โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โควิด-19 พลิกเทรนด์จ้างงาน วงการ HR เร่งปรับตัวรอบทิศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ส.ค. 2564 เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 02.15 น.

โควิด-19 พลิกการจ้างงานใหม่ HR กูรูชี้บริษัทใหญ่-เล็กเร่งกระชับองค์กร กลุ่มค้าปลีกควบรวมตำแหน่ง หนุนคนเก่งโตช่องทางพิเศษ ค่ายบางจากดัน talent ด้วย startup วิเคราะห์เทรนด์คนเก่งจะถูกดึงไปมา เงินเดือนจะลอยตัว สัญญาณปรับฐานเงินเดือนราชการอยู่ที่ 18,000 บาท ภาคธุรกิจต้องวางแผนตั้งรับ

ชี้ต้องควบรวมตำแหน่งงาน

แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกรายใหญ่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ทุกองค์กรต้องปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ มี 4 แนวโน้ม คือ 1.กระชับองค์กรด้วยวิธี “ควบรวม” ตำแหน่ง เพื่อให้พนักงานมีทักษะการทำงานมากกว่า 1 ประเภท 2.การเปิดรับพนักงานใหม่จะเน้นงานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เช่น วิเคราะห์ข้อมูล, ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งเป็นตัวช่วยของทุกธุรกิจ

3.พนักงานศักยภาพสูง หรือกลุ่ม talent จะกำหนด “ช่องทางการเติบโตในอาชีพพิเศษ” เพื่อกระตุ้นให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด ค่าตอบแทนตำแหน่งนี้จะสูงตามไปด้วย โดยเปิดโอกาสให้พนักงานกลุ่มนี้มีประสบการณ์หลากหลาย มอบหมายให้รับผิดชอบงานโปรเจ็กต์สำคัญต่าง ๆ ที่สร้างผลกำไรได้อีกทางหนึ่ง

และ 4.จ้างพนักงานต่างชาติที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะปัจจุบันหาคนด้านนี้ค่อนข้างยาก และมีจำนวนจำกัด โดยให้กลุ่มนี้ทำงานผ่านออนไลน์ ไม่ต้องมาประเทศไทย กรอบเวลาทำงาน 1-2 ปี

“ที่ผ่านมา ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับวิกฤตหลายครั้ง ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จนถึงโควิด-19 ที่กลายเป็นตัวเร่งที่ให้ฝ่าย HR ต้องทำการบ้านหนักขึ้น นอกจากจัดหาคนแล้ว ต้องพัฒนาคนและรักษาคนเก่งให้ได้ ถึงขนาดฝ่าย HR ต้องมอนิเตอร์ว่า มีใครมาติดต่อไปร่วมงาน ให้ค่าตอบแทนสูงขึ้นหรือไม่” แหล่งข่าวกล่าว

ถึงยุคเงินเดือนไร้เพดาน

นายออมทรัพย์ บุตรแก้ว ผู้ก่อตั้ง HR School มองอนาคตว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามแนวคิดเดิมอาจใช้ไม่ได้แล้วในปัจจุบัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังโควิด-19 คือ สภาพการจ้างงานจะเปลี่ยนไป เงินเดือนบางตำแหน่ง บางประเภท จะ “ไม่มีเพดาน” โดยเฉพาะพนักงาน high potential กลุ่มนี้เป็นโจทย์สำคัญที่ HR ต้องรักษาไว้

เนื่องจากจำนวนพนักงานกลุ่มนี้ในแต่ละองค์กรมี 20-30% หากดูแลและพัฒนาต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มทักษะการทำงานได้ โดยองค์กรไม่จำเป็นต้องเพิ่มพนักงาน ส่วนเงินเดือนเริ่มต้นสำหรับบัณฑิตจบใหม่จากเดิม 15,000 บาท จะปรับเป็น 18,000 บาท มีความเป็นไปได้สูง แต่ต้องเป็นพนักงานใหม่ที่พร้อมทำงาน ไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝน หากมองนโยบายรัฐบาลจะเห็นว่า มีโครงการจ้างบัณฑิตจบใหม่ด้วยฐานเงินเดือนที่ 18,000 บาทแล้ว

“HR ต้องเปลี่ยนความคิดจากกรอบทำงานแบบเดิม ๆ คือ หาคน หรือดูแลคนทำงานไปจนกว่าจะเกษียณ เพราะ HR ยุคนี้ต้องเป็นคู่คิดกับ CEO ที่ช่วยองค์กรลดต้นทุนในภาวะวิกฤต หรือดีไซน์ค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากเงินเดือน เพื่อดึงดูดให้คนเก่งมาร่วมงานมากขึ้น”

