โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

#10yearchallenge เมื่อเบื้องหลังความฮา อาจนำมาซึ่ง "ความเสี่ยง"

Brandbuffet

อัพเดต 19 ม.ค. 2562 เวลา 12.27 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2562 เวลา 09.52 น. • Digital

โดยในประเด็นของการใช้ภาพใบหน้าให้ปัญญาประดิษฐ์ได้ศึกษานั้น ต้องยอมรับว่ากำลังเป็นที่ต้องการในโลกตะวันตก เนื่องจากวิธีการเก็บข้อมูลใบหน้าที่ผ่านมา ทำได้ไม่สะดวกนัก การมาถึงของแคมเปญ #10yearchallenge จึงถือเป็นโอกาสอันดีให้ผู้ที่มีเทคโนโลยีได้เข้ามาเก็บข้อมูลภาพใบหน้าไปศึกษากันอย่างสบายอารมณ์

ส่วนจะมีข้อมูลมากแค่ไหนนั้น ข้อมูลจากเคท โอเนล (Kate O’Neill) ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและเทคโนโลยีแห่ง Koinsight คาดการณ์ว่า ภายใน 3 วันแรก แคมเปญ #10yearchallenge น่าจะสร้าง Interaction บน Facebook ได้มากกว่า 5 ล้านครั้ง ซึ่งแม้จะเป็นเพียงการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ภายนอก แต่หากเป็นจริง ก็ถือเป็นชุดข้อมูลขนาดใหญ่มาก

แต่สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีรายนี้มองว่าเป็นความเสี่ยงก็คือ ยิ่งผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียแชร์ข้อมูลต่างๆ บนแพลตฟอร์มมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้แพลตฟอร์มรู้จักเราดีมากขึ้น และสามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นไปพัฒนาสินค้าและบริการอื่นๆ ได้มากขึ้นตามไปด้วย

ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจประกันภัย การมีชุดข้อมูลจำนวนมากช่วยให้ระบบสามารถวิเคราะห์ได้ว่า มนุษย์คนใดมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายแรงได้มากกว่ากันจากวิวัฒนาการของใบหน้า และอาจทำให้บริษัทตอบรับหรือปฏิเสธการให้ประกันได้โดยอิงจากฐานข้อมูลเหล่านี้ได้

พูดถึงข้อเสียไปแล้ว ข้อดีก็มีเช่นกัน เพราะมีรายงานข่าวว่า ตำรวจในนิวเดลี ประเทศอินเดียสามารถตามหาเด็กหายเกือบ 3,000 คนได้ภายใน 4 วันจากการให้ปัญญาประดิษฐ์ศึกษาภาพใบหน้าของเด็กๆ ที่หายตัวไป ซึ่งตอนนี้เด็กๆ ได้ถูกส่งตัวกลับบ้านแล้วเรียบร้อย

หรือในแง่ของการให้บริการ ข้อมูลใบหน้าก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่มีศักยภาพมากในการสร้างบริการแบบ Personalized หนึ่งในภาพที่ชัดที่สุดก็คือบรรยากาศของงาน CES 2019 ในลาสเวกัสที่พบว่า ธุรกิจค้าปลีก โรงแรม ยานยนต์ เฮลท์แคร์ ฯลฯ ต่างเข็นนวัตกรรมของตัวเองออกมาโดยอิงพื้นฐานจากใบหน้าเป็นสำคัญ เช่น รถยนต์จากค่าย Byton ของจีน ที่ออกแบบให้ระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ภายในรถยนต์สามารถเลือกเพลงได้ตามความชอบของผู้โดยสาร

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ตระหนักถึงความเสี่ยงของการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลออกสู่โลกออนไลน์ และอยากหาทางป้องกันก็ยังมีโอกาสอยู่ นั่นคือการกลับไปตั้งค่าการโพสต์ให้มองเห็นได้เฉพาะเพื่อน เพราะหากไม่เปิดให้เป็นโพสต์สาธารณะ โอกาสที่บุคคลภายนอกจะเข้าถึงข้อมูลก็ลดลงไปด้วย

ที่สำคัญ การโพสต์หรือแชร์ข้อมูลต่าง ๆ สู่โลกโซเชียลนั้น ไม่ควรเป็นการโพสต์พร้อมกับฝากความหวังว่าแพลตฟอร์มจะรักษาข้อมูลนั้น ๆ ให้เราอย่างดี แต่ควรเป็นการคิดก่อนโพสต์ เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อโพสต์ออกไปแล้ว ข้อมูลเหล่านั้นจะไม่ทำให้เราเดือดร้อนในภายหลังนั่นเอง

ส่วน Facebook ล่าสุดได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่า บริษัทไม่ได้มีส่วนร่วมกับ #10yearchallenge แต่อย่างใด ความฮอตฮิตในตอนนี้มาจากผู้ใช้งานที่เริ่มต้นเล่นกันเองทั้งสิ้น เอาจริงๆ แล้วตอนนี้ยังไม่มีผู้เสียหายรายใดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกรณีนี้ แต่ดูเหมือนเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว จะกลายเป็นความคลางแคลงใจที่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทั้งหลายระวังตัวเอาไว้ก่อนก็คงจะดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ตั้งค่าโพสต์ของตัวเองเป็น "สาธารณะ" (Public)

Source Source Source Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...