‘อัมพร’ ลงพื้นที่ตรวจการจับสลากเข้าอนุบาล 1 ‘ร.ร.อนุบาลสามเสน’ พบโปร่งใสตรวจสอบได้
‘อัมพร’ ลงพื้นที่ตรวจการจับสลากเข้าอนุบาล 1 ‘ร.ร.อนุบาลสามเสน’ พบโปร่งใสตรวจสอบได้
เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่โรงเรียนอนุบาลสามเสน กรุงเทพฯ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2564 ด้วยวิธีการจับสลากนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เพื่อติดตามและเยี่ยมชมกระบวนการรับนักเรียนด้วยวิธีการจับสลาก โดยให้ผู้ปกครองเป็นคนจับสลากแทนนักเรียนว่า จากการตรวจเยี่ยมการรับนักเรียนด้วยวิธีการจับสลากภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในวันนี้ พบว่าสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นที่น่าพึงพอใจ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การคัดกรอง มีการวัดอุณหภูมิ มีเจลล้างมือแอลกอฮอล์ รวมถึงการจัดห้องจับสลากก็มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเชื่อว่าโรงเรียนอื่นๆ ที่จับสลากในวันนี้ก็จะดำเนินการอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน
นายอัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมของการรับนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.) มีโรงเรียนที่มีการจับสลากจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1. โรงเรียนอนุบาลสามเสน (สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์) 2. โรงเรียนพญาไท 3. โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ 4. โรงเรียนวัดอมรินทราราม โดยโรงเรียนอนุบาลสามเสน มีแผนการรับนักเรียน 90 คน จำนวน 3 ห้องเรียน มีนักเรียนมาสมัคร 276 คน คิดเป็นอัตราส่วน 1:3.07 โรงเรียนพญาไท มีแผนการรับนักเรียน 120 คน จำนวน 4 ห้องเรียน มีนักเรียนมาสมัคร 142 คน คิดเป็นอัตราส่วน 1:1.18 โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ มีแผนการรับนักเรียน 60 คน จำนวน 2 ห้องเรียน มีนักเรียนมาสมัคร 77 คน คิดเป็นอัตราส่วน 1:1.28 และโรงเรียนวัดอมรินทราราม มีแผนการรับนักเรียน 90 คน จำนวน 3 ห้องเรียน มีนักเรียนมาสมัคร 95 คน คิดเป็นอัตราส่วน 1:1.06
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของนักเรียนและผู้ปกครองที่จับสลากไม่ได้ ก็ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ได้ติดตาม ส่งเสริม และสนับสนุนให้นักเรียนทุกคนได้มีที่เรียน ซึ่งทุกโรงเรียนต่างพร้อมที่จะรับและจัดที่เรียนให้นักเรียนได้เรียนครบทุกคน หากแต่มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่และจำนวนห้องที่สามารถจะรับได้ เชื่อว่าโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ ต่างก็มีมาตรฐานไม่แตกต่างกันมากนัก ขอให้ผู้ปกครองและบุตรหลานมีความมั่นใจในส่วนนี้
“แต่ทั้งนี้คุณภาพการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่อยู่ที่ผู้ปกครองและตัวนักเรียนด้วยว่ามีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียนการศึกษาร่วมกันมากแค่ไหน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน สำหรับผู้ที่ยังจับสลากไม่ได้ ขอให้ไปสมัครในโรงเรียนที่เราได้มีคำแนะนำให้ หรือยื่นความจำนงเพื่อให้จัดสรรที่เรียนที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ เพื่อหาโรงเรียนสำหรับเข้าศึกษาต่อไป” นายอัมพร กล่าว