โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เป้ วงมายด์ เปิดใจครั้งแรก ปมเลิก หมิว ถูกแฉ พาเพื่อนรุมทำร้ายแฟนเก่า

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 01 ก.พ. 2562 เวลา 04.15 น. • The Bangkok Insight

หลังตกเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลอย่างหนักเมื่อดาราสาว หมิว สิริลภัส ออกมาเปิดใจว่ายุติความสัมพันธ์กับนักร้องหนุ่ม เป้ วงมายด์ ทั้งน้ำตาโดยฝ่ายชายให้เหตุผลว่า “คุณไม่ใช่ความสุขของผมอีกต่อไป”

ซึ่งในเวลาต่อมาก็เกิดเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาอีกเมื่อ อดีตแฟนเก่าของนักร้องหนุ่มได้ออกมาแฉถึงสาเหตุที่ต้องเลิกรากัน เพราะมีดาราสาวเข้ามาเป็นมือที่สาม แถมยังเคยทะเลาะกันจนโดนตบหน้า และยังโดนเพื่อนในวงรุมทำร้ายอีกด้วย

ล่าสุดนักร้องหนุ่ม เป้ วงมายด์ และเพื่อนๆสมาชิกวงมายด์ ได้ออกมาเปิดใจพร้อมชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวแล้วว่า ไม่เคยทำร้ายร่างกายผู้หญิงอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน หากอีกฝ่ายมีหลักฐานอยากให้มาโชว์เลย ส่วนกรณีที่เลิกรากับดาราสาวสาว หนุ่มเป้เผยว่า ไม่ขอพูดถึง อยากเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวที่รู้กันเพียงสองคนก็พอ

กับข่าวที่เกิดขึ้นจะชี้แจงอย่างไร ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ช่วงนี้รู้สึกพี่ๆ ให้ความสนใจกับวงเราพอสมควร มีหลายข่าวเหลือเกิน ผมขอพูดในส่วนที่เพื่อนๆ ของผมโดนหางเลขไปด้วย เรื่องที่มีการพูดว่าเราได้ไปรุมทำร้ายผู้หญิง เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว ประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา เรื่องมันถูกบิดเบือนไปจากความจริงเยอะพอสมควร จริงๆ ก่อนที่จะตีข่าว ผมแนะนำว่าควรมีการได้คุยกันก่อนทั้งคู่มากกว่า เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควร ผมได้คุยกับทางค่าย และผู้ใหญ่หลายๆ คนมาแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก มันเป็นเรื่องทำร้ายคน ผมขอพูดเรื่องที่ผมพูดได้เท่านั้น เพราะบางทีถ้าพูดเกินกว่านี้ มันอาจจะส่งผลกระทบกับเรื่องอื่นๆ ด้วย”

แล้วได้ทำร้ายเขาจริงไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ไม่เลยครับ เรื่องราวมันเกิดขึ้น ในวันที่พวกเราจัดงานแกรนด์โอเพนนิ่งร้าน อยู่ที่ 369 ซอยเสือใหญ่”

เป้แซ็ก (ไพสิฐ) : “เป็นร้านเหล้าที่พวกเราหุ้นกัน วันนั้นเป็นวันจัดงานเปิดร้าน จะมีศิลปินเยอะมากและคนทั่วไปด้วยมาร่วมงาน ต้นเรื่องคือเป้กับแฟนเก่าเขามีปากมีเสียงกัน เราเห็นไม่ดี สิ่งที่เราทำในวันนั้นคือการห้าม ไม่ให้เขาอยู่ใกล้กัน เพราะว่ามันมีการลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรง เราก็แยกให้เขาอยู่ห่างกันเพื่อไม่ให้คนในร้านตกใจ และไม่ให้เกิดปัญหา เพราะเราต้องควบคุมบรรยากาศของร้าน ด้วยตอนนั้นในร้านกำลังจัดงาน พอเหตุการณ์บานปลาย มีการถือขวดน้ำ และทำลายทรัพย์สินในร้าน เราก็ต้องพาตัวเขาออกนอกร้าน”

