โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ประจำเดือนบอกอะไรได้บ้างเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ

issue247.com

อัพเดต 15 ม.ค. 2562 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 00.00 น.

แม้ว่าช่วงนั้นของเดือนจะทำให้คุณรู้สึกรำคาญมากกว่าเคย แต่ข้อดีคือมันสามารถบอกถึงสุขภาพโดยรวมของคุณได้

 

1. หากเลือดประจำเดือนของคุณมีสีแดงสด

สีแดงสดเหมือนกับสีแดงของรถดับเพลิงมักจะหมายความว่าคุณเพิ่งอยู่ในช่วงแรกของรอบเดือน ยิ่งเลือดสดเท่าไหร่ก็ยิ่งสีแดงมากเท่านั้น แม้ว่าสีแดงสดจะไม่บ่งบอกถึงอันตรายใดๆทั้งสิ้น แต่มันก็สามารถเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของคุณได้ ดังนั้นควรเตรียมอุปกรณ์รองรับให้พร้อม

 

2. หากเลือดประจำเดือนของคุณมีสีน้ำตาล

หลังจากที่รอบเดือนมาราวๆ 2 วัน เลือดประจำเดือนก็อาจเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงสดเป็นสีน้ำตาลเข้มมากขึ้น เลือดสีน้ำตาลเป็นเพียงเลือดเก่าที่อยู่ในมดลูกนานกว่าเลือดสด อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลือดประจำเดือนของคุณเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคือห่วงคุมกำเนิดโดยเฉพาะชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เมื่อใส่ห่วงคุมกำเนิดเยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดออกมาทุกเดือนซึ่งหมายความว่าเลือดจะอยู่ในนั้นนานกว่าปกตินั่นเอง

 

3. หากมีลิ่มเลือด

ลิ่มเลือดหรือก้อนเลือดที่สามารถปรากฏขึ้นได้ในระหว่างมีประจำเดือนโดยปกติแล้วไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ตราบเท่าที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง แต่ถ้ามีก้อนใหญ่ๆเป็นประจำก็อาจบ่งบอกได้ว่ามีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น ไฮโปไทรอยด์ เนื้องอกมดลูก ภาวะโลหิตจางที่แสดงอาการ หรือภาวะเลือดออกมากขณะมีประจำเดือน ขณะเดียวกันก็อาจไม่มีปัญหาอะไรเลยแค่การทำงานของร่างกายผู้หญิง ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อหาวิธีรักษา

 

4. หากรอบเดือนมาไม่ปกติ

ความเครียดอาจเป็นสาเหตุแรก เมื่อคุณรู้สึกเครียดร่างกายก็จะผลิตคอร์ติซอลออกมามากขึ้นจนอาจส่งผลต่อการตกไข่และประจำเดือนของคุณ เช่น ทำให้รอบเดือนมาช้าหรือขาดไปเลย อีกสาเหตุหนึ่งคือภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน (รักษาได้) โดยคุณจะมีระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงทำให้ผมยาวเร็วและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบจะไม่ตกไข่ทุกเดือนดังนั้นประจำเดือนจึงไม่มาทุกเดือน นอกจากนี้ถ้าคุณมีปัญหาภายในโพรงมดลูกเช่นการแท้งบุตรก็อาจทำให้ไม่มีเลือดออกมาเนื่องจากการเกิดแผลเป็น และสุดท้ายถ้าคุณเป็นนักกีฬาก็อาจมีประจำเดือนน้อยหรือไม่มีเลยเนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนได้ไม่เพียงพอ

 

5. หากมีอาการปวดประจำเดือนขั้นรุนแรง

อาการปวดประจำเดือนจะเบาหรือรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เมื่อมดลูกหดเกร็งขณะมีประจำเดือนมันจะหลั่งสารโพรสตาแกลนดินออกมา ยิ่งหลั่งออกมามากก็จะยิ่งปวดประจำเดือนมากขึ้น บางครั้งอาการปวดประจำเดือนก็คืออาการปวดประจำเดือน แต่ถ้ารุนแรงมากก็อาจเป็นอาการของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ทางที่ดีคุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

 

6. หากประจำเดือนมาค่อนข้างมาก

หากประจำเดือนของคุณมานานกว่าเจ็ดวันและต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆสองชั่วโมงก็อาจเป็นอาการของไฮโปไทรอยด์ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก หรือโรคความผิดปกติในการแข็งตัวของเกล็ดเลือดซึ่งทางที่ดีคุณควรปรึกษาแพทย์ การใช้ยาบางประเภทอาจส่งผลต่อการมีประจำเดือนเช่นห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดงไม่มีฮอร์โมน ขณะที่ยาเม็ดคุมกำเนิดกับยาฉีดคุมกำเนิดก็ส่งผลได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามถ้าคุณรู้สึกกังวลก็ควรปรึกษาแพทย์

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...