โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มิติใหม่ “เค้กขนมไทย” ราดซอสกะทิเข้มข้น หวานน้อย ออร์เดอร์ล้นวันละเกือบ 200 ชิ้น

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 10 มิ.ย. 2562 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2562 เวลา 10.15 น.

เรียกว่าเป็นมิติใหม่ของวงการขนมไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับ “เค้กหน้าขนมไทย” จากร้าน “ติดลิ้น” โดยคุณเอี่ยว-เสน่หา ชูสันติ อายุ 37 ปี และ คุณปุ๋ย-จุฑารัตน์ แสงศิลา แอร์โฮสเตสสาววัย 31 ปี

คุณเอี่ยว หนึ่งในเจ้าของร้านและผู้คิดสูตร เล่าให้ฟังถึงที่มาว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำ เป็นแมเนเจอร์ด้านงานประกันโทรศัพท์ มากว่า 10 ปี ระหว่างนั้นได้พยายามหาช่องทางทำธุรกิจอยู่ตลอด เพราะมีแนวคิดอยากมีธุรกิจส่วนตัว สุดท้ายตกผลึกที่ธุรกิจเบเกอรี่ เค้กมะพร้าวไส้แตก “Bakery Mind by Aeiw” ซึ่งเคยถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน “เส้นทางเศรษฐี” ไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน

อ่านข่าว ทำเก๋ ไม่ซ้ำใคร! เค้กมะพร้าวไส้แตก แหวกตลาด ทำรายได้หกหลักต่อเดือน

ล่าสุดในปี 2019 นี้ จากแบรนด์ Bakery Mind by Aeiw ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยความคิดก้าวไกล คุณเอี่ยวได้ต่อยอดเปิดแบรนด์ใหม่ ซึ่งยังคงไม่ทิ้งไลน์ธุรกิจเบเกอรี่ไปไหน เธอร่วมกันเปิดร้านกับหุ้นส่วนสาวสวยดีกรีแอร์โฮสเตส คุณปุ๋ย ผลิตและจำหน่าย “เค้กขนมไทย” ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้

“อาชีพเราเดินทางบ่อย ไปประเทศโน้น ประเทศนี้ ได้เห็นขนมหลากหลายชนิด เราเห็นว่าขนมไทยมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ไปกว่ากัน ตัวคุณเอี่ยวเองก็เปิดร้านเบเกอรี่ทำเค้กมะพร้าวขายมาก่อนแล้ว เราเลยนำไอเดียมารวมกัน เปิดร้านขนม นำขนมเค้กมาผสมกับขนมไทย กลายเป็นโปรดักต์ใหม่ของร้าน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เข้ากันได้ดีมาก กินแล้วอร่อยติดลิ้น กลายเป็นชื่อร้านปัจจุบัน” คุณปุ๋ย เล่าถึงที่มา

ปัจจุบันร้านติดลิ้น เปิดมาได้ 5 เดือน มีเค้กขนมไทย 4 หน้าให้เลือกทาน ได้แก่ เค้กลอดช่องเผือกหอม เค้กแกงบวดฟักทอง เค้กถั่วดำมะพร้าวอ่อน เค้กกล้วยบวชชีแปะก๊วย ราคากันเองเพียงชิ้นละ 45 บาท นอกจากนี้ยังมีเมนู ชิ้น ปัง ปิ้ง และ คีย์บอร์ดอะไรก็กินได้ วอฟเฟิลโกโก้ดำ

“ทั้ง 4 หน้านี้ เป็นขนมไทยที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เป็นชนิดขนมที่คนนิยมสั่ง ซึ่งทั้งหมดมีความเป็นไทยจ๋ามาก เราผสมความเป็นฝรั่งเข้าไปเป็นความแปลกใหม่ที่อร่อยลงตัว เป็นเจ้าแรกที่ทำเลยก็ว่าได้ คนที่ไม่เคยกินอาจจะบอกว่าแปลก แต่ถ้าได้ชิมแล้วติดใจทุกราย” คุณปุ๋ย เล่า

สำหรับจุดเด่นของเค้กขนมไทย คุณเอี่ยว บอกว่า คงต้องยกให้ซอสกะทิเข้มขน ซิกเนเจอร์ของร้าน ทำจากน้ำตาลโตนด และมะพร้าวน้ำหอม ใช้เวลาเคี่ยวให้เข้ากันจนได้กลิ่นหอม นำมาราดบนตัวเค้กใบเตย ทำจากใบเตยคั้นสดใหม่ทุกวัน เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติหวานน้อย เข้ากันได้ดีกับเนื้อเค้กรสชาติหวานน้อย ละมุนกว่าขนมไทยปกติที่รสชาติหวาน และมีน้ำเป็นส่วนใหญ่

“วัตถุดิบเราคัดสรรอย่างดี เช่น กล้วย ต้องเลือกที่สุกพอดี ส่วนฟักทอง ต้องเลือกเนื้อให้เหมาะกับการทำขนม” คุณเอี่ยว บอกถึงการคัดเลือกวัตถุดิบ

แม้จะเปิดได้ 5 เดือนแต่ต้องบอกว่าขายได้ทุกวัน แอร์โฮสเตสสาว บอกว่า ได้กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นเพิ่มขึ้นมา ผู้ใหญ่ก็ชอบ เพราะรสชาติหวานน้อยจึงเป็นที่ถูกใจ ทานคู่กับชา ทำให้ทานได้เรื่อยๆ

ด้านคุณเอี่ยว เสริมต่อว่า คนอายุเยอะอาจจะไม่ค่อยได้ทานเค้ก เพราะรสชาติอาจจะไม่ถูกปาก ส่วนคนอายุน้อยก็คงไม่ชอบทานขนมไทยเพราะมีรสหวาน การนำขนมเค้กมาผสมกับขนมไทย จึงเป็นตัวดึงดูดให้คนทุกเพศทุกวัยหันมาทานขนมที่ไม่ค่อยได้ทาน เป็นการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับลูกค้า

ช่องทางการจำหน่าย แม้จะมีหน้าร้าน แต่เจ้าของร้านทั้งสอง บอกว่า เน้นจำหน่ายดีลิเวอรี่ซะส่วนใหญ่ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปจึงไม่นิยมมาทานที่ร้าน แต่นิยมสั่งดีลิเวอรี่มากกว่า ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นมาก ออร์เดอร์แต่ละวันประมาณ 100-200 ชิ้น แล้วแต่ช่วง

ก่อนทิ้งท้ายว่า ตอนนี้กำลังทำขนมเค้กขนมไทยให้ติดตลาดอยู่เพื่อให้ลูกค้าไม่สับสน หลังจากนั้นมีออกรสชาติใหม่แน่นอน เช่น อัญชัน พร้อมเพิ่มหน้าขนมให้หลากหลายมากขึ้น ส่วนในอนาคตมีเปิดแฟรนไชส์รวมทั้งรับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นเตรียมการ รวมทั้งเน้นออกบู๊ธให้บ่อยขึ้น

ร้านติดลิ้น เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-15.00 น. พิกัด เข้าซอยสาทร 8 ประมาณ 400 เมตรสุดซอยเลี้ยวขวา ตรงมาอีกนิด จะเจอเเยกให้เลี้ยวซ้าย แล้วตรงมาอีกนิด จะเจอร้านอยู่บริเวณขวามือ ร้านอยู่เยื้องกับโรงเเรม ฟูราม่า เอ็กซ์คลูซีฟ และอีกสาขาอยู่ที่ ราษฎร์บูรณะ 29 หรือ ติดตามร้านได้ที่เฟซบุ๊ก ติดลิ้น TidLinn

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...