โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

4 อาการแพ้ที่มักมากับสายฝน พร้อมวิธีการดูแลแบบผู้เชี่ยวชาญ

GedGoodLife

อัพเดต 12 ธ.ค. 2566 เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2565 เวลา 09.16 น. • GED good life ชีวิตดีดี

ประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร มักมีฝนตกได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน ซึ่งกินเวลาหลายเดือนในแต่ละปี สำหรับคนทั่วไปสายฝนอาจนำมาซึ่งการเดินทางที่ยากลำบาก การจราจรคับคั่งกว่าเดิม หากแต่สำหรับคนที่มีปัญหาภูมิแพ้แล้ว สายฝนอาจนำมาซึ่งความไม่สบายตัว อันเกิดจากร่างกายทำปฏิกิริยาต่อสารก่อภูมิแพ้ที่มากขึ้น และนี่คือ 4 อาการแพ้ที่มักมากับสายฝน

อัลเลอร์นิค ชนิดเม็ด (Allernix™ tablet) ยาบรรเทาอาการแพ้

4 อาการแพ้ที่มักมากับสายฝน พร้อมวิธีการดูแลแบบผู้เชี่ยวชาญ

1. โรคแพ้อากาศ หรือจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

หนึ่งในอาการแพ้ที่มักพบบ่อยมากสุดในช่วงฤดูฝน เกิดจากเยื่อบุโพรงจมูกมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน ที่สายลมที่โหมกระหน่ำ และพัดพาเอาฝุ่นละอองในอากาศให้กระจายเพิ่มขึ้น ความชื้นในอากาศที่สูงขึ้นและต่อเนื่อง อันเป็นสาเหตุทำให้เยื่อบุโพรงจมูกมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ จนทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ มักมีปัญหาเรื่องการปรับตัวของเยื่อบุจมูก จนแสดงอาการคัดจมูก คันจมูก จามบ่อย มีน้ำมูกใสๆ ไอแบบคันคอ มีน้ำมูกไหลลงคอ กระแอมบ่อย ๆ บางรายอาจมีอาการคันตา แสบตาและอาจมีน้ำตาไหลมาก หูอื้อ ร่วมด้วย แต่จะไม่มีไข้ โดยปกติอาการมักเป็น ๆ หาย ๆ ช่วงหลังตื่นนอน หรือ ตอนหัวค่ำก่อนเข้านอน

โรคนี้พบได้ทุกเพศทุกวัย พบประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด โดยผู้ป่วยประมาณร้อยละ 70 จะมีอาการก่อนอายุ 30 ปี วิธีการสังเกตง่าย ๆ ว่าตัวคุณเอง หรือคนใกล้ชิดมีอาการแพ้อากาศหรือไม่ สังเกตได้จากอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลเมื่ออยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือเวลาที่มีอากาศชื้นขึ้น

สาเหตุของโรคภูมิแพ้อากาศมีความเกี่ยวข้องกับอากาศ ฝุ่นละออง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ การดูแลรักษาจึงควรเน้นที่การปรับสมดุลสภาวะร่างกาย เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการหมั่นออกกำลังกายดูแลสุขภาพโดยรวมให้ดีอยู่เสมอ รวมถึงดูแลสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม ด้วยการเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่ช่วยปรับความชื้นอากาศในห้องได้ จะช่วยทำให้อาการของโรคทุเลาลงมากจนไม่มีอาการเลย และหากมีอาการที่รุนแรงขึ้น ควรรักษาด้วยยากิน และยาพ่นจมูก

ซึ่งอาการของโรคภูมิแพ้อากาศอาจดูเหมือนไม่ร้ายแรง และพบเห็นได้ทั่วไป แต่หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงตามมาได้ เช่น โรคไซนัส โรคหลอดลมอักเสบ ผนังคออักเสบ โรคหอบหืด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับซึ่งมีอันตรายได้มากกว่าที่คุณคิด

2. โรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ

เป็นโรคภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะโพรงจมูก เยื่อบุจมูก และหลอดลมเป็นส่วนมาก ซึ่งบริเวณที่ว่านี้มีหน้าที่สำคัญในการช่วยคัดกรองฝุ่น และสิ่งแปลกปลอมที่จะผ่านเข้ามาในร่างกาย จึงเปรียบได้ดั่งไส้กรองอากาศของร่างกาย และเมื่อบริเวณดังกล่าวสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้เป็นเวลานาน ถูกกระตุ้นถี่ ๆ ซ้ำ ๆ ก็จะเกิดการอักเสบขึ้น จึงทำให้ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจมีการตอบสนองต่อกลิ่น หรืออากาศที่หายใจเข้าไปค่อนข้างไวกว่าคนปกติ

ซึ่งในช่วงฤดูฝน เป็นช่วงเวลาที่เกิดกระแสลมพัดพาเอาความชื้น และฝุ่นละออง เล็ก ๆ มากมายโดยเฉพาะเกสรดอกไม้ ฝุ่น หรือขนสัตว์ ให้ปลิวกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง ซึ่งนั่นก็คือสาเหตุสำคัญที่หลายคนมักมีอาการโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจกำเริบมากขึ้นในทุกครั้งที่ลมฝนพัดผ่านมา

อาการของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย ได้แก่ อาการไอเรื้อรัง จามบ่อย แน่นหน้าอก มีเสมหะในคอ กลืนน้ำลายและอาหารลำบาก หายใจไม่สะดวก หรือต้องหายใจถี่ และมักมีอาการหนักขึ้นในช่วงเวลากลางคืน หรือช่วงที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง

การดูแลรักษา

  • หัวใจหลักอยู่ที่การลดโอกาสในการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ให้ได้มากที่สุด เช่น การปิดประตู และหน้าต่างขณะฝนตก เพื่อป้องกันละอองเกสร สปอร์เชื้อรา และฝุ่นที่มากับลม ลอยเข้ามาในบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการไปสถานที่ที่จะได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาในร่างกายโดยเฉพาะในที่โล่งแจ้งในช่วงที่มีกระแสลมแรง หรือควรมีเครื่องป้องกันอย่างเหมาะสมเช่นสวมหน้ากากอนามัย และสวมแว่นตากันลมและฝุ่น
  • รักษาอุณหภูมิของร่างกายตนเองให้อบอุ่นเสมอ
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • หมั่นออกกำลังกาย
  • ลดความวิตกกังวล และความเครียดก็จะช่วยให้อาการของโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจบรรเทาเบาบางลงได้

3. โรคภูมิแพ้ขึ้นตา

เกิดจากการที่ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่แพ้ โดยมักเกิดการอักเสบที่บริเวณเยื่อบุตาขาว บริเวณตาขาวมีเส้นเลือดสีแดงเล็ก ๆ ชัดขึ้น สามารถเกิดจากหลายสาเหตุ แต่มักพบว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่นในช่วงฤดูฝนมักเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการแพ้มากขึ้น และมักเกิดซ้ำ ๆ ในช่วงเวลาเดิมของแต่ละเดือน หรือที่เรียกว่าแพ้ตามฤดูกาล

สาเหตุสำคัญมาจากไรฝุ่น ฝุ่นควันตามท้องถนน เกสรดอกไม้ หรือสิ่งระคายเคืองอื่น ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ถูกกระแสลมพัดมากระทบกับดวงตาของผู้ป่วย จนทำให้ผู้ป่วยมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ โดยจะมีอาการคันรอบ ๆ ตา หนังตาด้านในแดง น้ำตาไหล หนังตาบวม ตาขาวเป็นสีแดงเท่านั้น แต่ยังไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อกระจกตา ซึ่งในคนทั่วไปอาการจะบรรเทาลง และหายเองได้เมื่อไม่ได้รับการกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้เพิ่มขึ้น

