โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุบาลลูกพันธุ์ปลาช่อน จากแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นงานสร้างรายได้ ที่สุพรรณบุรี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 มิ.ย. 2563 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 04.16 น.

คุณชาญ บัววิเชียร หรือที่ทุกคนเรียกแกว่า ลุงชาญ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาช่อนมามากกว่า 20 ปี โดยรับซื้อลูกพันธุ์จากชาวบ้านที่ไปช้อนมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอสองพี่น้อง และลุงชาญก็นำมาอนุบาลต่อ เป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไปอีกด้วย

ลุงชาญ ชายผู้มากด้วยรอยยิ้มและมีอารมณ์ขัน เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีตนมีอาชีพเป็นช่างตัดผมอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อทำมาได้ระยะหนึ่งรายได้ที่หาได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงได้หยุดอาชีพนั้นกลับมาทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด คือ สุพรรณบุรี

“ช่วงนั้นเป็นช่างตัดผมอยู่แถวรามคำแหง เงินที่ได้รับไม่ค่อยพอ เลยตัดสินใจเป็นช่างตัดผม กลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัดน่าจะดีกว่า ก็มาเป็นลูกจ้างทั่วไป ยิงนกตกปลาตามแต่จะทำอะไรของชนบทที่ทำได้ จนกระทั่งวันหนึ่งได้รู้จักกับคนที่เลี้ยงปลาช่อน เราก็ได้ศึกษาการเลี้ยงและทดลองเลี้ยง ก็ประสบผลสำเร็จดีมาก ปลาได้น้ำหนักดีกว่าที่คิด จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มายึดอาชีพด้านนี้” คุณชาญ บอก

ต่อมาประมาณปี 2533 ได้มีแนวคิดริเริ่มทดลองผลิตลูกเพาะปลาช่อนขึ้น โดยนำลูกปลาช่อนมาฝึกให้กินอาหารเม็ด เกิดจากเหตุบังเอิญ คือญาติได้ซื้ออาหารปลาที่ใช้สำหรับเลี้ยงปลาสวยงามไว้ แต่ปลาที่เลี้ยงไว้เกิดตายทั้งหมดทำให้อาหารยังเหลืออยู่ จึงได้ลองนำมาให้ลูกปลาช่อนทดลองกิน

“วันแรกๆ มันไม่ยอมกินเลย อาหารเม็ดที่เราเอามาโรย ก็เลยเอาไปบดผสมกับอาหารที่เราบดเป็นเหยื่อสดน้ำให้กินไปด้วย เพื่อให้คุ้นชิน ปรากฏว่ามันก็มากินบ้าง เราก็ให้เรื่อยๆ คราวนี้พอปลาช่อนเริ่มชินกลิ่น พอเราเทอาหารเม็ดลงไป มันก็เริ่มมากินเลย ทำให้เราคิดว่าปลาช่อนนี่สามารถฝึกให้อาหารเม็ดได้ คราวนี้เราก็ฝึกเลยตั้งแต่นั้นมา” ลุงชาญ เล่าถึงเหตุการณ์สทัยก่อน

ลุงชาญ ให้ข้อมูลต่อไปอีกว่า ลูกปลาช่อนที่นำมาอนุบาลเพื่อจำหน่ายให้คนที่ซื้อไปเลี้ยงนั้น ส่วนใหญ่เป็นลูกปลาช่อนที่ชาวบ้านในพื้นที่ออกไปช้อนจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แล้วนำมาส่งจำหน่ายให้อีกทอดหนึ่ง ซึ่งลุงชาญจะเป็นคนเลี้ยงให้เป็นลูกปลาช่อนขนาดไซซ์นิ้ว ด้วยการฝึกให้กินอาหารเม็ด

“เกษตรกรทั่วไปเขาก็จะหาช้อนมาให้เรา เขาก็จะไปตามห้วย หนอง คลอง บึง ก็จะได้ไซซ์ประมาณก้านธูป จากแหล่งน้ำธรรมชาติรวบรวมเยอะๆ เสร็จแล้วเขาก็มาส่งให้ที่ฟาร์มเรา ทางเราก็จะมาคัดเศษต่างๆ ที่ไม่ใช่ปลาช่อนออกไป รวมทั้งลูกปลาช่อนที่ตายด้วย เสร็จแล้วเราก็เอาลูกปลาทั้งหมดขึ้นชั่งกิโล ราคาก็อยู่ที่กิโลกรัมละ 500-600 บาท เพื่อเลี้ยงอนุบาลต่อไป” ลุงชาญ กล่าว

เมื่อได้ลูกปลาช่อนจากแหล่งธรรมชาติมาทั้งหมดแล้ว จะนำมาใส่เลี้ยงในมุ้งเขียวขนาด 3×4 เมตร ความลึก 1.50 เมตร ปล่อยลูกปลาช่อนประมาณ 6 หมื่นตัว เมื่อเลี้ยงไปได้สักระยะลูกปลาจะเหลืออยู่ประมาณ 3 หมื่นตัวโดยประมาณ เพราะจนมีการตายเกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วย

