โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ถอดประสบการณ์แบรนด์ระดับโลก ESG ‘เฟรเซอร์สฯ ไทย’ ทำให้ดู-ชวนให้ทำ-ทำร่วมกัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ย 2565 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2565 เวลา 10.37 น.
ธนพล ศิริธนชัย

เวทีสัมมนาแห่งปีหัวข้อ “ESG Forum (Environment, Social, Governance) จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย” จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 ณ สามย่านมิตรทาวน์ และเป็นอีกครั้งที่ผู้บริหารธุรกิจระดับประเทศ “ธนพล ศิริธนชัย” Country CEO บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ตอบรับคำเชิญขึ้นเวทีร่วมเปิดมุมมองและถ่ายทอดประสบการณ์ต้นแบบการทำ ESG ให้ประสบความสำเร็จ เพื่อนำไปสู่จุดเปลี่ยนของผู้ประกอบการประเทศไทยทั้งปัจจุบันและอนาคต

ปี’66 เผชิญปัจจัยท้าทาย

“ธนพล” กล่าวว่า สถานการณ์โควิดที่ยากลำบากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2563-2564) ธุรกิจถูกกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกกระทบแทบจะทุกเซ็กเตอร์ วันนี้ดูเหมือนว่าสถานการณ์โควิดจะคลี่คลายแต่ความท้าทายยังคงมีอยู่ ในปี 2566 ยังมีปัจจัยกดดันที่ต้องเตรียมตัวรับมือ

ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ อัตราเงินเฟ้อซึ่งกดดันให้ธนาคารทุกประเทศในโลกต้องเร่งการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนสินค้าและวัสดุต่าง ๆ รวมทั้งต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น กระทบถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ จีดีพีอาจจะลดลง

ทั้งนี้ วงจรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภท ได้แก่ “ธุรกิจที่อยู่อาศัย-Housing” เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น คนกู้ซื้อบ้านโดยเฉพาะระดับกลางถึงล่างกู้ไม่ได้ การแข่งขันก็ค่อนข้างสูง แต่ตลาดบ้านเดี่ยวราคาแพงกลับไปได้ดี

“ธุรกิจค้าปลีก-Retail” มีศูนย์การค้าเปิดใหม่ค่อนข้างมาก ร้านค้าก็ประสบปัญหาการแข่งขันสูงขึ้น เป็นความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้น

“ธุรกิจออฟฟิศให้เช่า-Office Building” เทรนด์ WFH-ทำงานที่บ้าน ประกอบกับอีก 2 ปีหน้าจะมีซัพพลายเข้ามาเติมในตลาดค่อนข้างมาก ความท้าทายของการให้เช่าออฟฟิศก็มีความเสี่ยงอยู่ แต่ออฟฟิศเกรด A ที่ตั้งอยู่โลเกชั่นติดรถไฟฟ้า ติดแหล่งชุมชนก็ยังไปได้ดี และ “ธุรกิจฮอสพิทาลิตี้” แนวโน้มค่อย ๆ ดีขึ้นตามการเปิดประเทศ เปิดเมือง

ในทางกลับกัน ธุรกิจที่ค่อนข้างดีใน 2 ปีที่แล้วและแนวโน้มยังดีต่อไปอีก 2 ปีหน้าคือ “แวร์เฮาส์ โลจิสติกส์ โกดังสินค้า” จากการเติบโตอย่างมากของตลาดอีคอมเมิร์ซ บริษัทใหญ่ ๆ ของโลกต้องการย้ายคลังสินค้ามาไว้ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะจากประเทศจีน

โลกผันผวน ESG คือทางออก

จุดเปลี่ยนศักยภาพใหม่ธุรกิจเรียลเอสเตตมีความท้าทายใหม่ จากสถิติเดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมามีฝนตกหนักผิดปกติ ในต่างประเทศมีปัญหาคลื่นความร้อน ภาพรวมพลเมืองโลกเจอปัญหาภาวะโลกร้อนที่มากระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โมเดล ESG ยิ่งทวีความสำคัญ

ตัวอย่างใกล้ตัวคือ การเช่าโกดังที่มีลูกค้าแบบ B to B (Business to Business) คำถามแรกลูกค้าจะถามว่า โกดังแห่งนี้ก่อสร้างตามมาตรฐานอาคารเขียวหรือไม่

“เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่ เขามองบริษัทที่จะทำงานด้วย เขาไม่ได้มองบริษัทที่จะกำไรอย่างเดียวโดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมหรือสังคม การทำธุรกิจถ้าไม่ปรับตัวตั้งแต่วันนี้เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่สามารถแข่งขันกับตลาดระดับโลกได้ นั่นคือความสำคัญของ ESG”

ยั่งยืน-มีกำไร-ไม่เบียดเบียน

ข้อมูลเซอร์ไพรส์ภาคอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วน 40% ในการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมาในโลกใบนี้ คำถามอยู่ที่เราจะทำอย่างไร รับผิดชอบและวางแผนยังไงเพื่อช่วยกันลดคาร์บอน ให้เป็น 0 ได้อย่างไร

จุดเริ่มต้นที่แข็งแรงมาจากคำว่า Sustainability

“คำว่ายั่งยืนใน ESG ความหมายคือ การที่เราใช้ทรัพยากรในปัจจุบันโดยที่ไม่ทำให้คนรุ่นหลังเดือดร้อน หรืออีกนัยหนึ่ง เราเป็นบริษัทต้องเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้น ต้องมีกำไรถึงจะยั่งยืน และใช้โดยไม่ไปเบียดเบียนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เป็นคำนิยามสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่เราจะทำเรื่อง ESG”

ในภาพใหญ่ของประเทศไทย นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้ประกาศว่า ไทยจะเป็นประเทศเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และเป็นประเทศเน็ตซีโร่คาร์บอนในปี 2065

โมเดลต้นแบบของ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป” ในต่างประเทศ มีการประกาศเป็นนโยบายเชิงรุกทั่วโลกว่า จะก้าวขึ้นเป็นบริษัทเน็ตซีโร่คาร์บอนภายในปี 2050 และประเทศไทยก็ร่วมเป็นหนึ่งในคอมมิตเมนต์ที่จะร่วมเดินทางไปด้วยกัน

แผนระยะสั้น 2-3 ปี ในปี 2564 มีหลักสูตรเทรนนิ่งพนักงานให้รับรู้ตรงกันว่า ESG องค์กรจะเดินไปยังไง แผนต่อเนื่องปี 2565-2566 ก้าวหน้ามากขึ้นในเรื่องการออกแบบ การใช้วัสดุโดยคำนึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เซตมาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้า การประหยัดน้ำในโครงการบ้านและโรงงานในเครือ

“กรีนไฟแนนซิ่ง ธนาคารบอกแล้วว่า ต่อไปใครไม่มี ESG เขาจะไม่ให้กู้ หรือกู้ในราคา (ดอกเบี้ย) แพง ทุกโรงงานทุกอาคารของเราต้องมีมาตรฐานอาคารเขียว (Green Certificated) เป็นสเต็ปแรกที่เราสามารถทำได้ทันที”

จุดสตาร์ต Pre-construction

ถอดรหัส ESG ออกมาเป็นตัวย่อ G-Governance เนื่องจาก FPT เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีกฎระเบียบมากมายในการทำ Sustainability Report ล่าสุดมีเรื่อง Thailand Sustainability Index ซึ่งบริษัทก็เป็นส่วนหนึ่งอยู่ในนั้น

“Governance-ความโปร่งใส บริษัทจดทะเบียนในตลาดหรือไม่อยู่ก็ตาม เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำ”

ขณะที่ตัวย่อ E-Environment สิ่งแวดล้อม ทุกคนเข้าใจง่าย พูดถึงเรื่องกรีนแมเนจเมนต์ การแยกขยะ การรีไซเคิล อุปกรณ์ประหยัดน้ำ หลอดไฟแอลอีดี จุดไร้สัมผัส-Touchless ต่าง ๆ

สิ่งที่หลายคนไม่ค่อยรู้คือ กรีนดีไซน์-ประกาศนียบัตรอาคารเขียวที่ขยายผลเป็น LEED กว่าจะได้มาไม่ได้ทำตอนสร้างเสร็จ แต่เริ่มตั้งแต่ช่วงก่อนก่อสร้างหรือ Pre-construction การเลือกใช้วัสดุตามกฎเกณฑ์ ระหว่างการก่อสร้างต้องระมัดระวังเรื่องฝุ่น เสียง การขนขยะไปทิ้ง หลังจากตึกโอเปอเรตแล้วมีเรื่อง Building Information System การวัดค่าพลังงาน เป็นสิ่งที่คอยกำกับดูแลด้านมาตรฐานอาคารเขียว