วิธีการบรรเทา รักษาอาการ

  • การพักผ่อนสายตาเป็นระยะ ๆ ทุกๆ 10-15 นาที
  • การใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตา
  • การสวมแว่นตาชนิดกันลมและกันฝุ่นทุกครั้งเมื่อต้องออกไปนอกอาคาร
  • หลีกเลี่ยงไม่ได้มีลมเป่าหรือสัมผัสบริเวณใบหน้าและดวงตาโดยตรง
  • รวมถึงงดเว้นการสัมผัส ขยี้ตา เมื่อมีอาการแสบหรือคันตา เพราะอาจก่อให้เกิดการอักเสบบริเวณกระจกตา กระจกตาดำเป็นแผล กระจกตาเป็นแผลเรื้อรัง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพดวงตาอย่างอื่นตามมาได้

หากมีอาการผิดปกติที่เพิ่มขึ้นควรรีบเข้าพบปรึกษาแพทย์ทางด้านจักษุเพื่อ ทำการรักษาด้วยยาเฉพาะทางต่อไป

4. โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา และแบคทีเรียบางชนิด

เป็นอีกหนึ่งกลุ่มโรคที่พบมากขึ้นในทุกช่วงฤดูฝน เนื่องจากสภาพอากาศอุณหภูมิและความชื้นของอากาศเปลี่ยนแปลงไป ทำให้มีการเจริญเติบโต และเพิ่มปริมาณของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อย่างเช่นเชื้อรา ตามพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ มากกว่าปกติ รวมถึงการเพิ่มปริมาณของแมลงและแมง ยุง หมัด ไร ด้วงก้นกระดก ที่มักจะมากับสายฝน จนทำให้มีโอกาสถูกสัตว์เปล่านั้นกัดต่อยเพิ่มมากขึ้น

สังเกตได้จากการมีผื่นแดง แห้งลอก มีอาการคันมากที่บริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา และซอกคอ

ซึ่งวิธีป้องกันที่เห็นผลที่สุดได้แก่

  • ทำความสะอาดร่างกายและเช็ดผิว โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ ซอกนิ้วมือและนิ้วเท้า ให้แห้งอยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่โดนละอองฝน
  • ในผู้ที่มีสภาพผิวแห้งควรทาโลชั่นทุกครั้งหลังอาบน้ำ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละออง แมลง และยุงชุกชุม หรือควรมีอุปกรณ์ป้องกันแมลง และสัตว์กัดต่อยอย่างเหมาะสม
  • เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแนบชิดผิวจนเกินไป หรือเสื้อผ้าที่มี เนื้อหยาบหนา หรือผ้าขนสัตว์ ซึ่งง่ายต่อการทำให้เกิดการระคายเคืองสำหรับผิว
อาการแพ้ที่มักมากับสายฝน

และทั้งหมดนี้ ก็เป็นสาระความรู้ดี ๆ ที่เรานำมาฝากทุก ๆ ท่านในช่วงหน้าฝน เพื่อให้คุณหมั่นสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงในการกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้ของคุณกำเริบ รวมถึงสามารถนำเคล็ดลับการดูแลตนเองในช่วงฤดูฝนไปใช้สำหรับการบรรเทาอาการแพ้ ที่แม้รักษาไม่ได้หายขาด แต่สามารถควบคุมดูแลไม่ให้ออกมากก่อกวนคุณภาพชีวิตของคุณ ทำให้คุณสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ และอยู่ร่วมในสิ่งแวดล้อมเดียวกับผู้อื่นได้ แถมยังทำให้ฤดูฝนเป็นอีกหนึ่งฤดูที่คุณชื่นชอบมากที่สุด และพร้อมออกไปดำเนินชีวิตท่ามกลางสายฝนแบบไร้กังวลอีกต่อไป

อ้างอิง : The AAFA Medical Scientific Council (MSC)

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้ ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

โรคภูมิแพ้ดูแลด้วย

ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : gedgoodlife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter : @gedgoodlife
Line : @gedgoodlife
Youtube : gedgoodlife ชีวิตดีดี
TikTok : @gedgoodlife

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...