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “อันนี้พูดถึงอีกฝั่งหนึ่ง จริงๆ แล้วพวกเราทั้ง 6 คน การที่เราจะทำอะไรแบบนั้น ตามที่ข่าวตีออกไปว่า เราไปจิกหัว หรือว่าไปตบเขา ผมพูดตรงๆ ว่าเราไม่ได้มีโอกาสได้ทำแบบนั้นเลย ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะทำแบบนั้น และก็ไม่ได้ทำ”

เต่า เจน : “คนเต็มร้านขนาดนั้น เราไม่มีทางไปรุมทำร้ายผู้หญิงได้อยู่แล้ว”

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “ถ้าเกิดมีเหตุการณ์แบบนั้นจริง ไม่คิดเหรอว่ามันน่าจะมีภาพออกมาตั้งแต่วันนั้น เพราะว่าคนอยู่เยอะมาก พี่ๆ ศิลปินก็อยู่กันเยอะ”

คนที่ถือขวดน้ำเป็นผู้หญิง แล้วเป้ ได้ต่อสู้ไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ผมไม่ได้ทำอะไร”

เป้แซ็ก (ไพสิฐ) : “เป้ไม่ได้ทำอะไร พวกผมถึงต้องพาออกไป เพื่อไม่ให้เขาทำร้ายเป้”

มันมีจังหวะไหนที่เราเข้าไปโดนตัวเขา ทำให้เขาเข้าใจผิดไหมว่าเราไปทำร้ายร่างกายเขา ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “เขาเข้ามาจงใจที่จะทำร้ายก่อน หน้าที่ของพวกเราคือจะทำอย่างไรให้เกิดเหตุการณ์สงบในร้านมากที่สุด พวกเราก็เลยต้องยกเขาออกไป”

เป้แซ็ก (ไพสิฐ) : “มีอุ้มเขาออกไป การห้ามคนทะเลาะกันต้องเคลียร์แบบนั้น”

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “แต่ไม่มีการจิกหัว หรือว่าตบอย่างที่ข่าวออกไปแน่นอน”

เต่า เจน : “ในข่าวบอกว่า คุณเป้ให้เราไปรุมทำร้ายเขา ผมอ่านแล้วมันไม่ได้เป็นการสั่งการกันครับ มันเป็นการห้ามว่าอย่าทะเลาะกันนะ เพราะว่าเราไม่อยากให้มีปัญหากันในร้านเท่านั้นเอง”

แต่เขาเล่าว่าหลังจากทะเลาะกัน เป้ก็ออกไปจากร้าน ?

เต่า เจน : “ใช่ครับ ผมเป็นคนเอาคุณเป้ออกไป ช็อตสุดท้าย เราพยายามดันคุณผู้หญิงเข้ามาในร้าน แล้วพยายามดึงเป้ขึ้นไปข้างบน เพื่อที่จะหนีกลับ เพราะว่าร้านมันอยู่ใต้ดิน ทางออกมันมีอยู่ทางเดียว ตอนนั้นผมให้พี่ชายผมขับรถมารอหน้าร้าน เราทำอย่างไรก็ได้ให้เป้ออกไปก่อน เพราะว่าตอนนั้นเป้อยู่ในร้านไม่ได้แล้ว มันค่อนข้างรุนแรง จัดการอะไรไม่ค่อยได้แล้ว”

อีกฝ่ายบอกว่ามีผู้หญิงซ้อนท้ายเป้ไปด้วย ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ผมใช้รถยนต์ครับ ผู้หญิงที่ไปด้วยก็คือแฟนผมครับ”

