โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เลี้ยงปลาทองเสริมฮวงจุ้ย กับ 5 เรื่องควรรู้ก่อนเลี้ยง

DDproperty

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2564 เวลา 10.20 น.
เลี้ยงปลาทองเสริมฮวงจุ้ย กับ 5 เรื่องควรรู้ก่อนเลี้ยง

ในศาสตร์ของฮวงจุ้ย ปลามักถูกนำไปเชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่น้ำคือเงินทองและความมั่งคั่ง การตั้งตู้ปลาในบ้านจึงเป็นที่นิยม โดยเฉพาะตู้ปลาทอง เพราะเชื่อว่าจะนำพาโชคลาภเงินทองหรือพลังงานดี ๆ เข้ามาให้แก่เจ้าของบ้าน แต่หากตั้งผิดหรือดูแลไม่ดีก็อาจให้ผลตรงข้าม ดังนั้นเราจึงควรเข้าใจหลักการ 5 อย่างก่อนจะตั้งตู้ปลาทอง

Subscription Banner for Article

 

1. เสริมดวงด้านไหน ให้ทำเลช่วย

ศาสตร์หนึ่งภายใต้หลักฮวงจุ้ยคือ ปากัว หรือ บากัว ที่หลายคนรู้จักในนาม “แผนที่พลังฮวงจุ้ย” ซึ่งจะแบ่งพลังงานฮวงจุ้ยออกเป็น 8 ทิศ โดยแต่ละทิศก็จะสัมพันธ์กับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตทั้งหมด 8 ด้าน และในแต่ละด้านก็ประกอบไปด้วยรายละเอียดมากมาย เช่น ธาตุประจำทิศ สี หรือรูปทรงที่สัมพันธ์และส่งเสริมกันในด้านนั้น ๆ

ประกอบกับตู้ปลาทองมักเชื่อมโยงกับความสมบูรณ์พูนทรัพย์ ส่วนมากจึงนิยมตั้งตู้ปลาทองกันในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านกันมากที่สุด เพราะเชื่อว่าเป็นทิศที่ส่งเสริมเรื่องโชคลาภเงินทองให้ไหลมาเทมา

แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากในหลักฮวงจุ้ยมีเรื่องของธาตุ 5 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หลายครั้งจึงนิยมตั้งตู้ปลาทองซึ่งเป็นตัวแทนของธาตุน้ำในทิศทางที่ช่วยเสริมพลังของธาตุด้วย โดยหากดูจากแผนที่แสดงความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 5 ด้านล่างแล้ว จะเห็นว่าธาตุทอง (Metal) นั้นช่วยเสริมธาตุน้ำ ในขณะที่ธาตุไม้ทำให้ธาตุน้ำอ่อนพลังลง และธาตุน้ำอาจถูกพิฆาตโดยธาตุดินและธาตุไฟได้

ดังนั้น นอกเหนือจากทิศแห่งความมั่งคั่งแล้ว ในหลายๆครั้งคนจึงนิยมวางตู้ปลาทองในทิศเหนือ (ความสำเร็จและก้าวหน้าในหน้าที่การงาน) ทิศตะวันตก (บุตรหลานและความคิดสร้างสรรค์) และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (การเดินทาง) ซึ่งเป็นทิศที่สัมพันธ์และส่งเสริมกับธาตุน้ำ แต่ที่นิยมจะเป็นเรื่องเงินทองและการงานมากกว่าเรื่องอื่น

บริเวณที่ตั้งตู้ปลาทองนั้น ควรใกล้ประตูใหญ่ เพราะประตูเป็นปากพลังที่จะเรียกพลังเข้ามา อีกทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของพลังให้เข้ามาตลอดด้วย ส่วนด้านหลังตู้ควรเป็นกำแพงทึบ เพื่อให้สอดรับกับหลักฮวงจุ้ยที่ว่า “ด้านหน้าเคลื่อนไหว ด้านหลังมั่นคง”

