วิศวะฯ มธ. เปิดตัว 4 หลักสูตรใหม่ “วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ”
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat School of Engineering) หรือ TSE เปิดตัว 4 หลักสูตรใหม่ “วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ” ในงาน TEP-TEPE: The Next Concept of Engineering Education ปฐมบทใหม่ของการเรียนวิศวกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต
4 หลักสูตรใหม่ วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ
ซึ่งขณะนี้ TSE มีความพร้อมต้อนรับนักศึกษาใหม่ ‘วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ’ ปีการศึกษา 2566 ภายใต้แนวคิด TEP-TEPE : The Next Concept of Engineering Education” ปฐมบทใหม่ของการเรียนวิศวกรรมเชิงบูรณาการ โดย TSE มุ่งเน้นการบูรณาการทักษะตามความต้องการของอนาคต เพื่อพัฒนา “วิศวกรศักยภาพสูง” ที่มีทักษะความรู้หลากหลาย เพื่อสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ ให้มีทักษะความรู้หรือคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ในปีการศึกษา 2566 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกโฉมครั้งสำคัญของ โครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตหลักสูตรนานาชาติ (Thammasat English Programme of Engineering) หรือ TEPE ที่มีการจัดการเรียนการสอน 4 ปี ที่ มธ. โดย TSE ได้พัฒนาหลักสูตรใหม่ เพื่อเพิ่มทักษะ ‘วิศวกรยุคใหม่’ ให้พร้อมเป็นผู้นำด้านการพัฒนาบุคลากรด้าน วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ ผ่าน 4 หลักสูตรใหม่ ที่เตรียมเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษา 2566 ดังนี้
4 หลักสูตรใหม่
1. หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าและข้อมูล (Electrical and Data Engineering) หลักสูตรที่เน้นองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ควบคู่กับความรู้ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ระบบ IOT, AI, Coding, Cloud Computing รวมถึงการประมวลผล (Data Analytic) เพื่อนำข้อมูลมาใช้งาน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในสายอาชีพวิศวกรไฟฟ้า วิศวกรคอมพิวเตอร์ และนักวิเคราะห์ข้อมูล2. หลักสูตรวิศวกรรมโยธาและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Civil Engineering and Real Estate Development) หลักสูตรที่ผสมผสานองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมโยธาที่เกี่ยวกับการก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงวางแผนการพัฒนาเมืองและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ สามารถประกอบอาชีพในกลุ่มงานต่าง ๆ ได้ดังนี้ วิศวกรโยธา นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นักวางผังเมือง3. หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลและการจัดการอุตสาหกรรม (Mechanical Engineering and Industrial Management) หลักสูตรที่มุ่งเน้นผลิตวิศวกรเครื่องกลที่มีองค์ความรู้ทางด้านการบริหารอุตสาหกรรม โดยการ บูรณาการองค์ความรู้หลากหลายแขนง อาทิ ความรู้ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล ระบบไอโอที (IoT) ระบบออโตเมชั่น (Automation) รวมถึงความรู้ทางด้านการจัดการอุตสาหกรรม ทั้งนี้ บัณฑิตวิศวกรสามารถก้าวสู่เส้นทางอาชีพต่างๆ ได้ อาทิ วิศวกรเครื่องกล วิศวกรโรงงาน วิศวกรโครงการ (Project Management System Engineer)4. หลักสูตรวิศวกรรมเคมีและการจัดการ (Chemical Engineering and Management) สำหรับสาขานี้นอกจากผู้เรียนจะได้รับความรู้ทางด้านวิศวกรรมเคมีที่ครบถ้วน ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product design) การจัดการทางวิศวกรรม รวมถึงความรู้ในการเป็นผู้ประกอบการทางเทคโนโลยี ที่พร้อมก้าวสู่การเป็นการเป็นวิศวกรเคมี หรือนักธุรกิจ/สตาร์ทอัพ (Start-up) ผลิตภัณฑ์ความงามได้ในอนาคต
หลักสูตรวิศวกรรมบัณฑิต 2 สถาบัน
นอกจากนี้ TSE ยังต่อยอดความสำเร็จของโครงการ หลักสูตรวิศวกรรมบัณฑิตสองสถาบัน (Twinning Engineering Program) หรือ TEP ที่จัดการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษตลอดหลักสูตร ในรูปแบบ 2+2 คือ 2 ปีแรกที่ มธ. และผู้เรียนสามารถ เลือกศึกษาต่ออีก 2 ปี กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่เป็นคู่สัญญาของ TSE ได้แก่
- มหาวิทยาลัยแห่งนอตติงแฮม สหราชอาณาจักร (The University of Nottingham)
- มหาวิทยาลัยเคยู เลอเฟิน ประเทศเบลเยียม (KU Leuven)
- และมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย (UNSW,Sydney)โดย TSE มีแผนในการพัฒนาเครือข่ายด้านการศึกษา กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่อีกด้วยสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการเปิดตัวหลักสูตรใหม่ วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการของ TSE (โครงการ TEPE) สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่
รายนามผู้บริหารในภาพข่าว เรียงจากซ้ายไปขวา1. ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
2. ผศ.อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดี คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มธ. (TDS)
3. รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. (TSE)
4. Mr. Benoît Talleu รองผู้ช่วยทูตฝ่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการอุดมศึกษา สถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย
5. คุณสุกัญญา เอื้อชูชัย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยอีแกม ลาซาล ประเทศฝรั่งเศส (ECAM LaSalle, France)