โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สารพัดสินค้ากัญชา-กัญชง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. 2564 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2564 เวลา 08.17 น.

ขณะที่ธุรกิจในเมืองไทยเพิ่งเริ่มต้น แต่สำหรับต่างประเทศ “กัญชา-กัญชง” อาจจะไม่ใช่ของใหม่นัก และมีพัฒนาการมาระยะหนึ่ง

นับตั้งแต่หลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกาทยอยเปิดเสรีกัญชาเมื่อปี 2561 ได้ปลุกกระแสให้บรรดาธุรกิจทั้งรายใหญ่อย่างผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ “เอ-บี อินเบฟ” รวมไปถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง “ยูนิลีเวอร์” และแบรนด์ความงามรายใหญ่ทั้ง“เอสเต ลอเดอร์” และ“ลอรีอัล” เช่นเดียวกับบริษัทสตาร์ตอัพรายเล็กรายน้อยอีกจำนวนมากที่ผุดขึ้นมาราวดอกเห็ดในช่วงที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาสินค้าจากสารแคนนาบินอยด์ หรือ CBD ที่สกัดได้จากกัญชาและกัญชง

แม้ยังไม่มีการเก็บข้อมูลที่ชัดเจนในหลายประเทศ แต่บริษัทวิจัยการตลาดหลายแห่ง อาทิ แกรนด์ วิว รีเสิร์ช คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์กัญชาทั่วโลกเมื่อปี 2563 มีมูลค่าประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 8.5 หมื่นล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.05 แสนล้านบาทในปี 2564 นี้ รวมถึงมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 21.2% ต่อปีในช่วงปี 2564-2571 เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกทยอยปลดล็อกให้สามารถผลิต-ใช้สารสกัดจากกัญชา-กัญชงได้

สำหรับด้านวัตถุดิบนั้น กัญชงเป็นวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดด้วยสัดส่วน 59.6% ของมูลค่าตลาด ในขณะที่ยาเป็นเซ็กเมนต์ที่ร้อนแรงอันดับ 1 ของวงการ โดยมีมูลค่า 42.8% ของมูลค่าตลาด และคาดว่าจะเป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตสูงสุดตลอดช่วง 7 ปีจากนี้อีกด้วย ส่วนกลุ่มอาหารและความงามได้รับความนิยมสูงเช่นกัน เพราะความเข้าใจเรื่องสรรพคุณด้านสุขภาพซึ่งเริ่มกระจายในวงกว้างช่วยสร้างดีมานด์

ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากกัญชาและกัญชงมีความหลากหลายอย่างมากตั้งแต่กลุ่มยา อาหาร-เครื่องดื่ม ความงาม ไปจนถึงเครื่องใช้ในบ้าน ซึ่งต่างนำสารต่าง ๆ จากกัญชาและกัญชงมาใช้ เช่น น้ำมันจากเมล็ดกัญชง และสารแคนนาบินอยด์ (cannabidiol-CBD) ที่มีสรรพคุณด้านสุขภาพ เช่น ลดอาการปวด-คลื่นไส้อาเจียน ต้านการอักเสบ ช่วยให้นอนหลับ ฯลฯ มาใส่ในผลิตภัณฑ์ของตนด้วยวิธีการและรูปแบบต่าง ๆ กันออกไป

โดยผลิตภัณฑ์จากกัญชาในตลาดโลกนั้นมีตั้งแต่ระดับพื้น ๆ เช่น บุหรี่กัญชา น้ำมันกัญชา อาหารและขนมหวานอย่างบราวนี่ กัมมี่ ลูกอม และน้ำมันมะกอกผสมซีบีดีไปจนถึงกลุ่มที่มีนวัตกรรมและแปลกแหวกแนวมากขึ้น อาทิ “ซีบีดี พิลโลว์” หมอนผสมสารซีบีดีที่ผู้ผลิตอ้างว่าสร้างแคปซูลขนาดจิ๋วที่บรรจุสารซีบีดีเอาไว้บนผิวของหมอน และเมื่อใช้หนุนการเสียดสีจะทำให้แคปซูลแตกและปล่อยสารซีบีดีออกมาช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมียาเหน็บทวารหนักผสมสารซีบีดีแบรนด์ “เมลโล” รวมถึงครีมแก้ปวดกล้ามเนื้อผสมสารซีบีดีแบรนด์ “วีด สปอร์ต” รวมทั้งยังมียาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ไม้จิ้มฟัน และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือผสมซีบีดี และอื่น ๆ อีกมากมาย

ด้านแบรนด์หลักที่มีสินค้าจากกัญชา-กัญชงวางจำหน่ายจะเป็นกลุ่มความงาม เช่น ลอรีอัล ซึ่งใช้น้ำมันเมล็ดกัญชงเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย เช่น โลชั่น, คอนดิชั่นเนอร์, ลิปบาล์ม และมอยส์เจอไรเซอร์ เช่น น้ำมันบำรุงผิวหน้าแบรนด์คีลส์ โดยชูสรรพคุณลดรอยแดงบนผิวและรักษาความชุ่มชื้น

เช่นเดียวกับเอสเต ลอเดอร์ ซึ่งเมื่อกลางปีที่แล้วเปิดตัวมาสก์หน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันเมล็ดกัญชงภายใต้แบรนด์ ออริจินส์ ชูการลดความแห้งกร้านของผิว ส่วนยูนิลีเวอร์มีเซรั่มผสมน้ำมันเมล็ดกัญชงในแบรนด์มูรัด

ส่วนกลุ่มเครื่องดื่มเอ-บี อินเบฟ จับมือพันธมิตรท้องถิ่นเปิดตัวและวางขายชาผสมสารซีบีดีในประเทศแคนาดาเมื่อปลายปี 2562

สำหรับประเทศไทยหลังจากนี้ไปต้องรอดูกันว่า แต่ละบริษัทจะมีผลิตภัณฑ์จากกัญชา-กัญชงในรูปแบบไหนออกมาบ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...