เราทะเลาะกันบ่อยไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “ผมเชื่อว่าทุกคู่ต้องมีการทะเลาะกันอยู่แล้ว แต่เรื่องรุนแรงหรือไม่รุนแรงผมไม่ทราบ ส่วนตัวของผม คือจะดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมพยายามไม่ให้เดือดร้อนใคร ผมพยายามให้มันเป็นเรื่องของคนสองคนมาตลอด แต่พอมาถึงวันนั้น ทำให้ทุกคนในวงต้องมาเดือดร้อน ผมทำได้ดีที่สุดคือ ผมไม่ตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น วันนั้นเป็นวันเปิดร้าน ผมต้องดูแลแขกทุกคนในร้าน แต่สุดท้ายมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาทำให้เกิดความไม่สงบในร้าน ผมทำได้ดีที่สุดคืออยู่เฉยๆ และให้ทุกคนช่วยแยกเขาออกไป และสุดท้ายผมต้องเป็นคนออกจากร้านเอง ทั้งๆ ที่เป็นร้านของผม และเป็นวันเปิดร้านของผม ผมต้องออกจากร้าน แค่นี้ผมว่ามันก็มากไปแล้ว”

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “อีกข่าวที่ไม่จริง ที่บอกว่าคุณขุนไม่ห้ามในระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น จริงๆ แล้วจังหวะที่เกิดเหตุในวันนั้นคุณขุนไม่อยู่ตรงนั้น ดังนั้นไม่จริงเลยเรื่องนี้”

น้องผู้หญิงบอกว่ามีพยานหลักฐาน เช่นนักข่าวเพื่อนเขา เรามั่นใจขนาดไหน ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “มั่นใจมากครับ”

เต่า เจน : “ลูกค้ามันเยอะ ผมว่าพยานน่าจะเยอะกว่านั้น ถ้าไล่พยานผมว่าคนเห็นเยอะ มันไม่ใช่การรุมทำร้าย”

เป้แซ็ก (ไพสิฐ) : “มีคนนอกด้วย มีพี่ๆ ศิลปินด้วย”

ทอมท่อม : “มันสามารถถ่ายคลิปเก็บไว้ได้และมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว”

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “มันแปลกที่ว่าอยู่ๆ เรื่องราวนี้ก็เกิดขึ้นมาทั้งที่ เรื่องนี้มันผ่านมา 6 ปีแล้ว อยู่ๆ ก็มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมา และถ้าสมมติว่ามีการรุมทำร้ายกันจริงตอนนั้น จะรอ 6 ปีทำไม แล้วอีกอย่างเขาได้บาดเจ็บจริงรึเปล่า แล้วทำไมวันนั้นถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

ทอมท่อม : “ทำไมไม่ไปแจ้งความ ไม่ไปโรงพยาบาล ไม่ไปเช็ก”

ทำไมเขาถึงออกมาพูดตอนนี้ ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ไม่ทราบครับ”

ช่วงที่คบกันเพื่อนในวงเห็นว่ามีปัญหาอะไรไหม ?

เป้แซ็ก (ไพสิฐ) : “เรารักกันมากครับ เราเป็นปกติ เพื่อน แฟนเพื่อนดูแลกันอยู่แล้ว เราสนิทกันมาก เรื่องนั้นก็เป็นเรื่องที่เราช็อคมาก เราก็แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในวันนั้น เรารักกัน”

คนมองว่าเราไม่แมนเลย รุมผู้หญิง ทำให้เราเสียหายทั้งวงเลย ?

เต่า เจน : “ครับ ถ้ามีหลักฐานผมไม่ต้องออกมาแถลงเลยนะ ถ้ามีคลิปผมก็ไม่ต้องพูดอะไรเลย ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดในร้านก็ไม่แน่ใจ เพราะมันนานมากแล้ว ก็พยายามตามอยู่ ฟังความกันไปมา มันไม่แฟร์ แต่สิ่งที่ผมพูดวันนี้มันไม่มีหลักฐาน ผมก็อยากจะปกป้องตัวเองว่าเราไม่ได้ทำร้ายผู้หญิง ทำไมต้องไปรุม แค่ทำร้ายผู้หญิงอย่างเดียวก็แย่แล้ว มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก มันเสียต่อภาพลักษณ์การทำงาน และครอบครัวเรา ทั้งพ่อแม่และคนใกล้ตัว”

ตอนแรกที่มีข่าวตกใจขนาดไหน ?

