โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทำความรู้จัก ‘ฟาวิพิราเวียร์’ ยาต้านโควิด-19

TODAY

อัพเดต 08 พ.ค. 2564 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2564 เวลา 13.52 น. • workpointTODAY

ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เป็นยาต้านเชื้อไวรัสที่อยู่ในสูตรยารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ของไทย ตั้งแต่การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอกแรก ครั้งนั้นเรานำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์จากประเทศญี่ปุ่น และกระจายยาไปทั่วประเทศเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ควบคู่ไปกับยาอื่นและได้ผลดี แต่เนื่องจากยาฟาริพิราเวียร์มีปริมาณน้อย กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องจัดทำระบบการเบิกจ่ายและคู่มือการใช้ยาไว้อย่างชัดเจนเพื่อควบคุมและตรวจสอบปริมาณให้มีสำรองเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วย

ในการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ ยาฟาวิพิราเวียร์ ถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อผู้ว่าฯ กทม. ผุดไอเดียว่า จะแจกยาฟาวิพิราเวียร์ที่มีอยู่ในมือกว่า 600,000 เม็ด ให้ผู้ป่วยโควิด-19 ทุกกลุ่ม คนละ 50 เม็ด หลังพบคลัสเตอร์คลองเตย ทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและยากที่จะควบคุม ทำให้เกิดประเด็นที่ว่า ไทยเหลือยาฟาวิพิราเวียร์เท่าไร เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยหรือไม่ และหากเกิดอาการดื้อยาจะทำอย่างไร

เมื่อยาฟาวิพิราเวียร์มีความจำเป็นต่อผู้ป่วยโควิด-19 ขนาดนี้ เราไปทำความรู้จักยาตัวนี้กันว่า สำคัญอย่างไร ใครเป็นผู้ผลิต ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้ทุกคนไหม

ความสำคัญของ ยาฟาวิพิราเวียร์ 

ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาต้านไวรัสที่ใช้กับไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายตัว เป็นที่รู้จักกันในชื่อ T-705 หรือ Avigan พัฒนาโดย บริษัทโตยามะเคมิคอล ประเทศญี่ปุ่น มีฤทธิ์ต่อต้านอาร์เอ็นเอไวรัสหลายชนิด

ในปี 2557 ฟาวิพิราเวียร์ได้รับการอนุมัติในประเทศญี่ปุ่นสำหรับการสำรองยาต่อต้านการระบาดทั่วของโรคไข้หวัดใหญ่ และในช่วงการระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกมีรายงานว่า พยาบาลชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งซึ่งติดเชื้ออีโบลาในขณะที่เป็นอาสาสมัครขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนในไลบีเรียฟื้นตัวจากโรคหลังจากได้รับ ฟาวิพิราเวียร์ การทดลองทางคลินิกที่ตรวจสอบการใช้ฟาวิพิราเวียร์ จึงเริ่มขึ้นและพบว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ มีผลต่อผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสอีโบลาในกระแสเลือดในระดับต่ำถึงปานกลาง

ต่อมาในปี 2563 จีนได้ทดลองยาต้านไวรัสหลายชนิดกับผู้ป่วยโควิด-19 และค้นพบว่า ฟาวิพิราเวียร์ ให้ผลต้านไวรัสที่นำไปทดลองกับคนแล้วให้ผลดีจนน่าพอใจ เพราะหลังจากได้รับยา 2 วัน ผู้ป่วย 72% มีไข้ลดลง หลังจากได้รับยา 3 วัน ผู้ป่วย 38% มีผลภาพรังสีปอดที่ดีขึ้น และหลังจาก 6 วัน ดีขึ้นเป็น 70%

สำหรับประเทศไทยยาฟาวิพิราเวียร์ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในผู้ป่วยโควิด-19 เป็นกรณีพิเศษ และจากการเก็บข้อมูลย้อนหลังพบว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ มีความปลอดภัย สามารถลดความรุนแรงและการสูญเสียจากโรคโควิด-19 ได้ โดยล่าสุดองค์การเภสัชกรรมได้ทำการวิจัยและพัฒนากระบวนการสังเคราะห์วัตถุดิบยาฟาวิฟิราเวียร์ ในระดับห้องปฏิบัติการเสร็จแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คาดว่าจะสามารถผลิตได้ประมาณเดือน มิ.ย.- ก.ค.นี้