ข้อพึงระวังในการเลือกทำเลนั้น คือ ไม่ควรตั้งตู้ปลาทองไว้ในห้องนอนและห้องครัว เพราะทั้งสองห้องมีพลังงานเป็นหยิน ในขณะที่ตู้ปลาทองเป็นหยาง จะทำให้พลังงานขัดกันได้ อีกทั้งเชื่อว่าการตั้งตู้ปลาทองในสองบริเวณนั้นจะดึงดูดพลังชี่ไม่ดีเข้ามา อันเป็นการนำพลังงานลบและโชคร้ายเข้ามาสู่บ้าน

การตั้งตู้ปลาทองไว้หลังบ้าน โดยเฉพาะไว้นอกตัวบ้านก็ไม่ควรทำ เนื่องจากห่างไกลจากจุดรับพลังที่อยู่ด้านหน้ามากจนเกินไป ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของพลังได้

รูปทรงและองค์ประกอบของตู้ปลาทองก็สำคัญ

2. รูปทรงและองค์ประกอบของตู้ปลาทองก็สำคัญ

รูปทรงต่าง ๆ นั้นมีความสัมพันธ์กับธาตุ 5 อย่างไม่น่าเชื่อ จึงถูกนำมาใช้ในหลักฮวงจุ้ยการตั้งตู้ปลาทองดังนี้

- ธาตุน้ำ สัมพันธ์กับรูปทรงกลมหรือโค้งเป็นคลื่นที่เปรียบเสมือนการสอดประสานทุกอย่างเข้าหากันอย่างกลมกลืน จึงเป็นรูปทรงที่เหมาะสมที่สุด แต่ในทางปฏิบัตินั้น การหาตู้ปลาทองทรงกลมที่ขนาดพอเหมาะกับจำนวนปลาทองที่ต้องการหรือเข้ากับการตกแต่งของบ้านนั้นอาจยากกว่าที่คิด

- ธาตุดิน สัมพันธ์กับรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และธาตุดินกักขังธาตุน้ำ ดังนั้นจึงไม่เป็นที่นิยม ยกเว้นแต่จะตั้งทางทิศตะวันตกหรือตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ซึ่งธาตุทองจะช่วยข่มพลังของธาตุดินได้

- ธาตุไฟ สัมพันธ์กับรูปทรงสามเหลี่ยม และเนื่องจากธาตุไฟพิฆาตธาตุน้ำ จึงไม่เป็นที่นิยม แถมยังดูแลยากอีกด้วย

- ธาตุไม้ สัมพันธ์กับรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แม้ธาตุไม้จะข่มธาตุน้ำ แต่เนื่องจากทั้งสองธาตุมีความเกี่ยวโยงสัมพันธ์กัน เพราะน้ำช่วยเสริมไม้ และไม้เป็นสัญลักษณ์ของการเติบโต จึงยังถือว่ารูปทรงนี้เป็นรูปทรงที่เป็นมงคลและเหมาะกับการใช้เป็นตู้ปลาได้

- ธาตุทอง สัมพันธ์กับรูปทรงกลมเช่นเดียวกับธาตุน้ำ

ตู้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและทรงโค้งกลมจึงเป็นรูปทรงตู้ปลาทองที่นิยมมากที่สุด ส่วนตู้ปลาทองทรงหลายเหลี่ยม ตั้งแต่ 5 เหลี่ยมขึ้นไปนั้นมีความหมายหลากหลาย จึงไม่ควรใช้เองโดยไม่ผ่านการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย

ในการจัดองค์ประกอบของตู้ปฃาทองก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ หลายคนนิยมจัดตู้ปลาให้มีธาตุทั้ง 5 อยู่พร้อมสรรพ ดังนี้

- ธาตุน้ำ แทนด้วยน้ำในตู้และกระจก

- ธาตุดิน แทนด้วยกรวดและดินในตู้

- ธาตุไฟ แทนด้วยสีสันของปลาที่สดใสและเป็นสีโทนร้อน เช่น สีแดง ส้ม และไฟตู้ที่สว่าง

- ธาตุไม้ แทนด้วยขอนไม้และไม้น้ำในตู้ เช่น ไม้ประเภทคริปต่าง ๆ เฟิร์นรากดำ โรทาร่า

- ธาตุทอง แทนด้วยหินต่างๆที่ใช้ตกแต่งในตู้

อย่างไรก็ดี ควรระมัดระวังเรื่องสมดุลของธาตุต่าง ๆ ให้ดี ไม่ควรให้ธาตุที่ข่มหรือพิฆาตธาตุน้ำโดดเด่นจนเกินไป เพื่อให้เอื้อต่อการเสริมดวง และควรคิดถึงความง่ายในการดูแลตู้ด้วย

ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี จัดห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว อย่างไร? อยู่แล้วโชคดี ร่ำรวย

Guide

ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี จัดห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว อย่างไร? อยู่แล้วโชคดี ร่ำรวย

3. เฮงแค่ไหนขึ้นอยู่กับจำนวนของปลาทอง

การเลือกจำนวนของปลาทองที่จะเลี้ยงนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 วิธีหลัก ๆ ตามความนิยม

1) ใช้ตัวเลขที่สัมพันธ์กับหลักหยินหยาง

ตามศาสตร์นี้ เชื่อว่าเลขคู่สัมพันธ์กับหยิน ในขณะที่เลขคี่สัมพันธ์กับหยาง ดังนั้นเลขคี่อย่าง 1, 3, 5, 7 และ 9 จึงถูกมองว่าเป็นมงคลมากกว่า นอกจากนี้คำว่า “คู่” ในภาษาจีนยังเสียงพ้องกับคำว่า “การบาดเจ็บ” ด้วย จึงไม่นิยมกัน

 

2) ใช้ตัวเลขที่ออกเสียงพ้องกับคำมงคล

เลข 9 ถือเป็นเลขที่เป็นมงคลที่สุด เพราะเป็นตัวเลขหยางที่มีค่ามากที่สุด แถมการออกเสียงยังพ้องกับคำว่า “มีเหลือกินเหลือใช้” หรือ “ยั่งยืน ยาวนาน” ในภาษาจีนด้วย เลข 3, 6 และ 8 ก็เป็นที่นิยม เพราะพ้องเสียงกับคำที่แปลว่า “มีชีวิตและเติบโตก้าวหน้า, โชคลาภ และร่ำรวยมั่งมี ตามลำดับ

 

3) ใช้ตัวเลขตามหลักแผนผังลั่วซู (Luo Shu Diagram)

แผนผังลั่วซูคือ แผนผังโบราณที่แบ่งพลังจักรวาลออกเป็น 9 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะถูกแทนด้วยตัวเลขตัวหนึ่งจาก 1-9 ซึ่งแผนผังจะแสดงการเปลี่ยนแปลงของความมั่งคั่งตามระยะเวลาที่แบ่งเป็น 3 ช่วงและ 9 ยุค โดยในปี 2004-2024 จะตกอยู่ในยุคที่ 8 ทำให้ช่วงนี้

- เลข 8 เป็นตัวแทนของ “ความมั่งคั่งในปัจจุบัน”

- เลข 9 เป็นตัวแทนของ “ความมั่งคั่งในอนาคต”

- เลข 1 เป็นตัวแทนของ “ความมั่งคั่งในอนาคตที่ห่างไกล”

ในขณะที่ 2-7 ถือเป็นตัวแทนของยุคที่ผ่านไป จึงไม่มีความหมายในทางโชคลาภ และหลายตัวยังมีความหมายในทางลบอีกด้วย

 

4) ใช้ตัวเลขตามหลักแผนภูมิเหอถู (He Tu Map)

แผนภูมิเหอถูจะแสดงคู่ของตัวเลขที่เป็นหยินและหยาง อันเป็นตัวแทนของธาตุทั้ง 5 ที่ประจำในแต่ละทิศ ดังนั้นตัวเลข 1, 6 ที่เป็นตัวแทนธาตุน้ำทางทิศเหนือ และ 4, 9 ที่เป็นตัวแทนของธาตุทองในทิศตะวันตก จึงถูกมองว่าเป็นตัวเลขมงคลที่จะใช้สำหรับตู้ปลา

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเลข 4 ออกเสียงพ้องกับคำว่า “ตาย” ในภาษาจีน บางท่านอาจแก้เคล็ดด้วยการใช้สีของปลาทองก็ได้ เช่น ปลาทองสีสันสดใส 3 ตัว สีดำ 1 ตัวเป็นต้น