เต่า เจน : “ตอนแรกผมไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะมันไม่ใช่ความจริง พอคนใกล้ตัว เพื่อน คุณแม่ คนใกล้ชิดโทรมาถาม ผมเลยรู้สึกว่าผมไม่พูดไม่ได้แล้ว มันเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อจิตใจทุกคน ซึ่งมันไม่จริง ผมก็ต้องออกมาพูด ปรึกษาค่ายว่าจะทำยังไงดี จะได้มีโอกาสออกมาพูดบ้าง ไม่ได้อยากออกมาตอบโต้ใครนะครับ แค่ต้องการออกมาปกป้องตัวเองว่าเราไม่ได้ทำ”

คิดจะฟ้องร้องไหม ?

เต่า เจน : “ผมไม่ได้คิดจะฟ้องร้องอะไร ถ้าเขารู้สึกว่าผมทำร้ายเขาจริงจะฟ้องร้องก็ฟ้องเลยก็ได้ ไปสู้กันในศาลดีกว่า ไม่ต้องมาให้ข่าวไปมา มันเป็นเรื่องใหญ่ ที่ไม่ควรจะมาดิสเครดิตกันอย่างนี้”

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นได้คุยกับเขาไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “เราเลิกคุยกันไป 6-7 ปีแล้วครับ และก่อนแถลงวันนี้ ปกติเราก็ไม่ได้คุยกันอยู่แล้ว คือเรื่องมันจบไปนานมากแล้ว”

เป้แซ็ก (ไพสิฐ) : “ก็แตกหักกันไป”

ถ้ามีโอกาสจะคุยกับเขาไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ผมว่าถ้าเขาทำกับเราขนาดนี้ เขาคงไม่มีเจตนาดีกับเราแล้ว”

เราอยากให้เขาหยุดไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ผมออกมาพูดขนาดนี้แล้ว อย่าทำร้ายผมเลย หน้าที่ของผมเองคือการทำให้คนมีความสุข ในการทำเพลง สร้างความสุขกับทุกคน ขอให้ผมทำหน้าที่นี้ต่อไป อย่าให้ชีวิตของผมทำให้ทุกคนมีความทุกข์เลย อย่าให้ทุกคนต้องมองผมผิดในทางแบบนี้เลย”

จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “ทำได้ดีที่สุดคือออกมาชี้แจง แต่ถามว่าเราจะฟ้องร้องใครไหม ผมว่าเรื่องนั้นมันเป็นเรื่องทีหลัง ถ้ามันยังคงไม่จบและมีเรื่องราวต่อไป ก็คงปรึกษาฝ่ายกฎหมายของค่ายว่าจะเป็นยังไงต่อไป”

เรื่องนี้ส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “หลายเรื่องเลยครับ ทั้งครอบครัวของเราแสดงความเป็นห่วง รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก รวมไปถึงลูกค้าหลายๆ คนที่ทราบข่าวเรื่องพวกนี้ก็ส่งผลต่อพวกเราด้วย ทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูเสียไปเยอะเลยครับ ผมรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้มันละเอียดอ่อน ถ้าจะทำหรือพูดข่าวแบบนี้ ควรจะคุยกันสองด้านก่อนที่จะสื่อออกไป มันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพวกเรามากๆ ครับ”

โดนแคนเซิลงานไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ตอนนี้ก็เริ่มมีเข้ามาบ้างแล้วครับ ลูกค้าก็เริ่มถามว่าเคลียร์เรื่องข่าวที่เกิดขึ้นหรือยัง ซึ่งก็บอกไปว่าวันนี้จะแถลงข่าวและชี้แจง ถามว่าเสียหายเยอะไหม เยอะพอสมควรครับ”

เต่า เจน : “เรื่องงานก็มีอยู่แล้วครับ แต่เรื่องจิตใจมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ใหญ่มากกว่า บางทีการฟังความข้างเดียวและตีความไปแล้วว่าพวกเราเป็นคนเลวก็กระทบจิตใจพวกเรามาก”

เป้แซ็ก (ไพสิฐ) : “และสังคมที่เราสะสมมา 10 ปี ถึงแม้มันไม่ใช่ความจริงก็ตาม แต่มันค่อนข้างหนักมาก”

ส่วนมากแฟนเพลงเข้าใจเราไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “คนใกล้ตัวจะเข้าใจนะครับ จะพยายามรอรับฟัง แต่คนที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเขาจะตัดสินเราไปเลย มาด่าเสียๆ หายๆ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วครับว่าทุกวันนี้โซเชียลบูลลี่มันมีเยอะอยู่แล้ว ทุกๆ ข่าวที่ออกไปบางทีมันส่งผลถึงคนเหล่านั้น เหมือนกลายเป็นประเด็นที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักกับเราจริงๆ ทำให้เรากลายเป็นประเด็นสังคม และก็มาด่าเราเสียๆ หายๆ ซึ่งบางเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งที่เราทำเลยครับ”

นอกจากแถลงข่าววันนี้แล้ว มีวิธีที่จะกอบกู้ชื่อเสียงยังไงบ้าง ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ผมก็ต้องฝากให้พี่ๆ ช่วยดูแลข่าวผมหน่อยแล้วกันครับ เพราะสุดท้ายแล้วหากผมพูดอะไรออกไป อย่างการพูดเรื่องจริง พูดในสิ่งที่ดี ถ้าพี่ๆ ช่วยผม เรื่องราวมันก็คงจะดีขึ้นครับ ผมฝากด้วยแล้วกันครับ”

เป้แซ็ก (ไพสิฐ) : “จากนี้พวกผมก็ต้องทำงานเพลงกันต่อครับ ทำให้คนมีความสุข ก็เป็นหน้าที่หลักของพวกเราครับ”

กลัวผลกระทบที่จะมีต่อซิงเกิลที่ตามมาไหม ?

เต่า เจน : “ผมว่ายอดวิวน่าจะเยอะครับ แต่ฟีดแบคน่าจะอีกเรื่อง”

มีคอมเมนต์แปลกๆ มาว่าเราไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ตอนนี้ถ้ามานั่งดูในไอจีผม คือผมสามารถเปิดสวนสัตว์ได้แล้ว มาครบเลยครับ ผมโดนหนักสุดเลยในวง ส่วนคนอื่นอาจจะโดนหางเลขไปด้วย”

ปัญหาที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับความเจ้าชู้ของเราด้วยหรือเปล่า ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “ผมว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผมเอง จริงๆ ถ้ามันจะเกิดปัญหา อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ที่เคยแถลงข่าวมาครั้งหนึ่ง ต่อจากนี้ไปผมจะขออนุญาตให้เรื่องส่วนตัวของผมเป็นเรื่องส่วนตัวผมเท่านั้น ผมไม่เคยโพสต์อะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวผมในโซเชียลเลยสักครั้ง เพราะผมอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ถ้ามันจะจบ จะเริ่ม จะเลิก จะคบ หรืออะไรก็ตาม สุดท้ายข้างในมันเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าข้างในเรารักกันยังไง เราเลิกกันเพราะอะไร และผมเชื่อว่าทุกๆ ความรัก มันไม่มีใครอยากให้มันจบลงหรอกครับ ถ้าเป็นไปได้เรื่องพวกนี้ผมขอเก็บเอาไว้เป็นเรื่องของคนสองคนแล้วกัน ต่อจากนี้ไปผมหวังว่ามันจะไม่มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นอีก”

