โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

คิดถึงการเดินทาง นั่งรถไฟไปเมืองกาญฯ น้ำตกเอราวัณ สวรรค์ท่ามกลางธรรมชาติ

บันทึกคนขี้เที่ยว

เผยแพร่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 01.38 น.

คิดถึงช่วงเวลาที่ยังเดินทางได้แบบปกติอยู่ ตอนนั้นเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่พลาดจะสะพายกระเป๋าขึ้นรถไฟไปตั้งแคมป์ที่เอราวัณ
เพราะการหยิบหูฟังเสียบซาวด์อะเบ้าท์เปิดเพลงจากเทปคู่ใจขึ้นรถไฟไปเที่ยวเป็นเรื่องสนุกมากๆ ของวัยรุ่นยุคก่อน
เราเลยอยากจะย้อนวันวานขอหลีกหนีถนนคอนกรีต กลับมาสู่ความ Simple บนรถไฟสายธนบุรี-น้ำตก หยิบหูฟังไร้สายเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน
กดฟังเพลลิสต์ติดชาร์ต หลับบ้าง ตื่นบ้าง ดูข้างทางบ้าง เปิดเพลงโปรดคลอเสียงล้อเลื่อนกระทบกับไม้หมอน ฉึกกะฉัก
เดินทาง เคลื่อนตัวไปช้าๆ ปล่อยเวลาล่องไปกับการท่องโลกกว้างและไปสุดสายค้างคืนนอนเต็นท์กันที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ
จากนั้นก็พากันไปแวะชมวิวทางรถไฟสายมรณะต่อที่สถานีถ้ำกระแซเป็นอันครบจบทริปแบบสวยๆ กลับสู่เมืองกรุงอย่างอิ่มอกอิ่มใจ

สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้

-ค่ารถไฟ ไปกาญจนบุรี  25 บาท

-ค่ารถเมล์หวานเย็นไปอุทยานฯ ไป-กลับ 100 บาท

-ค่าเข้าอุทยานฯ น้ำตกเอราวัณ 100 บาท

-ค่าเต็นท์ 225 บาท (คนละ 115 บาท) 

-ค่าถุงนอน ผ้ารองนอน หมอน 140 บาท

-ค่าอาหารเที่ยง+เย็นคนละประมาณ  250 บาท

-ค่ารถไฟไปถ้ำกระแซ 12 บาท

-ค่ารถไฟจากถ้ำกระแซกลับกรุงเทพ 35 บาท

รวม 777 บาท/ต่อคน (สมาชิกในทริปมี 2 คน)

เอาล่ะเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว ก็มาเดินทางกันเลยจ้า

เรามาขึ้นรถไฟขบวนที่ 257 ธนบุรี-น้ำตก

ที่สถานีรถไฟธนบุรีตั้งแต่เช้าตรู่

รถไฟขบวนนี้ออกจากสถานี เวลา 7.50 น.

ค่าตั๋วรถไฟ 25 บาทเองจ้า 

ดูรายละเอียดตารางรถไฟได้ที่ 

http://procurement.railway.co.th/checktime/checktime.asp

ฉึกกะฉัก ฉึกกะฉัก ปู๊น ปู๊นนนนน รถไฟมาแล้วจ้าาาาาา

บรรยากาศรถไฟชั้น 3 เที่ยวเช้าวันนี้หลวมๆ ไม่ได้แน่นอึดอัดอะไรเลย ความชิวมาเต็มมมมม

นั่งรถไฟมาประมาณ 3 ชั่วโมง เราก็มาถึงสถานีกาญจนบุรี 

หลังจากนั้นเราก็มาต่อที่รถประจำทางเพื่อนั่งต่อไปน้ำตกเอราวัณ

รถหวานเย็นจากกาญจนบุรีไปน้ำตกเอราวัณ

มีรอบ  8.00 / 8.55 / 10.45 / 11.50 / 13.30 / 15.00 / 16.20 / 17.40 

และรถจากน้ำตกเอราวัณ – กาญจนบุรี 

มีรอบ 5.40 / 6.20 / 7.00 / 8.00 / 10.00 / 12.00 / 14.00 / 15.00 / 16.30 

ราคาคนละ 50 บาท

บนรถเมล์ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 

นี่ไปแอบอ่านรีวิวมาแน่ๆ เลยเดินทางกันมาได้เก่งขนาดนี้ 

รับลมเย็นๆ บนรถเมล์หวานเย็น 

ความรู้สึกแบบนี้ เราไม่ได้เจอมานานมากแล้ว

เดินทางประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง เราก็มาถึงอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

ก่อนเข้าอช. มาจะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บค่าเข้าบนรถเลย 100 บาท

หลังจากเข้าอุทยานเสร็จแล้ว

เราก็เดินไปเช่าเต็นท์และเครื่องนอนสำหรับคืนนี้ให้เรียบร้อย 

ที่อช.มีเต็นท์เตรียมไว้สำหรับนอนอย่างสะดวกสบาย 

ในราคาหลังละ 225 บาท (นอนได้ 3 คน ) 