“อาหารของลูกปลาช่วงนี้ ก็จะเป็นอาหารที่เหลวๆ หน่อย จะเป็นอาหารบด หรือว่าเป็นไข่แดงต้มก็ได้ โดยต้องค่อยๆ ให้กิน จนกระทั่งกินอาหารเป็นแล้ว ตัวปลามีลำตัวเท่ามวนบุหรี่ ก็จะเป็นอาหารเม็ดเล็ก พอกินจนคุ้นชินก็จะเปลี่ยนเป็นอาหารเบอร์ 1 ต่อไป” ลุงชาญ อธิบาย

อาหารที่ให้ลูกปลากินว่าบ่อยแค่ไหนนั้น จะดูตามความเหมาะสมที่เกิดจากวามชำนาญที่สั่งสมมา ซึ่งการเปลี่ยนอาหารเป็นสูตรต่างๆ จะดูตามขนาดไซซ์ของลูกปลา เมื่อเลี้ยงได้อายุประมาณ 45 วัน จึงนำปลูกปลาช่อนทั้งหมดมาจับแยกขนาดไซซ์

“พอได้เวลาที่กำหนด เราก็มาคัดไซซ์ ตัวไหนที่มีขนาดประมาณ 2-3 นิ้ว ก็จะเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ ก็จะเริ่มจำหน่ายอยู่ที่ไซซ์นี้ขึ้นไป ซึ่งช่วงนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ได้ขนาดเราก็จำหน่ายไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องโรคก็นานเกิด เราเพาะเลี้ยงในคลองสองพี่น้อง บางทีโรคมันก็จะมากับน้ำ เราไม่สามารถควบคุมได้ เกิดโรคขึ้นเมื่อไหร่ ก็จะแก้ปัญหาตามอาการที่เป็น โดยเราเป็นคนเลี้ยงเราจะรู้ได้จากประสบการณ์โดยตรง” ลุงชาญ กล่าว

สมัยก่อนที่เริ่มอนุบาลลูกปลาช่อนใหม่ๆ ลุงชาญ เล่าว่า ตลาดมีความต้องการแบบจำหน่ายไม่ทันเลยทีเดียว แต่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันจะมีคู่แข่งมากขึ้น แต่ลูกปลาช่อนที่ฟาร์มแห่งนี้ก็ยังจำหน่ายได้อยู่เรื่อยๆ แม้กาลเวลาจะแปรเปลี่ยนผันไป แต่คุณภาพลูกปลาช่อนของที่นี่ไม่ได้ผันเปลี่ยนไปกับเวลาด้วย

“เราก็จะไปส่งตามที่ลูกค้าต้องการ เขาก็จะสั่งมาว่าเอาวันไหน จำนวนเท่าไหร่ เราก็เอาไปส่งให้เขา ราคาที่จำหน่ายอยู่ก็มาหลายขนาดไซซ์ ถ้าขนาด 2-3 นิ้วอยู่ที่ราคาตัวละ 2 บาท ถ้าเป็นขนาด 3-4 นิ้ว ก็อยู่ที่ตัวละ 3 บาท ซึ่งลูกค้าก็มีสั่งหลายพื้นที่ ตั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น พม่า สิงคโปร์ จีน มีทั้งเราไปติดต่อส่งจำหน่ายเอง และก็มีคนมารับซื้อไปส่งจำหน่ายอีกถอดหนึ่ง” ลุงชาญ กล่าวถึงเรื่องการตลาด

ซึ่งลูกปลาช่อนทั้งหมดของฟาร์มแห่งนี้สามารถส่งไปไกลถึงต่างประเทศได้ ลุงชาญ บอกว่า เกิดจากการทำตามมาตรฐาน จีเอพี (GAP) โดยลูกปลาช่อนทั้งหมดสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ว่าเป็นลูกปลาที่เลี้ยงรุ่นไหนและมีวิธีการจัดการอะไรบ้าง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

ทั้งนี้ ลุงชาญยังให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ อยากเลี้ยงปลาช่อนเป็นอาชีพสร้างรายได้อีกด้วยว่า

“คนที่จะเลี้ยงปลาช่อนได้ประสบผลสำเร็จ ต้องรู้ให้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เลี้ยง ตลอดจนที่อยู่ให้ถูกสุขลักษณะ เมื่อเลี้ยงได้ประสบผลสำเร็จดีแล้ว ก็จะเป็นเรื่องของการจับ ต้องทำให้ถูกวิธีเพื่อให้ปลาเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งลุงชาญเองจะคอยบอกลูกค้าตลอดที่มาซื้อลูกปลาเราไปเลี้ยง ว่าควรทำอะไรบ้าง โดยให้ความรู้กับเขาอยากจริงใจและจริงจัง เขาเลี้ยงประสบผลสำเร็จเราก็อยู่ได้นี่คือสิ่งที่เราเน้นย้ำเสมอ ซึ่งใครสนใจอยากเลี้ยงอยากศึกษา มาหาลุงได้เลยลุงยินดีบอกสอน ให้อยู่คู่ฟ้าดินไปนานๆ” ลุงชาญ กล่าวแนะนำ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ลุงชาญ บัววิเชียร ที่หมายเลขโทรศัพท์ (081) 981-3292

………………………………………………………………………………………………………..

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น!คลิกดูรายละเอียดที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...