จับเด็กแว้น ยึดรถจยย. เปลี่ยนท่อเดิม เชิญผู้ปกครอง รับรู้พฤติกรรมบุตรหลาน
*จับเด็กแว้น ยึดรถจยย. เปลี่ยนท่อเดิม เชิญผู้ปกครอง รับรู้พฤติกรรมบุตรหลาน *
วันที่ 28 มิ.ย. ที่สภ.เมืองเลย นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองเลย พ.ต.ท.มหรรฆพันธุ์ เพียงปราชญ์ รองผกก.ป.สภ.เมืองเลย ร่วมเป็นประธานโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กแว้น ตามคำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจยย.
โดยการ จับ-อบรม-เปลี่ยน-ปรับ-ปล่อย ผู้ที่ถูกยึดรถโดยมีการเชิญผู้ปกครองมาร่วมรับรู้พฤติกรรมของเยาวชนและบุตรหลาน พร้อมร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและเยาวชนได้สะท้อนปัญหาเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาเด็กแว้นในเขตเทศบาลเมืองเลยและพื้นที่ใกล้เคียง ทุกภาคส่วน ให้มีส่วนร่วมในการดูแลสังคม
ผู้ปกครองของเยาวชนรายหนึ่ง ได้เสนอแนะว่า ให้มีการห้ามจำหน่ายท่อไอเสียแบบผิดกฎหมายตามร้านขายอะไหล่หรือร้านซ่อมรถ และได้มีผู้ประกอบการคัดค้านว่าท่อไอเสียแต่งส่วนมากนั้น เยาวชนทำการสั่งมาจากทางเน็ต ซึ่งร้านซ่อมรถนั้นเป็นเพียงปลายเหตุ อาจส่งผลต่อการค้าขายของผู้ประกอบการ ขณะที่กลุ่มเยาวชนได้เสนอให้ทางตำรวจใช้เครื่องตรวจวัดความดังของท่อไอเสียให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ในการประชุม ทางคณะกรรมการตำรวจภูธรเมืองเลย ได้สรุปว่าตำรวจได้ทำหน้าที่จับ-ยึดรถ นั้นเป็นไปตามข้อกฎหมายกำหนด เช่น การแต่งท่อ อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ ไม่ติดกระจกมองข้าง และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นั้นถือว่าผิดจริง ส่วนกรณีตรวจวัดความดังต้องมีค่าไม่เกิน 90 เดซิเบล
แต่เนื่องจากเครื่องตรวจวัดนั้นมีไม่เพียงพอเนื่องจากจังหวัดเลยเป็นจังหวัดขนาดเล็ก วิธีทางแก้ไขคือต้องอาศัยความร่วมมือจากสำนักงานขนส่ง ในการนำเข้าเครื่องมือ และต่อไปจะได้บูรณาการ กับทุกหน่วยให้มาร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจจับ เพื่อหมดปัญหาการโต้แย้ง
หลังจากประชุมเสร็จทางตำรวจภูธรเมืองเลย ได้ให้กลุ่มเยาวชนที่โดนยึดรถนั้นนำรถจยย.มาทำการเปลี่ยนท่อให้ถูกกฎหมาย เป็นท่อเดิมจากโรงงานหรือท่อที่เงียบ ที่หน้า สภ.เมืองเลย และให้ผู้ปกครองเซ็นหนังสือยินยอมการกระทำผิดดังกล่าว หลังจากนั้นนายอำเภอเมืองเลยได้ลงมือเปลี่ยนท่อไอเสียให้กับเด็กเยาวชนด้วยตนเอง ขณะที่ท่อไอเสียที่ถูกยึดนั้นทาง สภ.เมืองเลย จะทำการเก็บรวบรวมไว้เพื่อนำมาทำลายโดยการใช้รถบด ในช่วงเดือนสิงหาคม นี้
จากการดำเนินตามโครงการ มาตั้งแต่ 15 พ.ค. 2562 ได้จัดอบรมเยาวชน พร้อมกับผู้ปกครอง และร้านค้าที่จำหน่ายอุปกรณ์และช่างแต่งรถ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ครั้งที่ 1 มีการจับกุมรถจักรยานยนต์ จำนวน 51 คัน ครั้งที่ 2 จำนวน 30 คัน ครั้งที่ 3 จำนวน 40 คัน ส่วนครั้งที่ 4 ได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์จำนวน 50 คัน รวมทั้งสิ้นที่มีการตรวจยึดจำนวน 171 คัน
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่