียนโขน ลิเก สวด แหล่ เห่ กล่อม การพากษ์โขนละคร รวมทั้งการแสดงจำอวด โดยมีอาจารย์เสรี หวังในธรรม บรมครูด้านนาฏศิลป์ไทยเป็นผู้ดูแลและถ่ายทอดวิชาความรู้
ทำให้ ครูมืด ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ไทยจากอาจารย์เสรี หวังในธรรม และได้รับการยอมรับว่าเป็นศิษย์เอกคนสำคัญของอาจารย์เสรี หวังในธรรม และเริ่มเข้ารับราชการที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ในตำแหน่งศิลปินสำรอง ทำให้มีโอกาสร่วมงานกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดงโขนหลายท่าน อาทิ อาจารย์เสรี หวังในธรรม อาจารย์ยอแสง ภักดีเทวา และอาจารย์เจริญ เวชเกษม
และที่นี่เองทำให้ครูมืดได้สั่งสมความรู้และประสบการณ์ในการแสดงโขน รวมทั้งเติบโตในตำแหน่งทางราชการ จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งหัวหน้างานกลุ่มวิจัยพัฒนางานและการแสดง สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
ปัจจุบัน ครูมืดได้รับเกียรติจากกรมศิลปากร ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมไทย มีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทยทุกแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงโขน
อย่างไรก็ตาม ครูมืด เปิดใจทิ้งท้ายถึงแพลนหลังเกษียณเอาไว้ด้วยว่า "…หลังจากเกษียณอายุแล้ว ก็จะตั้งใจอยู่กับพี่น้อง ครอบครัว แล้วก็ทำอะไรให้กับสังคม ทำอะไรให้กับโรงเรียนนาฏศิลป์ ทำอะไรให้กับกรมศิลปากรมากยิ่งขึ้น…" ผลงานชิ้นสำคัญ คือการควบคุมการซักซ้อมการแสดงโขนรามเกียรติ์ พร้อมจัดแสดงหน้าพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร"
ทั้งนี้ ครูมืด เคยเปิดใจเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง จากเด็กสลัมสู่ปรมาจารย์ด้านวัฒนธรรม โดยเล่าว่าในอดีตเคยลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน บ้านที่อยู่หลังคาติดกันหมด แต่เนื่องจากถิ่นที่ตนอยู่ถึงแม้จะห่างไกลความเจริญ แต่ก็มีบุคคลทรงความรู้ และศิลปินแห่งชาติ จึงมีโอกาสเข้าไปเรียนดนตรีนาฏศิลป์ ซึ่งเริ่มจากการที่เติบโตมาในครอบครัวที่คุณปู่ คุณพ่อ และคุณอา เป็นนักดนตรีไทย
ขอบคุณ : โบราณนานมา
อ่านข่าวเพิ่มเติม