จ้างงานแบบมีเป้าหมายร่วม

นายอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงเทรนด์การจ้างงานว่า มี 3 ประเด็น คือ 1.ค่าตอบแทนหรือเงินเดือน บัณฑิตจบใหม่มองการทำงานแบบระยะสั้นมากกว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองเรื่องความมั่นคง ขอแค่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็เพียงพอแล้ว บางองค์กรแม้เงินเดือนไม่สูง แต่มีสวัสดิการตรงกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น ให้สวัสดิการแบบยืดหยุ่นที่สูงถึง 100,000 บาทต่อปี ซึ่งพนักงานเหล่านี้สามารถเบิกไปใช้ทำอะไรก็ได้ ตอนนี้เริ่มเห็นมากขึ้น 2.อัตราเงินเดือนนับจากนี้ไป บัณฑิตใหม่จะมีฐานเงินเดือนอยู่ที่ 18,000 บาท แต่ต้องเป็นพนักงานใหม่ที่พร้อมใช้งานทันที

3.รูปแบบการจ้างงานแบบมีเป้าหมาย (target salary) โดยองค์กรและพนักงานร่วมกำหนดเป้าหมายการทำงาน หากทำได้จะปรับขึ้นเงินเดือน เช่น 3-5 ปี จะปรับขึ้น 30-40% หรือ 2 ปี ปรับขึ้น 15-20%

“ปัจจุบันแต่ละองค์กรไม่ได้ให้ความสำคัญกับจำนวนพนักงาน เพราะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย สิ่งที่องค์กรต้องการ คือ พนักงานคุณภาพ มีความสามารถรอบด้าน และพร้อมพัฒนาตัวเอง เพราะโจทย์ท้าทายของธุรกิจอยู่ที่ความสามารถของพนักงานที่ต้องเก่งมากกว่าหนึ่งอย่าง” นายอภิวุฒิกล่าว

บ่มเพาะ Talent เป็น MD

นายนพชัย นุตสติ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า รูปแบบการจ้างพนักงานจะหลากหลาย และคล่องตัว พร้อมพัฒนาคนทำงานให้เข้าใจเทคโนโลยี มีทักษะทำงานหลายประเภท และต้องพัฒนาคนที่มีความสามารถพิเศษให้เติบโตในสายงานตัวเอง โดยผ่านโปรแกรมฝึกฝนด้วยโปรเจ็กต์พิเศษ

เพราะเดิมพนักงานเป็นแค่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ต่อไปต้องเปลี่ยนเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจแทน (copartner) เหมือนบางจาก คือ ให้พนักงานเลือดใหม่เข้าบริหารในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ พร้อมมอบหมายให้บริหารโปรเจ็กต์ startup ที่ดูแลธุรกิจรถจักรยานยนต์เช่าไฟฟ้า โดยที่ผู้เช่าไม่ต้องลงทุนซื้อเอง เราเรียกโปรเจ็กต์นี้ว่า Winnonie หรือ “วิน โน หนี้” เพื่อช่วยเหลือ สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ใกล้เคียงกับสำนักงานบางจาก และจะขยายโปรเจ็กต์ไปยังพื้นที่อื่น ๆ

“การบ้านของฝ่าย HR ต้องวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลาว่าอะไรเป็นโอกาสขององค์กร ต้องเตรียมพร้อมด้าน manpower ให้ดี เพราะองค์กรต้องพร้อมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศ แต่บางจากต้องอยู่ต่อไป”

AIS เล็งทบทวนฐานเงินเดือน

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และ Intouch และกรรมการ บริษัท เลิร์นดิ จำกัด มีความเห็นต่างออกไปว่า ยุคนี้คนทำงานไม่ได้มองผลตอบแทนอย่างเดียว แต่องค์กรจะต้อง 1.มีเวทีให้แสดงความสามารถ 2.สภาพแวดล้อม บรรยากาศการทำงานดี และ 3.มีเส้นทางให้เติบโตในสายงานชัดเจน

หากมีสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานชัดเจนผ่านวัฒนธรรมขององค์กรแล้ว พนักงานจะผูกพัน อยากทำงานด้วย ส่วนแนวโน้มฐานเงินเดือนจะต้องปรับขึ้น หรือต้องลอยตัวค่าตอบแทนนั้น ยังมองว่า เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะการอยู่ในท่ามกลางปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างการระบาดของโควิด-19

แต่เมื่อวิกฤตโควิดผ่านพ้นก็อาจมีความเป็นไปได้ แม้แต่ AIS อาจต้องพิจารณาทบทวนเรื่องผลตอบแทนให้กับพนักงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานที่เกิดขึ้นจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...