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า เลข 9 เป็นที่นิยมที่สุด (หรือเลขทวีคูณของ 9 เช่น 18) เพราะเป็นเลขที่ดีในแทบทุกวิธี อีกทั้งยังพ้องกับคำมงคลในภาษาไทยอีกด้วย อย่างไรก็ดี ควรคำนึงถึงขนาดอุปกรณ์ในการเลี้ยงและความยากง่ายในการดูแลด้วย

 

เลือกสีน้องปลาทองผิด ชีวิต (อาจ) เปลี่ยน

 

4. เลือกสีน้องปลาทองผิด ชีวิต (อาจ) เปลี่ยน

สีนั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับธาตุต่าง ๆ ในหลักฮวงจุ้ย

- ธาตุน้ำ สัมพันธ์กับสีดำ และสีน้ำเงิน

- ธาตุดิน สัมพันธ์กับสีเหลือง และสีน้ำตาล

- ธาตุไฟ สัมพันธ์กับสีแดง, สีเหลืองเข้ม, สีส้ม, สีชมพู และสีม่วง

- ธาตุไม้ สัมพันธ์กับสีเขียว และสีหยก

- ธาตุทอง สัมพันธ์กับสีทอง, สีเงิน และสีขาว

สีของปลาทองที่ควรใช้ในตู้ที่ตั้งตามหลักฮวงจุ้ยนั้นควรเน้นสีในธาตุทองเป็นหลัก เพราะธาตุทองส่งเสริมทำให้เกิดธาตุน้ำ และธาตุน้ำสัมพันธ์กับความมั่งคั่งร่ำรวย รองลงไปคือสีดำซึ่งเป็นสีของธาตุน้ำ แต่ไม่ควรใช้เยอะเพราะธาตุน้ำในตู้มีเยอะแล้วจากน้ำที่ไหลเวียนอยู่

บางคนเชื่อว่าสีดำจะดึงดูดและรับพลังงานไม่ดี จึงนิยมเลี้ยงปลาทองสีสดใสหลาย ๆ ตัว และมีส่วนน้อยเป็นสีดำ เพื่อช่วยรับเอาความโชคร้ายหรือเคราะห์ไปแทนเจ้าของ และเมื่อปลาสีดำตายลง ก็ต้องรีบเปลี่ยนเอาตัวใหม่มาแทนที่อย่างรวดเร็ว รวมทั้งทำพิธีศพให้ด้วย

สำหรับปลาทองที่มีสีสัมพันธ์กับธาตุอื่น ๆ นั้นก็สามารถเลี้ยงในตู้รวมกันได้เช่นกัน เพราะเชื่อว่าสีที่สดใสจะช่วยดึงดูดพลังงานบวก แต่ไม่ควรให้เป็นสีหลักเพราะอาจส่งผลต่อสมดุลของพลังงานตามธาตุได้

 

5. ปลาทอง ปลาปราบเซียนสำหรับมือใหม่

สุดท้าย การตั้งตู้ปลาทองนั้นไม่ยากเท่ากับการดูแลรักษาให้ตู้มีสภาพดีและน้องปลาทองมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง อ้วนท้วน ซึ่งมือใหม่มักคิดว่าปลาทองเป็นปลาที่เหมาะกับการหัดเลี้ยง แต่แท้ที่จริงแล้วปลาทองเป็นปลาที่นับว่าดูแลยากพอสมควรและตายค่อนข้างง่าย ในเบื้องต้นจึงควรคำนึงถึงหลัก 3 เรื่องดังนี้

1) พื้นที่และขนาดอุปกรณ์ในการเลี้ยง

สำหรับปลาทองไซส์ 1.5-3 นิ้วนั้น ควรเลี้ยง 1 ตัวต่อน้ำ 30-40 ลิตร และยิ่งความหนาแน่นน้อยเท่าไหร่ ปลายิ่งกินเก่งและโตเร็วขึ้นเท่านั้น โดยปริมาตรน้ำในตู้นั้น สามารถคำนวณคร่าว ๆ ได้จาก

[ความกว้าง (นิ้ว) X ความยาว (นิ้ว) X ความสูง (นิ้ว)] X 0.016 = จำนวนลิตร

แต่โดยทั่วไป หากต้องการเลี้ยงปลาทอง 9 ตัว ควรใช้ตู้ขนาด 48 นิ้วเป็นอย่างต่ำ นอกจากนี้ตู้ที่ใหญ่จะทำให้อุณหภูมิและสสารต่าง ๆ ในตู้ค่อนข้างคงที่ ดีต่อปลาทองซึ่งเป็นปลาที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอีกด้วย