ถ้าจะเอาอุปกรณ์การนอนเช่น หมอน ถุงนอน ที่รองนอน

ก็เพิ่มเงินอีก 140 บาท เนี่ยยยย อะไรจะง่ายขนาดนี้

จัดแจงนั่นนี่เสร็จเราก็รีบจ้ำเข้าไปที่น้ำตก 

เพราะได้ข่าวมาว่า น้ำตกมีถึง 7 ชั้น 

เดินเท้าเข้าไประยะทางกว่า 1.5 กม. เลยนะ 

แต่ตลอดระยะทางไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยเลย 

เพราะมันร่มรื่น ชุ่มชื้น และน้ำในน้ำตกก็ใสแจ๋วน่าโดดเล่นมาก

มุมนี้ก็เป็นอีกมุมมหาชนที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ

เห็นปลาแหวกว่ายใต้แผ่นน้ำที่สะท้อนแสง

สีฟ้าอมเขียวมรกตแล้วก็อดชื่นใจไม่ได้ 

ที่น้ำเป็นสีสวยไม่เหมือนใครแบบนี้เพราะ

น้ำในน้ำตกนั้นไหลมาจากเทือกเขาหินปูน

ที่เกิดจากการทับถมของเปลือกหอย ปู ปะการัง

จนกลายเป็นหินปูน เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ 

ทำให้มีสารละลายของแคลเซียมคาร์บอเนตเจือปนอยู่ 

ซึ่งพวกนี้แหละจะตกตะกอนในบริเวณแอ่งน้ำ 

ทำให้น้ำด้านบนใส และด้านล่างที่ตกตะกอนนั้น

สะท้อนเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวมรกตขึ้นมาไงล่ะ

เย็นแล้ว แสงแดดเริ่มหาย เราก็กลับมาจัดแจงที่นอน 

และทำธุระส่วนตัวกันที่เต็นท์ ที่นี่จัดระเบียบเต็นท์พักได้อย่างมีสัดส่วน 

เหมาะมากสำหรับการมาพักผ่อน ทั้งกับเพื่อนและครอบครัว 

อีกอย่าง มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะมาเที่ยวกันเยอะมาก

สำหรับมื้อเย็นที่นี่ เราขอฝากท้องไว้กับร้านรวงใกล้ๆ เต็นท์พักนี่แหละ เป็นร้านที่เปิดขายช่วงกลางวันที่คนมาเที่ยวน้ำตกกัน ร้านจะปิดไวหน่อย ช่วงประมาณ 5 โมงเย็น หลังจากนั้น ถ้าค่ำแล้วก็จะไม่มีร้านอาหารเปิด แต่เราสามารถพกขนมขบเคี้ยวหรือเตาเล็กๆ สำหรับตั้งแคมป์พกไปทำอะไรกินกันเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ หรือหากเอาสะดวกจริงๆ ก็กินมาม่ามี่ร้านเล็กๆ ในอช. ให้บริการได้ หรือจะซื้อขนมขบเคี้ยวพกเข้าไปด้วยก็ได้ แล้วอย่าลืมเก็บกวาดขยะของเราไปทิ้งให้เรียบร้อยด้วยนะ

ผ่านค่ำคืนอันเงียบสงบไป

เรานอนหลับสบายไม่มีฝันอะไรมารบกวน 

ทำให้ตื่นมาตอนเช้าอย่างฝดใฝฝุดๆ 

ยามเช้าของที่นี่ช่างสดชื่นเสียกระไร

บิดขี้เกียจในถุงนอนสองสามที

พาตัวเองออกจากเต็นท์มาสูดกลิ่นไอหมอกให้เต็มปอด

แล้วยิ้มหวานรับวันใหม่ให้เต็มที่

วันนี้จะเป็นวันที่ดีทั้งวัน

ช่วงเช้าถ้าอากาศดีๆ จะมีหมอกลอยขึ้นเหนือน้ำด้วยน้าาาาาา

สายๆ เราก็ถึงเวลาออกจากอุทยานฯ แล้ว ด้วยวิธีเดิมนั่นก็คือนั่งรถเมล์หวานเย็นกลับ

หลังจากถึงสถานีรถไฟกาญจนบุรีเราก็นั่งรถไฟไปถ้ำกระแซต่อ เพราะอยากได้วิวดีๆ ข้างทางรถไฟ ซึ่งทางรถไฟเส้นนี้ ฮอตมากเลยนะ เราว่าทุกคนต้องเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้วแน่นอน

ค่าตั๋ว 12 บาทจากสถานีรถไฟกาญจนบุรี มาสถานีถ้ำกระแซนี่สวยงามเกินคาด คุ้มเกินราคาไปเล้ยยยยยย

และแล้วเราก็มาถึงอีกหนึ่งจุดหมาย 

นั่นก็คือ รางรถไฟสายมรณะ 

ที่สถานีรถไฟ ถ้ำกระแซ จุดชมแม่น้ำแคว

ที่เรียกว่าดีที่สุดของกาญจนบุรีเลยนะสำหรับเรา

เสาร์อาทิตย์ติดหูฟังนั่งรถไฟของเราก็จบลงด้วยความชื่นมื่นอีกแล้ว แต่ละทริปผ่านไป ไวเหมือนดีดนิ้ว สมัยเด็กเราจำได้ว่าการได้นั่งรถไฟไปเที่ยว เป็นเรื่องตื่นเต้นและสนุกมากๆ แต่พอโตขึ้นด้วยเวลา ภาระ หน้าที่ ทำให้เราไม่มีเวลาพอที่จะมาเที่ยวแบบนี้ได้เท่าไหร่ คราวนี้ได้กลับสนุกและตื่นเต้นกับการขึ้นรถไฟอีกครั้ง แม้จะเป็นเส้นทางที่ไม่ได้ไกล แต่ได้วิวและความสุขใจไม่แพ้ใครเลย เหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง 

ด้วยรัก

บันทึกคนขี้เที่ยว

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...