โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง งัด e-Customs ร่นเวลานำเข้า

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 22 ก.พ. 2561 เวลา 12.07 น.

*ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังใช้ระบบ e-Customs ในการนำเข้า-ส่งออก เผย 1 มี.ค. 61 ดีเดย์ยื่นเอกสารการนำเข้าทางเรือล่วงหน้าได้ 24 ชั่วโมง หวังร่นระยะเวลาทั้งกระบวนการ เตรียมติดตั้งระบบฟาสต์สแกนตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มอีก 3 เครื่อง พร้อมนำระบบ e-Lock ใช้ตรวจการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า *

นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวว่า ปัจจุบัน ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังมีหน้าที่รับผิดชอบท่าเทียบเรือภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง 14 แห่ง ท่าเทียบเรือเอกชนภายนอกเขตท่าเรือแหลมฉบัง 2 แห่ง และมีอีก 1 แห่งกำลังขอเป็นท่าเรืออินเตอร์ รวมถึงที่ทอดเรือภายนอกเกาะสีชัง เขตประกอบการเสรี 2 แห่ง คือ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง และนิคมอุตสาหกรรมเหมราช เขตปลอดอากร 30 แห่ง คลังสินค้า 13 แห่ง และคลังสินค้าอันตราย 1 แห่ง

โดยพิธีการศุลกากรนำเข้า-ส่งออก ใช้ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Customs ทั้งหมด 100% เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และความโปร่งใสแก่ผู้ประกอบการ รวมถึงใช้ระบบบริหารความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการผ่านพิธีการสินค้า ซึ่งขาเข้าจะตรวจสอบประมาณ 10% โดยตรวจ 2 ลักษณะ คือ เครื่องเอกซเรย์ ถ้าสินค้าใดน่าสงสัยหรือไม่สามารถตรวจได้ด้วยเครื่องเอกซเรย์ ก็จะเปิดตรวจโดยเจ้าหน้าที่ ขณะที่ขาออกตรวจสอบ 5%

ขณะที่การนำเข้าทางเรือ (prearrival prosessing by ship) ในวันที่ 1 มีนาคม 2561 สามารถยื่นเอกสารล่วงหน้าได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะลดระยะเวลากว่า 48 ชั่วโมง โดยระยะเวลาการนำเข้าสินค้าทางเรือเพียง 1.31-15.8 นาทีเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการรับ-ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เวลาไม่เกิน 35 วินาที การชำระภาษีอากรใช้เวลา 56 วินาที ส่วนในกรณีที่ติดเงื่อนไข จะใช้เวลาในการพบเจ้าหน้าที่หรือการตรวจสอบเอกสาร 1.29 นาที การตรวจสินค้า 12.8 นาที ทั้งนี้การชำระภาษีอากร สามารถทำได้ที่ด่านศุลกากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือชำระผ่านธนาคาร โดยด่านศุลกากรแหลมฉบังก็มีระบบใช้การ์ดรูดได้ ขณะนี้มีประมาณ 10 เครื่อง

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ถาวรในการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าทั้งหมด 5 ตู้ เป็นระบบการตรวจเอกซเรย์ขบวนรถไฟ 1 เครื่อง รถยนต์ 4 เครื่อง และเตรียมติดตั้งเป็นระบบฟาสต์สแกน หรือให้รถวิ่งผ่านอีก 3 เครื่อง ซึ่งขณะนี้กำลังทำทีโออาร์เพื่อเปิดประมูล รวมถึงได้ร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในการนำระบบตรวจจับกัมมันตรังสีมาใช้ ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด 8 จุด และเตรียมเพิ่มอีก 2 จุด อีกทั้งได้ร่วมมือกับอังกฤษ ในการดำเนินโครงการ Container Control Programme โดยอังกฤษได้ส่งเจ้าหน้าที่ port control unit (PCU) มาสอนและทำงานร่วมกัน

นอกจากนี้ได้นำระบบติดตามทางศุลกากร (tracking system) มาใช้ เนื่องจากสินค้าที่เข้ามาที่แหลมฉบัง ประมาณ 40% มีการลากตู้ไปปลดปล่อยที่ด่านศุลกากรอื่น และมีบางส่วนที่เป็นการผ่านแดน ระบบนี้จะใช้เทคโนโลยี e-Lock ที่มีการนำระบบ GPS เข้ามาประกอบ โดย e-Lock จะตรวจสอบการเคลื่อนที่ของตู้สินค้าว่ามีการเดินทางเส้นทางใด ออกนอกเส้นทางหรือไม่ มีการเปิดตู้หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...