 

2) คุณภาพของน้ำ

น้ำที่ใสสะอาดมีความสัมพันธ์กับฮวงจุ้ยที่ดี น้ำที่ใช้ในตู้ปลาทองไม่ควรนำมาจากก็อกน้ำโดยตรงเพราะน้ำประปามีคลอรีนซึ่งเป็นอันตรายต่อปลาทองได้ จึงควรใช้น้ำที่พักแล้ว 2-3 วัน ก่อนจะนำมาใส่ในตู้ปลา หรืออาจใช้เครื่องผลิตน้ำ RO แทนในการเติมน้ำลงตู้

ที่สำคัญ ควรมีระบบกรองที่ดี เช่น กรองข้าง หรือกรองนอกที่สัมพันธ์กับปริมาตรน้ำ และเมื่อแรกตั้งตู้ ไม่ควรใส่ปลาลงไปทันทีเพราะระบบกรองยังไม่สมบูรณ์ การย่อยของเสียยังทำได้ไม่ดี ต้องเปิดน้ำรอสัก 1-2 อาทิตย์เพื่อให้แบคทีเรียเติบโตและเกาะที่วัสดุกรองได้ดีก่อน

นอกจากนี้ ควรให้อาหารปลาครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ แทน เพื่อไม่ให้เกิดอาหารตกค้างในตู้ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพน้ำหากไม่ได้รับการทำความสะอาดที่เหมาะสม

การทำความสะอาดตู้เลี้ยงปลาทองเป็นสิ่งสำคัญ

3) การทำความสะอาด

ปลาทองเป็นปลาที่ปล่อยของเสียและเมือกเยอะ จึงต้องรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาดโดยการเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ แต่อย่าบ่อยมาก ประมาณ 20% ทุกอาทิตย์

นอกจากนี้ ควรให้เกิดการเคลื่อนไหวของน้ำตลอดเวลาเพื่อเพิ่มออกซิเจน และเสริมการไหลเวียนของพลังงานด้วย เพราะตามหลักฮวงจุ้ย น้ำตายหรือน้ำที่ไม่ไหลเวียนนั้นนอกจากจะไม่ดึงดูดพลังงานดีแล้ว ยังทำให้น้ำเสียง่ายหรือขุ่นมัว เป็นการดึงดูดพลังงานที่ไม่ดีมาอีกด้วย

การเพิ่มการไหลเวียน เช่น การใช้กรอง หรือการมีหัวออกซิเจน แต่การไหลของน้ำไม่ควรแรงเกินไปเพราะปลาทองเป็นปลาครีบยาว ว่ายน้ำช้า หากต้องว่ายทวนกระแสน้ำแรง ๆ จะทำให้ปลาเหนื่อยและเครียดง่าย ตลอดจนอาจทำให้ครีบพับด้วย

ที่สำคัญ ทิศทางการไหลของน้ำควรไปในทิศทางที่เข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อเรียกโชคลาภเงินทอง ไม่ใช่ไหลออก ซึ่งจะทำให้พลังงานดีไหลออกจากบ้านไป

9 สัตว์มงคล สัตว์นำโชคเสริมดวงชะตา ประดับไว้พาโชคลาภเข้าสู่บ้าน

Guide

9 สัตว์มงคล สัตว์นำโชคเสริมดวงชะตา ประดับไว้พาโชคลาภเข้าสู่บ้าน

ดังนั้น ก่อนตั้งตู้ควรถามตัวเองก่อนว่ามีความพร้อมแค่ไหน เพราะการตั้งตู้ปลาทอง โดยเฉพาะตู้ปลาทองที่มีปลาหลายตัวตามหลักฮวงจุ้ยนั้น นอกจากใช้เงิน ยังใช้ความเข้าใจและความใส่ใจมากกว่าที่คิด แต่หากทำได้ นอกจากคนจะมีความสุขจากชีวิตที่อาจดียิ่งขึ้นแล้ว น้องปลาก็มีความสุข อยู่กับเราไปนาน ๆ ด้วย

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...