โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รัชกาลที่ 2 "บาดหมาง" สมเด็จพระอมรินทราฯ พระราชมารดา ถึงขั้น "วิวาทกันบ่อยๆ"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2567 เวลา 23.00 น.
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงมี พระราชมารดา คือ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี

สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ทรงเป็นพระราชมารดา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีเรื่องเล่าลือหรือสันนิษฐานกันต่อๆ มาว่า รัชกาลที่ 2 ทรงบาดหมางกับพระราชมารดา ถึงขั้นวิวาทกันบ่อยๆ สาเหตุนั้นเนื่องมาจากอะไร?

“…แม่ลูกท่านบาดหมางกัน”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ “ประวัติต้นรัชกาลที่ 6” โดยใช้พระนามปากกาว่า “ราม วชิราวุธ” ในตอนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ทรงอธิบายปัญหาเรื่องการคัดเลือกบุคคลที่จะมาถวายน้ำสรงมุรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ เจ้านายฝ่ายหน้า และเจ้านายฝ่ายใน โดยในขั้นแรกมีเจ้านายฝ่ายในถูกเลือกมาถวายน้ำสรงฯ 7 พระองค์

ใจความตอนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ รัชกาลที่ 6 ทรงไม่พอพระราชหฤทัยพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่เท่าใดนักที่ได้ “จัดแจง” ผู้ถวายน้ำสรงฯ มาหลายคน แต่ก็ไม่ทรงขัดขวางแต่อย่างใด เพราะทรงให้ความเคารพพระบรมวงศานุวงศ์

อย่างไรก็ตาม ทรงได้รับการทักท้วงจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าแม้นเขียน พระราชธิดาใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ว่า ตามประเพณีแล้ว ไม่เคยมีเจ้านายฝ่ายในถวายน้ำสรงฯ มาก่อน

ในการนี้ จึงเป็นที่ถกเถียงกันว่าควรจะให้เจ้านายฝ่ายในถวายน้ำสรงฯ หรือไม่ รัชกาลที่ 6 มีพระราชประสงค์ต้องการให้“เสด็จแม่” คือ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถวายน้ำสรงฯ ด้วยพระองค์หนึ่ง แต่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ทรงแย้งว่า หากจะงดให้ฝ่ายในถวายน้ำสรงฯ ก็ควรจะงดทั้งหมด เพราะในอดีตครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 2 สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระราชมารดาในรัชกาลที่ 2 ก็ไม่ได้ถวายน้ำสรงฯ

รัชกาลที่ 6 มีพระราชดำริว่า การให้พระราชมารดาถวายน้ำสรงฯ นั้น ไม่มีอะไรนอกเสียไปจากการเป็นสวัสดิมงคล และมีพระราชดำริว่า ที่สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีไม่ได้ถวายน้ำสรงฯ ในสมัยนั้น “น่าจะเปนเพราะแม่ลูกท่านบาดหมางกัน” ทรงอธิบายในหนังสือ ความว่า

“—ฉันจำได้ว่าได้เคยฟังทูลกระหม่อม [ทรงหมายถึงรัชกาลที่ 5] ทรงเล่าว่า สมเด็จพระอมรินทรกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิดหล้าท่านวิวาทกันบ่อยๆ เช่นเมื่อครั้งงานพระเมรุพระศพสมเด็จพระรูปสิริโสภาคย์มหานาคนารี (พระชนนีของสมเด็จพระอมรินทรา), เมื่อถึงเวลาเก็บพระอัษฐิสมเด็จพระอมรินทราได้เสด็จไปยืนเท้าฉากอยู่ข้าง ๑ แล้วตรัสแก่พระญาติว่า. ‘แม่ข้าเป็นเจ้า, อย่ามาเอากระดูกแม่ข้าใส่เรือประทุนไป. กระดูกแม่ข้าลงได้แต่เรือกันยา’.

ในขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิดหล้าทรงยืนเท้าฉากอยู่อีกด้าน ๑ จึ่งตรัสแก่พระญาติบ้างว่า. ‘ท่านว่าแม่ท่านเปนเจ้าก็ตามที. แต่ก็เปนแม่ของเราเหมือนกัน, เราเป็นไพร่, เราก็เอากระดูกของแม่เราใส่เรือประทุนไปสิ’. แม่ลูกท่านไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร, ตั้งแต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ายังมิได้ปราบดาภิเษกแล้ว.

*ได้ทราบว่าท่านเกิดบาดหมางกันเพราะสมเด็จพระอมรินทราท่านทรงหึงส์จัด, และสมเด็จพระพุทธเลิดหล้าท่านเข้าข้างพระชนก.—“*

นอกจากนี้ รัชกาลที่ 6 ทรงอธิบายต่อว่า เมื่อตอนปลายรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระอมรินทราฯ มีพระสติฟั่นเฟือน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พระองค์ไม่ได้ถวายน้ำสรงฯ ซึ่งกรณีนี้แตกต่างกับกรณีของพระองค์ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่าง “แม่-ลูก” ของรัชกาลที่ 6 กับพระราชมารดานั้นแน่นแฟ้นมาก

และในท้ายที่สุด สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็เป็นเจ้านายฝ่ายในเพียงพระองค์เดียว ที่ได้ถวายน้ำสรงฯ รัชกาลที่ 6

สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ทรงหึง “เจ้าจอมแว่น”