บริษัทมี Learning Curved ที่เป็นตัวอย่างความสำเร็จมากมาย เช่น ในประเทศไทย แวร์เฮาส์สำเร็จรูปให้เช่าลูกค้ากลุ่ม Bollore จากฝรั่งเศส ป้อนสินค้าลักเซอรี่แบรนด์ ต้องการให้สร้างอาคารประหยัดพลังงาน ทีมงานเทคนิค 2 ฝั่งร่วมกัน การวางเลย์เอาต์ การวางสเตชั่น พนักงานทำงานสะดวก ไม่ร้อน การติดตั้งแอลอีดี การประหยัดน้ำ มีโซลาร์รูฟ

เป้าหมายมีไว้พุ่งชนจนสามารถคว้าประกาศนียบัตร LEED ระดับ Gold (มี 3 ระดับ Silver, Gold, Paltinum) จุดพีกอยู่ที่เป็นโรงงานแรกของกลุ่ม Bollore ด้วย ซึ่งมีความภูมิใจและสามารถนำไป “บอกต่อ-word of mouth” กับลูกค้าต่อเนื่อง กลายเป็น soft power ที่มีพลังหนุนหลังแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

อีกตัวอย่าง เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ออสเตรเลีย สร้างหมู่บ้านที่มีเป้าหมายปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุด มีการวางแผนตั้งแต่วัสดุ-เลย์เอาต์ สร้างชุมชนให้น่าอยู่ในเรื่องของต้นไม้ การเอื้อประโยชน์ในการจะรู้จักกัน ปัจจุบันโครงการนี้เป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลาย ๆ โครงการทำตามด้วย

และกรณีศึกษาคอมมิวนิตี้มอลล์ในออสเตรเลียอีกแห่ง ทำยากมากเพราะทุกอย่างต้องเป็นเรื่องกรีนทั้งหมด ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืน เริ่มตั้งแต่การออกแบบให้มีต้นไม้ปนเข้าไปในบริเวณรอบอาคาร ด้านบนให้พื้นที่ 2,000 ตารางเมตร ทำเรื่องปลูกผัก ต้นไม้นำมาใช้กับภัตตาคารข้างในหรือขายให้กับลูกค้า ตัวชี้วัดซีโร่เวสต์ระหว่างการก่อสร้างทุกอย่างต้องนำมารีไซเคิล ระบบน้ำฝนตกลงมาจะเก็บกักน้ำยังไง การรีไซเคิลน้ำนำกลับมาใช้ใหม่

“เป็นตัวอย่างที่เป็น Inspiration ให้คนที่เข้ามาใช้ตระหนักและเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม”

มือรางวัล-ผลพลอยได้ ESG

“ธนพล” ระบุถึงหลักคิดด้านสังคม-Social ในเรื่อง ESG โฟกัสการทำสังคมให้น่าอยู่ การกลับมาดูแลผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholder) ทั้งหมด เริ่มจากพนักงานในองค์กร ถ้าเราดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เราจะได้พนักงานที่มีประสิทธิภาพ มีแรงจูงใจที่จะทำงานต่อ

ถัดออกมากระเถิบไปอีกหนึ่งสเต็ปคือ “ผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์” คนที่ช่วยเราสร้างโครงการ

ขยายผลมาสู่ “ชุมชน-Community” ทุกโครงการทุกทำเลที่เข้าไปลงทุนต้องสำรวจและให้ความสำคัญกับประชาชนที่อยู่โดยรอบ เรื่องเสียง-ฝุ่น-คำร้องเรียน-การซ่อมแซม ฯลฯ เพราะตระหนักว่าโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่ไปถึงทุกคนได้ ถ้าตั้งใจสื่อสารให้ดีจะทำให้ชุมชนเราน่าอยู่ได้

ความใส่ใจลงรายละเอียดนำมาสู่ผลลัพธ์ทางด้าน “สังคม” โดยสามย่านมิตรทาวน์ได้รับรางวัลมาตรฐานด้านประหยัดพลังงาน, รับรางวัล Thailand Energy Award 2021, ASEAN Energy Award 2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานของตึกรุ่นใหม่

“ผมอยากชวนดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ที่เราตั้งใจทำให้เป็นประโยชน์กับชุมชน ผมเชื่อว่าเป็นโครงการแรก ๆ ด้วยซ้ำที่ให้ความสำคัญกับรั้วโครงการ (รั้วตอนเปิดไซต์ก่อสร้าง) แทนที่จะเป็นสังกะสี เราทำให้ออกมาแล้วเป็นเมืองน่าอยู่ มีความปลอดภัย แสงสว่าง”