ยาฟาวิพิราเวียร์

การออกฤทธิ์ของยาฟาวิพิราเวียร์

ยาฟาวิพิราเวียร์จะออกฤทธิ์ 2 แบบ คือ ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสและทำให้เชื้อไวรัสกลายพันธุ์ คือ เข้าไปยับยั้งเอนไซม์ RNA-dependent RNA polymerase,RdRP ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีในไวรัสเท่านั้น เมื่อยาเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสาร Active Form = favipiravir-ribofuranosyl-5′-triphosphate (RTP) ให้ไวรัสกลายพันธุ์จนภูมิต้านทานในร่างกายมนุษย์สามารถเข้าไปกำจัดไวรัสจนหมด หรือเหลือปริมาณน้อยจนไม่สามารถก่อโรคในร่างกายได้อีก

ยาฟาวิพิราเวียร์ช่วยผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างไร

ประสิทธิภาพในการต้านไวรัสของยาฟาวิพิราเวียร์จะได้ผลดีกับผู้ที่เพิ่งเริ่มติดเชื้อใหม่ๆ และความเสียหายของปอดไม่มาก โดยทั่วไปแพทย์จะให้ยาขนาด 1,600 มิลลิกรัม สำหรับผู้ใหญ่กินวันละสองครั้งในวันแรก และ 600 มิลลิกรัม วันละสองครั้งในวันที่ 2 ถึงวันที่ 5 ระยะเวลาการรักษาโดยรวมคือ 5 วัน ด้วยยาเม็ดขนาด 200 มิลลิกรัม ดังนั้นจึงต้องรับประทาน (1600 x 2 + 600 x 2 x 4) มก. / 200 มก. = 40 เม็ดต่อคน ผลจากการได้รับยาในปริมาณสูงอยู่ระหว่างการศึกษา

ในการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้หารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ จากโรงเรียนแพทย์ สมาคมอุรเวชช์ พร้อมเปรียบเทียบการป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากการระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศ และปรับแนวทางการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ 3 แนวทาง คือ

ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ แต่มีปัจจัยเสี่ยงสามารถใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ได้ตามดุลยพินิจของแพทย์

ผู้ที่มีอาการเล็กน้อย มีความเสี่ยง และปอดอักเสบเล็กน้อย แพทย์จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์ควบคู่กับการให้ยาสเตียรอยด์เพื่อลดอาการรุนแรงของโรค

และในผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง แพทย์จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์ สเตียรอยด์ และโลพินาเวียร์ หรือ ริโทนาเวียร์ ควบคู่กันไป เพื่อลดปัจจัยหรือแนวโน้มที่โรคจะพัฒนา และทวีความรุนแรงจนเสียชีวิต

ปริมาณยาฟาวิพิราเวียร์ที่ไทยต้องการใช้และมีสำรองไว้

ปัจจุบันไทยใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ประมาณวันละ 40,000-50,000 เม็ด ตามข้อบ่งชี้ใหม่ที่ให้ยาเร็วขึ้นและจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ยาฟาวิพิราเวียร์ได้กระจายไปทั่วประเทศแล้ว 2 ล้านเม็ด และได้มีการสั่งซื้อเพิ่มอีก 3,000,000 เม็ด โดยยาจะเข้ามาช่วงกลางเดือน พ.ค. ตามแผนการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระลอก 3 รวมถึงจะมีการประเมินสถานการณ์ และสั่งซื้อเพิ่มเติมต่อเนื่องจนกว่าผลิตยาได้เอง

 

อ้างอิงข้อมูลจาก
- https://www.facebook.com/watch/live/?v=198099584783483&ref=watch_permalink
- https://covid19.dms.go.th/
- https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue037/rama-rdu
- https://pharmacy.mahidol.ac.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...