โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชวนชิม “ กล้วยตากบางกระทุ่ม ” รสอร่อย ฝีมือกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านเกาะคู จ.พิษณุโลก

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2561 เวลา 03.48 น.

อำเภอบางกระทุ่ม ได้รับการยกย่องว่า เป็นแหล่งผลิตกล้วยตากคุณภาพดี มีรสหวาน กลิ่นหอม นุ่ม อร่อยระดับแนวหน้าของประเทศ แถมมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีคุณภาพมากมายนับไม่ถ้วน ส่งผลให้ “ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ” ของท้องถิ่นแห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญของจังหวัดพิษณุโลกมาจนถึงปัจจุบัน

สืบสานตำนานกล้วยตาก

คุณอ้อ หรือ คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ เป็นแกนนำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านเกาะคู เธอเล่าว่า  ครอบครัวคุณอ้อสืบทอดกิจการกล้วยตากจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานถึง 84 ปีแล้ว  ปัจจุบัน คุณอ้อ นับเป็นทายาทรุ่น 2 ที่สืบทอดกิจการกล้วยตากจากบรรพบุรุษ

เมื่อปี 2474 นางโป๊ว ผู้เป็นย่าของกำนันประภาส(คุณพ่อของคุณอ้อ) ได้นำหน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องจำนวน  2 หน่อ มาจากเมือง แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงทรา เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของกล้วยพันธุ์นี้ ระยะแรก ตั้งใจปลูกขายเพื่อขายกล้วยหวี เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงดูครอบครัว โดยขายส่งผลกล้วยให้กับพ่อค้าที่มาทางเรือ จากจังหวัดต่างๆ

พ่อค้ารับซื้อเฉพาะกล้วยหวีงามๆ เพราะขายได้ราคาดี แต่กล้วยตีนเต่า หวีเล็ก ปลายเครือมักขายไม่ได้ ย่าโป๊วจึงนำกล้วยที่เหลือจากการขายไปเลี้ยงปลา แต่เนื่องจากจำนวนกล้วยตกเกรดเหล่านี้มีจำนวนมาก  ย่าโป๊วจึงคิดค้นวิธีเพิ่มมูลค่ากล้วย โดยทดลองนำกล้วยไปตากเหมือนกับการตากผักกาดเค็มแล้วเก็บใส่ไหไว้กินในครอบครัว ที่เหลือก็แจกจ่ายให้ญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมเยือนนำไปรับประทานทาน ปรากฎว่ากล้วยตากของย่าโป๊วมีรสชาด หอมหวาน ใครทานก็ติดใจ จึงกลายเป็นที่มาของกล้วยตากที่เลื่องชื่อของอำเภอบางกระทุ่มในเวลาต่อมา

ส่งเสริมปลูกกล้วยมะลิอ่อง 

ธุรกิจกล้วยตากของครอบครัวคุณอ้อ เริ่มพัฒนาเข้าสู่ระบบสากลมากขึ้น จากฝีมือการบริหารงานของคุณพ่อ คือ กำนันประภาส สิงหลักษณ์  เริ่มจากส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชนหันมาปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องในพื้นที่เกาะคู อำเภอบางกระทุ่ม โดยกำนันประภาสแจกจ่ายพันธุ์กล้วยมะลิอ่องให้ชาวบ้านได้ปลูกกันอย่างกว้างขวาง

ชาวบ้านนิยมปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องในระยะปลูก 2.5 x 3 เมตร จะปลูกได้ประมาณ 200  – 250 ต้นต่อไร่  ทั่วไปนิยมปลูกโดยวางหน่อกล้วย ลงในหลุม และกลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินบริเวณโคนหน่อกล้วยให้แน่น ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลมโยก หาฟางข้าว หญ้าแห้งคลุมบริเวณโคนต้นและรดน้ำให้ชุ่ม

หลังจากปลูกประมาณ 3-4 เดือน จะมีหน่อขึ้นมารอบ ๆ โคน ตัดไปเรื่อยจนกว่าจะเริ่มออกปลี หรือหลังปลูกแล้วประมาณ 7-8 เดือน ควรมีการไว้หน่อทดแทน 1-2 หน่อ โดยหน่อที่ 1 และที่ 2 ควรมีอายุห่างกัน 4 เดือน เพื่อให้ผลกล้วยมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเลือกหน่อที่อยู่ตรงกันข้ามขยายพันธุ์โดยแยกหน่อ  ขยายพันธุ์ด้วยเหง้าหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ปัจจุบันกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง นิยมปลูกเพื่อรับประทานผลสดและแปรรูปกันอย่างกว้างขวาง เนื่องกล้วยน้ำว้าพันธุ์นี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่น เพราะ เป็นกล้วยพันธุ์ที่โตเร็ว มีความต้านทานโรคและแมลง ให้ผลมาก เนื้อละเอียด ไส้กล้วยอ่อนเป็น สีขาว มีความหวานสูง จึงเป็นกล้วยพันธุ์ที่ดีที่สุดสำหรับนำมาทำกล้วยตาก