ด้านสาธารณประโยชน์มีการลงทุน 300-400 ล้านบาท ทำอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมสามย่านมิตรทาวน์กับรถไฟฟ้าใต้ดิน กระตุ้นให้คนหันกลับมาใช้รถสาธารณะแทนการขับรถเข้าเมือง, บนชั้น 6 ด้านนอกมีลานโอเพ่นแอร์ สวนลอยฟ้าให้นิสิตนักศึกษา ประชาชนทั่วไปเข้ามานั่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นส่วนที่ไม่ได้นำกลับมาหารายได้ แต่เป็นพื้นที่ให้ประชาชนและชุมชนใช้เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ผนึกกำลัง-ปลูกฝังพนักงาน

ส่วนสุดท้าย “สามย่านโคอ็อป” เป็นโคเลิร์นนิ่งสเปซ ศูนย์แห่งการเรียนรู้ ให้กับนิสิตนักศึกษา นักเรียน ผู้ใหญ่ มาอ่านหนังสือประชุมสัมมนาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ต้องขอบคุณสปอนเซอร์เคแบงก์ที่ช่วยกันสนับสนุน ซึ่งปกติสูตรลงทุนมีการคำนวณ IRR-ผลตอบแทนการลงทุนเป็นตัวเลข

ในแง่โซเชียลมีวิธีที่เรียกว่า SROI-ผลตอบแทนทางสังคม มีผู้เชี่ยวชาญมาวัดตัวเลขพบว่า ลงทุน 1 บาทจะได้ผลตอบแทนกลับมา 3-5 เท่า เพราะช่วยสังคมประหยัดการเดินทางแล้วคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายกลับคืนมา

“ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จริง ๆ แล้วเป็นธุรกิจเกี่ยวกับคน ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง ถ้าสร้างแล้วไม่มีคนอยู่อาศัย ไม่มีคนมาใช้งาน ไม่มีชีวิต ฉะนั้น เราจะสร้างโครงการสักอย่าง สร้างบ้านสักหลัง ให้เกิดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ ขณะเดียวกัน โครงการของเราต้องมีคุณภาพ และในที่สุดต้องยั่งยืน สามารถใช้ได้ยาวนาน ในเรื่อง ESG ต่าง ๆ ซ่อนอยู่ในกลยุทธ์บริษัทด้วย ไม่ใช่พูดหรือมีเป้าอย่างเดียว ต้องผนึกกำลังเป็นกลยุทธ์บริษัท แล้วเราจะปลูกฝังให้พนักงาน”

Stakeholder เริ่มจากตัวเรา

“ธนพล” ฝากหลักคิด 3 ประเด็นทำยังไงให้จุดเปลี่ยนวันนี้เป็นการกระตุ้นหรือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ แล้วทำให้ ESG ประสบความสำเร็จได้

1.ต้อง “ทำให้ดู-Lead by Example” บริษัทเล็ก-กลาง-ใหญ่ สามารถทำได้ทุกคน ถือโอกาสเชิญชวนสัปดาห์หน้าเรามีงานอีเวนต์ ESG Expo นิทรรศการใหญ่ที่สุดในอาเซียน รวบรวมบริษัทมาให้ความรู้หลากหลาย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน-2 ตุลาคม 2565 นี้

2.“ชวนให้ทำ-Influencer Change” เริ่มจากพนักงานของเรา ร่วมกันหาคำตอบจากทุกคำถาม อะไรคือ waste-ESG-sustainability และ ESG จะลด waste-ของเสียได้ยังไง

“หลายคนอาจบอกว่า ESG ต้องใช้เงินเยอะมากขึ้นหรือเปล่า ดูเหมือนเราจะต้องลงทุนในระยะต้น แต่ในระยะยาวเราจะประหยัดต้นทุนพลังงานมากขึ้นด้วย เช่น โรงงานที่มีอาคารเขียว ลูกค้ายอมจ่ายค่าเช่าที่มีพรีเมี่ยม ผมคิดว่ามีคนเห็นความสำคัญ มีคนพร้อมจะจ่าย”