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “และผมก็ขอโทษแทนทุกๆ คน ที่เป็นแฟนคลับพวกเรานะครับ ที่มีข่าวอะไรแบบนี้แล้วทำให้ใครรู้สึกไม่พอใจ จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องจริงอะไรเลยครับ”

ครั้งนี้ถือว่าเป็นการแถลงข่าวเลิกกับแฟน เป็นครั้งที่ 2 สำหรับเราแล้ว ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “เอ่อ… จริงๆ วันนี้ผมอยากจะให้พูดเรื่องที่ทำร้ายร่างกายมากกว่า เรื่องอื่นมันจบไปแล้วก็อยากให้มันจบไปครับ”

เพื่อนๆ ในวงเข้าใจใช่ไหม พอเป้มีข่าวก็จะโดนพ่วงไปด้วยหมด ?

เต่า เจน : “เรียกว่าชินครับ ปกติไม่โดนพาดพิงหรอก จะมีครั้งนี้ที่รู้สึกว่าไม่ได้ละ ต้องออกมาพูดแล้ว เรื่องรัก เรื่องเลิก เรื่องเจ้าชู้ เขาโดนบ่อยเราก็ชิน อ่านข่าวแล้วยังสนุกด้วยซ้ำ แต่พอมาบอกว่าพวกเรารุมทำร้าย มันไม่ได้แล้ว”

หมิว ให้สัมภาษณ์ แล้วพูดประโยคหนึ่งที่เราบอกเขาว่า คุณไม่ใช่ความสุขของผมแล้ว ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “ผมรู้สึกว่าวันนี้เรามาคุยเรื่องทำร้ายร่างกายหรือเปล่าครับ เรื่องราวเหล่านั้นมันจบไปแล้ว ตอนที่ผมคบกันกับเขา ตอนที่ผมมีความรู้สึกดีๆ ผมกับเขารู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรกันอยู่ ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบไปแบบนั้นแล้วกันครับ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว ผมก็ยินดีรับคำแนะนำจากทุกๆ คนนะครับ ว่าถ้าอยากให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นต้องทำแบบไหนบ้าง ผมยินดีที่จะรับฟังทุกคนได้หมดเลย ถ้าดีขึ้นผมจะเอาไปปรับใช้ แต่ขอให้เรื่องราวที่จบไปแล้ว จบไปดีกว่าครับ”

ตอนที่เห็นเขาให้สัมภาษณ์ เรารู้สึกยังไง ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “ผมพูดไปแล้วครับ ว่าขอให้มันจบไปนะครับ”

จากนี้จะวางตัวยังไง เพราะข่าวที่เกิดขึ้น เกิดจากเรื่องความรักของเราทั้งนั้น ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์)  : “จริงๆ เราก็ทำงานบนความรักนะครับ เพลงของผมทั้งหมดก็เกิดจากความจริงของผมทั้งหมด มองให้มันเป็นแรงบันดาลใจก็ได้ครับ”

ต้องระวังตัวเรื่องผู้หญิงมากขึ้นไหม ?

เป้ร้องนำ (บดินทร์) : “ผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งนะครับ ผมไม่ค่อยอยากจะไปแอบๆ ซ่อนๆ ใคร ผมอยากจะมีชีวิตแบบคนธรรมดา แต่ด้วยความที่อาชีพของเราต้องอยู่ในที่แจ้งตลอดเวลา จะทำอะไรก็ต้องคอยแคร์ในส่วนของสังคมด้วย แคร์ในส่วนของแฟนคลับด้วย อันนั้นผมเข้าใจดี แต่จริงๆ ผมอยากจะขอให้เรื่องส่วนตัวของผม เป็นเรื่องส่วนตัวผมดีกว่าครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...