โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โกรธจนน้ำตาไหล? ไขข้อสงสัย ทำไมเราถึงร้องไห้ ทั้งที่ความโกรธนั้นลุกเป็นไฟ!

Mission To The Moon

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2565 เวลา 12.00 น.

เคยโกรธมากๆ จนร้องไห้ไหม?
.
สำหรับคนที่เคยเป็น เชื่อว่าคงรู้สึกสับสนและหงุดหงิดตัวเองไม่น้อย เราไม่ได้ต้องการร้องไห้ให้คนอื่นเห็น แต่ทุกอย่างมันควบคุมไม่ได้เลย มีเรื่องอยากพูดและทำเต็มไปหมด แต่กลับทำอะไรไม่ได้ เพราะน้ำตาพรั่งพรูไม่หยุด
.
ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย…
.
แต่อย่าเพิ่งโทษที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย! เพราะการร้องไห้ไม่ใช่เรื่องน่าอายและผิดมหันต์ โดยเฉพาะการร้องไห้เวลาโกรธ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็เป็นกันทั้งนั้น แถมยังเป็นการระบายที่ดีต่อกายและใจอีกด้วย วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจและค้นหาคำตอบกันว่า ทำไมเราถึงร้องไห้เวลาโกรธกัน!
.
.
ทำความเข้าใจอารมณ์โกรธ
.
Sabrina Romanoff นักจิตวิทยาคลินิกและศาสตราจารย์จาก Yeshiva University แห่งรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บอกว่าความโกรธ ความเครียด หรือความวิตกกังวล จะทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัวและควบคุมตัวเองได้ยาก ส่งผลให้ความสามารถในการใช้เหตุผลต่ำลง
.
นั่นเป็นเพราะความโกรธทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายพลุ่งพล่าน อัตราการเต้นของหัวใจแรงและเร็วกว่าปกติ หายใจหอบถี่ กล้ามเนื้อเกร็ง และความดันโลหิตสูง
.
โดยเธออธิบายว่า ความโกรธเป็นปัจจัยกระตุ้นอารมณ์และพฤติกรรมต่างๆ ออกมา แบ่งออกเป็น 2 พฤติกรรมหลักๆ คือ
.
[ ] พฤติกรรมก้าวร้าว (Aggression)
การแสดงออกทางอารมณ์ด้านลบที่รุนแรงทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น คำพูดเสียดสี โมโหร้าย ไม่รับฟังผู้อื่น ตะโกนด่าทอ ทำลายข้าวของ ทำร้ายตัวเอง และทำร้ายคนอื่น
.
[ ] ซึมเศร้าและวิตกกังวล (Depression and Anxiety)
เรามักถูกสอนตั้งแต่เด็กๆ ว่าอารมณ์เชิงลบต่างๆ จะไปทำลายความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น ทำให้เราเลี่ยงที่จะตอบโต้และพยายามข่มอารมณ์ไว้อยู่เรื่อยมา เพื่อรักษาความสัมพันธ์ แต่มันอาจเป็นดาบสองคมเหมือนกัน เพราะเราต้องแบกทั้งความรู้สึกและความไม่พอใจเอาไว้ จนความโกรธกัดกินจิตใจและกลายเป็นความเศร้าในที่สุด
.
.
รับมือกับ “น้ำตา” และควบคุม “ความโกรธ”
.
1. หายใจเข้าลึกๆ
หากอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่โอเค แล้วพบว่าไฟโกรธภายในใจกำลังค่อยๆ ปะทุ และพร้อมวีนได้ตลอดเวลา ค่อยๆ ตั้งสติ และหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ กำหนดลมหายใจเข้า-ออก หรือนับเลข 1-10 ในใจช้าๆ ประมาณ 5-10 นาที จะช่วยปัดเป่าพลังลบและเพิ่มพลังบวก ทำให้เรามีสติมากขึ้นและใจเย็นลง
.
.
2. นึกถึงเรื่องที่ทำให้ยิ้มได้
การจินตนาการถึงสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและยิ้มได้ จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากสถานการณ์หรือความคิดน่าหงุดหงิดที่เรากำลังเผชิญอยู่ เช่น คิดถึงของกินอร่อยๆ ศิลปินคนโปรด หรือสัตว์เลี้ยงแสนรัก
.
.
3. เขียนระบายออกมา
หยิบปากกาสักแท่ง กระดาษสักแผ่น แล้วพาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่ที่รู้สึกสงบและปลอดภัย หลังจากนั้นค่อยๆ เขียนความรู้สึก “ทุกอย่าง” ที่อยู่ในหัวเท่าที่จะนึกออกลงไป เช่น ความรู้สึกตอนนี้ สิ่งที่ทำให้หงุดหงิด และสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข โดยการเขียนช่วยให้เราได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ ได้วิเคราะห์ตัวเอง รวมถึงรู้สาเหตุและวิธีจัดการอารมณ์ที่เหมาะสม
.
.
4. พูดคุยอย่างเปิดอก
หลังจากเราสงบสติอารมณ์ได้แล้ว อย่าเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว หรือปล่อยปัญหาทิ้งไว้โดยไม่แก้ไขอย่างเหมาะสม ลองหาใครสักคนที่เชื่อใจและพร้อมรับฟังปัญหาของเรา หรือเปิดอกพูดกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา โดยควรเลือกพูดเมื่อมั่นใจว่าเราควบคุมอารมณ์ได้ดีและมีเหตุผลมากพอ แล้วเริ่มต้นด้วยคำพูดที่ว่า “ฉันรู้สึก…” พร้อมบอกเหตุผลออกไป
.
เช่น ฉันรู้สึกโกรธที่เธอทำแบบนี้เมื่อวาน ฉันรู้สึกไม่พอใจมากๆ ที่เธอผิดนัดครั้งก่อน ฉันรู้สึกไม่โอเคที่เธอไม่ทำตามที่สัญญาไว้
.
.
5. ระบายอารมณ์ออกมา
หากรู้สึกว่าทุกอย่างมันหนักเกินไปจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ก็แค่ร้องไห้ออกมา การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องผิดและไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอ เพราะการร้องไห้เป็นกลไกของร่างกายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ที่จะช่วยให้เราจัดการความรู้สึกได้ดีขึ้น ปลดปล่อย ผ่อนคลาย และเข้มแข็งมากขึ้น แถมน้ำตายังมีประโยชน์ต่อดวงตา เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและป้องกันสิ่งสกปรกให้ดวงตาอีกด้วย
.
.
เห็นไหมว่าการร้องไห้เวลาโกรธไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ได้แปลว่าเราไม่เข้มแข็งมากพอ เพราะเราทุกคนมีวิธีจัดการกับความโกรธที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าเรามีสติและรู้ตัวเวลาโกรธหรือไม่ รวมถึงเราควบคุมทุกอย่างได้ดีหรือเปล่า
.
หากใครรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของตัวเองตอนที่รู้สึกโกรธได้ แถมยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวันล่ะก็ อาจเป็นสัญญาณว่าเราควรไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำปรึกษาและรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
.
.
เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ :
- “มีอะไรก็บอกเราได้เสมอ” 8 วิธีสร้าง Emotional Safety พื้นที่ปลอดภัยในความสัมพันธ์: https://bit.ly/3K8D8u4
- ชอบขุด ชอบคุ้ย ชอบแค้น! ทำไมคนเราถึงมีอาการ‘หึงหวง’ ต่อ ‘อดีต’ ของคนรัก: https://bit.ly/3PA7JS7
.
.
อ้างอิง :
- https://bit.ly/3Aaz8Ey
- https://bit.ly/3dLOk3j
.
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#psychology

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...