โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จับตาแต่งตั้งโยกย้ายแวดวง ‘ตุลาการ’ ส่อแวววุ่นหลายเก้าอี้เหตุตั้งคนมีมลทิน-สั่งสอบโดยมิชอบ

TODAY

อัพเดต 09 ส.ค. 2564 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2564 เวลา 08.07 น. • workpointTODAY

แหล่งข่าวจากกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรม(ก.ต.)รายหนึ่งแจ้งว่า ในเร็วๆนี้จะมีการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา และตำแหน่งอื่นๆประจำปี2564 หลังจากตำแหน่งหลักเช่นประธานศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ ตามบัญชี1 และบัญชี 2 ไปแล้ว และปรากฏข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งว่า นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ได้ประกาศลาออกกลางที่ประชุม เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา เพราะไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของ อ.ก.ต. เสียงข้างมาก ในการแต่งตั้งผู้พิพากษารายหนึ่ง ให้ เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา  ซึ่งโดนร้องเรียนว่ามีส่วนเข้าไปพัวพันกับการแทรกแซงกระบวนการต่อสู้คดีข้อพิพากษาที่ดินจำนวน 46 แปลง ระหว่างบริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่งกับคู่กรณี ซึ่งมีคดีฟ้องร้องกันจำนวนหลายคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง จนกระทั่งบริษัทต้องยอมจ่ายเงินชดเชยจำนวน 400 ล้านบาท โดยกรณีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนเเละเตรียมสรุปเเละจัดส่งสำนวนให้สำนักงานปปช.ดำเนินการต่อไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า เรื่องนี้น่าสนใจเพราะที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารศาลยุติธรรมบางเรื่องไม่ค่อยโปรงใส และยังไม่มีข้อชี้แจงออกมาให้กระจ่าง และน่ากังวลกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการศาลยุติธรรมปีนี้ว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่  โดยกรณีที่นายประสิทธิ์อ้างไว้ล่าสุด เมื่อเทียบกับกรณีที่นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์  อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบภาค 1 ปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ยื่นฟ้อง นายอนุวัตร มุทิกากร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, น.ส.มรกต วัฒนรุ่งเรืองยศ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายนรินทร์ ทองคำใส รองเลขานุการศาลฎีกา เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.157 รวมทั้งยื่นฟ้องประธานศาลฎีกาเป็นจำเลยหมายเลขคดีดำที่ อท.93 /2564 ต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและมีคำสั่งให้นายปรเมษฐ์ไปปปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยต้องติดตามว่าในปีนี้นายปรเมษฐ์จะได้ขยับเป็นผู้พิพากษาอาวุโสหรือไม่ โดยคณะอนุกรรมการ ก.ต. พิจารณามีมติเห็นชอบคุณสมบัติของนายปรเมษฐ์ตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2560แล้ว แต่ทราบว่ามีการย้อนกลับมาให้อนุกรรมการ กต. พิจารณากรณีนายปรเมษฐ์ขึ้นมาใหม่ก่อนส่งให้ที่ประชุมกต.พิจารณาอีกครั้ง เพราะกรณีนายปรเมษฐ์นั้นยังไม่มีบทสรุปที่แน่ชัดออกมาจากการสอบสวนของสำนักงานศาลยุติธรรมและการวินิจฉัยของศาลอาญาคดีทุจริตฯ

แหล่งข่าวกล่าวว่า รวมทั้งกรณีเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ซึ่งนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์คดีชำนาญการพิเศษ และอดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ได้ทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาและสำนักงานปปช.โดยอ้างว่าในช่วงกลางเดือนเม.ย.64 ที่ผ่านมา เรื่อง "ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่า ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ"ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เพราะก.ต.ชุดปัจจุบันจะมีส่วนในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมประจำปีนี้ด้วย

แหล่งข่าวกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่5ก.ค.ที่ผ่านมานายศิษฎ์ กรรณวัฒน์  ได้ยื่นฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยยื่นฟ้องนส.ปิยกุล  บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์และนายศุภณัฐ ยิ่งวิริยะ  ผู้พิพากษาศาลแพ่งใต้ ข้อหาผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์,ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยระบุเบื้องต้นว่านส.ปิยกุลและนายศุภณัฐวินิจฉัยคดีหมายเลขดำที่ ผบ231/2564และคดีหมายเลขแดงที่ ผบ 233/2564 ซึ่งนายศิษฎ์ฟ้องร้องธนาคารกรุงเทพ ในคดีสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาจำนองว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค ซึ่งขัดกับคำวินิจฉัยของศาลฎีกาที่วินิจฉัยคดีหมายเลขแดงที่ ผบ 300/2562 ที่วินิจฉัยในคดีลักษณะเดียวกันว่าเป็นคดีผู้บริโภค  ซึ่งการวินิจฉัยดังกล่าวของนส.ปิยกุลขัดกับแนวฎีกา  โดยนส.ปิยกุลจะรับตำแหน่งประธานศาลฎีกาต่อจากนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่30ก.ย.

แหล่งข่าวกล่าวว่ารวมทั้งกรณีพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงผู้พิพากษาบางท่าน ที่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดออกมาสร้างความวุ่นวายให้สังคม(แกนนำกลุ่มสามนิ้วบางคนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบผิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว) ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมหลายคนกังวลใจเพราะศาลเป็นผู้ตัดสินในกระบวนการยุติธรรมชั้นสุดท้าย เมื่อเหตุการณ์ต่างๆข้างต้นปรากฏขึ้นก็กังวลว่าจะเกิดวิฤตตุลาการจากบุคลากรในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมและกระแสจากสังคมภายนอกอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...