3.“ทำร่วมกัน-All Stakeholders Collaboration” หนึ่งองค์กร หนึ่งคน ไม่สามารถทำได้ เช่น การแยกขยะ บริษัทแยกขยะอย่างดีเลย แต่พอส่งไปถึงเมืองก็เอาขยะมารวมกัน หรือเจ้าของอาคารมีการดีไซน์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ทุกคนเข้ามาใช้ทั้งคนปกติ ผู้พิการทางสายตา แต่ปรากฏว่าคนออกจากบ้านไม่ได้เพราะจุดเชื่อมต่อยังไม่สามารถเชื่อมเข้ามาได้

ดังนั้นหลักคิดเรื่องทำร่วมกันต้องพึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิธีการเริ่มที่คำว่า stakeholder เริ่มจากตัวเรา ขยายไปที่เพื่อนเรา บริษัทเรา แล้วเชื่อมไปที่เมือง

“ถ้าเมืองน่าอยู่ บริษัทน่าอยู่ ประเทศน่าอยู่ ผมคิดว่านั่นทำให้เป็นจุดเปลี่ยนประเทศ จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศไทย”

อาณาจักรเฟรเซอร์สกรุ๊ป 1 ล้านล้านบาท

“FPT-เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป ที่มีการลงทุนทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ ครอบคลุม 70 เมืองหลัก มีมูลค่าการลงทุนภายใต้การบริหาร 1 ล้านล้านบาท

โดยมีธุรกิจในวงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทครบวงจร ทั้งที่อยู่อาศัย คอมเมอร์เชียล ฮอสพิทาลิตี้ แวร์เฮาส์ โลจิสติกส์ และรีเทล

ในเมืองไทย FPT-Frasers Property Thailand มีการควบรวมกิจการ 2 บริษัท ประกอบด้วย “บริษัท ไทคอน อินดัสตรี จำกัด (มหาชน)” ประกอบธุรกิจโกดังสินค้าให้เช่า ร่วมกับ “โกลเด้นแลนด์-บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)” ทำบ้านแนวราบกับสำนักงานให้เช่า ผนวกกันกลายเป็นบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเเพอร์ตี้ ไทยแลนด์ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

การรวมกันทำให้ FPT เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มีธุรกิจถึง 3 ประเภทด้วยกัน แบ่งเป็น “ธุรกิจที่อยู่อาศัย-resedential property” มีความโดดเด่นจากสินค้าบ้านแนวราบ โดยมีโครงการแอ็กทีฟ (อยู่ระหว่างการขาย) ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจำนวน 66 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 9.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น โครงการบ้านเดี่ยว 16 โครงการ และทาวน์โฮม 26 โครงการ ระดับราคาบ้านตั้งแต่ 2-5 ล้านบาทที่เป็นทาวน์เฮาส์ และบ้านลักเซอรี่ราคาเริ่มต้น 40 ล้านบาทขึ้นไป

ถัดมา “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม-industrial property” สินค้าที่โดดเด่นคือแวร์เฮาส์ให้เช่า มีพื้นที่ทั้งหมด 3.4 ล้านตารางเมตร ซึ่งกระจายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รูปแบบแวร์เฮาส์ให้เช่ามีทั้งแบบ ready build คือการสร้างเป็นโกดังมาตรฐานพร้อมใช้หรือโกดังสำเร็จรูป กับอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า build to suit สร้างแวร์เฮาส์ตามความต้องการของลูกค้า (แวร์เฮาส์สั่งสร้าง) ล่าสุด ได้กระจายการลงทุนไปเวียดนามและอินโดนีเซีย

ธุรกิจสุดท้ายคือ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า-commercial property” มีอาคารสำนักงานเป็นออฟฟิศเกรด A โดยออฟฟิศกระจายอยู่ในทำเลไพรมแอเรียตั้งแต่โครงการปาร์คเวนเชอร์ จุดตัดชิดลม, โครงการสาทรสแควร์, โครงการ FYI และสามย่านมิตรทาวน์ กับพื้นที่รีเทล ภายใต้การบริหารจัดการจำนวนพื้นที่รวม 240,000 ตารางเมตร และมีโรงแรมที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอจำนวน 1,100 ห้อง

ล่าสุด เปิดโครงการน้องใหม่แบรนด์ “สีลม เอจ” ทำเลหัวมุมถนนพระราม 4 ตัดกับสีลม รวมทั้งเป็นผู้บริหารการก่อสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แห่งใหม่ ซึ่งถือเป็น 2 จิ๊กซอว์ล่าสุดบนกระดานลงทุนปีเสือของกลุ่ม FPT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...