กล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับใช้ทำกล้วยตากมากที่สุด เพราะมีขนาดผลกลมสั้น เปลือกบาง ผิวสวย เนื้อละเอียด หวานแบบธรรมชาติ ไส้สีขาว และไม่มีเมล็ด  กล้วยมะลิอ่องหนึ่งเครือมีประมาณ 7-10 หวี กล้วยหนึ่งหวี จะมีประมาณ 10-16 ผล นับว่า กล้วยมะลิอ่อง สามารถให้ผลผลิตได้เป็นจำนวนมาก จึงนิยมนำ ไปทำกล้วยตาก จนกลายเป็นอาชีพสำคัญ ของชาวเมืองจังหวัดพิษณุโลก

กล้วยตากเกาะคู

เกาะคู เป็นพื้นที่ราบ มีน้ำล้อมรอบ เนื้อที่ราว 200 ไร่ กลายเป็นแหล่ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องคุณภาพดี  ส่งไปขายในตลาดนครสวรรค์  ลพบุรี และอยุธยา ขณะเดียวกันกำนันประภาสก็รับซื้อกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องจากเกษตรกร เพื่อนำมาแปรรูปและจำหน่ายในชื่อ “ กล้วยตากเกาะคู” และ “กล้วยตากบางกระทุ่ม”  ที่ได้รับความนิยมจากตลาดในวงกว้าง สร้างงาน สร้างอาชีพที่มีรายได้มั่นคง รวมทั้งสร้างชื่อเสียงให้แก่ชุมชนท้องถิ่นตลอดระยะเวลากว่า  30 ปีที่ผ่านมา

ผลงานดังกล่าว ทำให้กำนันประภาสได้รับรางวัลสิงห์ทอง ในฐานะผู้นำอาชีพก้าวหน้าระดับ จังหวัดพิษณุโลกและได้รับปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการพัฒนาชุม ชน จากสถาบันราชภัฏพิบูล-สงคราม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ.2537

กล้วยตาก พลังแสงอาทิตย์ 

ในอดีต ชาวบ้านจะนิยมทำกล้วยตากโดยการตากเเดดตามธรรมชาติ ต่อมากำนันประภาสได้ริเริ่ม การทำตากกล้วยในตู้อบพลังแสงอาทิตย์เป็นรายแรก  ทำให้การผลิตกล้วยตากมีความทันสมัย สะอาด ถูกหลักอนามัย ได้มาตรฐาน OTOP 5 ดาว กลายเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและส่งออกมากขึ้น

แหล่งเรียนรู้ “ปลูก-แปรรูป ” กล้วยน้ำว้าแบบครบวงจร

กำนันประภาส และครอบครัวสิงหลักษณ์ ได้ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน เนื้อที่  15 ไร่ 88 ตารางวา บริเวณบ้านเกาะคู หมู่ที่ 1  ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ต่อมาทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินแปลงดังกล่าว ให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อวันที่ 29  ธันวาคม 2536 เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่มีอาชีพผลิตกล้วยตากในพื้นที่อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก

ต่อมา  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการรับโอนที่ดินดังกล่าวมาดูแล ร่วมกับสำนักงาน กปร. เพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว และได้จัดตั้ง โครงการพัฒนาและส่งเสริมการผลิตกล้วยตากบ้านเกาะคู ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เพื่อดำเนินการพัฒนา และส่งเสริมการผลิตกล้วยตากบ้านเกาะคู โดยสนับสนุนส่งเสริมการรวมกลุ่มชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง

โครงการดังกล่าว ได้ให้การสนับสนุนในด้านวิชาการ และแนวทางการพัฒนาตลาด  รวมทั้งพัฒนาคุณภาพพันธุ์กล้วย  พัฒนาตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับอบกล้วยตากเพื่อจำหน่าย  โดยสร้างเครื่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบกรีนเฮาส์ (พาราโบลาร์โดม)ที่มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร รวมพื้นที่การทำแห้ง 160 ตารางเมตร สามารถอบกล้วยตากได้ครั้งละประมาณ 1,400 หวี

ทางกลุ่มแม่บ้านเกาะคู มีการควบคุมกระบวนการผลิตกล้วยตากในระบบสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร(GMP)ตามมาตรฐานCodex  สามารถผลิตกล้วยตากที่มีคุณภาพดีและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในประเทศและส่งออก

ทางกลุ่มแม่บ้าน ร่วมกับสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกล้วยในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น เช่น ผงกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง ที่เหมาะสำหรับผลิตเป็นขนมคุกกี้  และชาเปลือกกล้วยน้ำว้า เพื่อสุขภาพ  สนใจแวะเยีียมชมกิจการแปรรูปกล้วยตากเกาะคู สามารถติดต่อคุณอ้อ หรือ คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ บ้านเลขที่ 137 หมู่ที่ 3 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โทร.094-830-8310

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...