ใจความว่า “ได้ทราบว่าท่านเกิดบาดหมางกันเพราะสมเด็จพระอมรินทราท่านทรงหึงส์จัด, และสมเด็จพระพุทธเลิดหล้าท่านเข้าข้างพระชนก”

จากประโยคนี้สอดคล้องกับเรื่องของ “เจ้าจอมแว่น” โดยในหนังสือเรื่อง “โครงกระดูกในตู้” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ความตอนหนึ่งได้อธิบายว่า ตอนรัชกาลที่ 1 ยังมิได้ปราบดาภิเษก ได้รับเจ้าจอมแว่นมาเป็นภรรยา ท่านผู้หญิงนาค (สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี) หึงหวงมาก ถึงกับดักรอในที่มืดแล้วใช้ดุ้นแสมทุบตี จนทำให้รัชกาลที่ 1 ทรงพิโรธมาก ถือเป็นเหตุการณ์ “แตกหัก” ในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองพระองค์

เจ้าจอมแว่นเป็นพระสนมเอกคนโปรดในรัชกาลที่ 1 ที่ถวายงานรับใช้อย่างใกล้ชิด และเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อรัชกาลที่ 2 มาก เรียกได้ว่าเป็นผู้มี “บุญคุณ” ต่อพระองค์ถึงสองครั้งสองครา

ในครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นในเหตุที่ เจ้าฟ้าบุญรอด (ภายหลังได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระราชชนนีในรัชกาลที่ 4) ทรงพระครรภ์กับรัชกาลที่ 2 ได้กว่า 4 เดือน โดยที่ “ผู้ใหญ่” ไม่ได้รับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองพระองค์

เจ้าฟ้าบุญรอดจึงทรงวิงวอนขอให้เจ้าจอมแว่นช่วยเหลือนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ รัชกาลที่ 1 ซึ่งเจ้าจอมแว่นเป็นผู้มีวาทศิลป์เป็นเลิศ เมื่อทูลความจริงให้ทรงทราบแล้ว ก็ทำให้รัชกาลที่ 1 มิได้ทรงพิโรธมากถึงขั้นสั่งลงพระราชอาญา จึงถือว่าเจ้าจอมแว่นมีส่วนช่วยรัชกาลที่ 2 ในเรื่องนี้อย่างมาก

อีกเหตุการณ์หนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อเจ้าฟ้าบุญรอดกำลังจะมีพระประสูติกาล แต่ประชวรพระครรภ์นานกว่า 2 วัน รัชกาลที่ 2 จึงรับสั่งให้ข้าราชบริพารเข้าไปหาเจ้าจอมแว่น เพื่อให้ช่วยขอรับพระราชทานน้ำล้างพระบาทของรัชกาลที่ 1 โดยรัชกาลที่ 1 มีพระราชดำริว่า เป็นเพราะได้ทำเรื่อง เทวดารักษาวังไม่พอใจจึงทำให้ออกลูกยาก ดังนั้นจึงพระราชทานน้ำล้างพระบาทให้เจ้าจอมแว่นไปถวายให้เจ้าฟ้าบุญรอด ครั้นได้ดื่มแล้วก็มีประสูติกาลพระโอรส แต่พระโอรสก็สิ้นพระชนม์ในวันนั้น

จากทั้งสองเหตุการณ์ สะท้อนให้เห็นว่า รัชกาลที่ 2 ทรงมีพระราชปฏิสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเจ้าจอมแว่นอยู่มาก แต่นั่นจะเป็นเหตุจนทำให้ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ไม่พอพระราชหฤทัยหรือไม่นั้น คงไม่ทราบได้ และที่ทั้งสองพระองค์ทรงมีความสนิทสนมและถวายความเคารพกัน คงเป็นเพราะเจ้าจอมแว่นเป็นผู้ถวายงานรับใช้รัชกาลที่ 1 อย่างใกล้ชิด และเป็นพระสนมเอกคนโปรด จึงมิใช่เรื่องผิดแปลกที่รัชกาลที่ 2 ทรงขอความช่วยเหลือจากเจ้าจอมแว่น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้รัชกาลที่ 2 กับสมเด็จพระราชมารดา จะมีเรื่องบาดหมางกัน แต่ด้วยความที่เป็น “แม่-ลูก” กันย่อมตัดไม่ขาด ซึ่งสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีทรงเป็นพระภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของรัชกาลที่ 1 ตั้งแต่ยังทรงดำรงตำแหน่งขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยา

รัชกาลที่ 2 จึงทรงเคารพและถวายพระเกียรติยศพระราชมารดา ดังจะเห็นได้จากครั้นเมื่อขึ้นแผ่นดินใหม่นั้น รัชกาลที่ 2 ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระราชมารดาขึ้นเป็น“สมเด็จกรมพระอมรินทรามาตย์” นับเป็นการถวายพระเกียรติสูงสุด ต่อมาภายหลัง รัชกาลที่ 6 จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามใหม่ว่า “สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ราม วชิราวุธ. (2545). ประวัติต้นรัชกาลที่ 6. กรุงเทพฯ: มติชน.

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. (2552). ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็ขในราชสำนัก. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: มติชน.

ปรามินทร์ เครือทอง. (2547, กุมภาพันธ์). ขัติยราชปฏิพัทธ รักเร้นของรัชกาลที่ 2. 28(4): 75-84.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 เมษายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัชกาลที่ 2 “บาดหมาง” สมเด็จพระอมรินทราฯ พระราชมารดา ถึงขั้น “วิวาทกันบ่อยๆ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...